E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?
- สรุปประเด็นสำคัญในการตัดสินใจ
- ยานพาหนะไฟฟ้า: ทางเลือกใหม่ของการเดินทาง
- ทำความรู้จัก E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- เปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก: E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- วิเคราะห์เชิงลึกในแต่ละด้าน
- ข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณา
- กรณีศึกษา: ใครเหมาะกับยานพาหนะประเภทไหน?
- ปัจจัยด้านกฎหมายและข้อบังคับ
- สรุปและแนวทางการตัดสินใจเลือกซื้อ
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ? ถือเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่มองหายานพาหนะส่วนบุคคลที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะทั้งสองประเภทมีข้อดีและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจในรายละเอียดจะช่วยให้สามารถเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และวัตถุประสงค์การเดินทางได้ดีที่สุด
สรุปประเด็นสำคัญในการตัดสินใจ
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล, เส้นทางที่มีเนินชันหรือขรุขระ, และผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเบาๆ ไปพร้อมกัน มีความเสถียรและความทนทานสูงกว่า
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ตอบโจทย์การเดินทางระยะสั้นในเมืองที่มีพื้นผิวเรียบ เน้นความคล่องตัวสูง พับเก็บและพกพาสะดวก มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่า
- ปัจจัยในการเลือก: การตัดสินใจควรพิจารณาจากระยะทางที่ใช้ประจำ, ลักษณะภูมิประเทศ, ความต้องการด้านความสะดวกสบาย, งบประมาณ และความสะดวกในการจัดเก็บ
- ความปลอดภัย: E-Bike มักมีความปลอดภัยสูงกว่าเนื่องจากล้อขนาดใหญ่, ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพ และตำแหน่งการขับขี่ที่สูงกว่า ทำให้มองเห็นทัศนวิสัยได้ดี
- การบำรุงรักษา: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนน้อยกว่าทำให้บำรุงรักษาง่าย แต่มีอายุการใช้งานสั้นกว่า E-Bike ซึ่งมีความทนทานสูงแต่ต้องการการดูแลรักษาตามระยะเหมือนจักรยานทั่วไป
ยานพาหนะไฟฟ้า: ทางเลือกใหม่ของการเดินทาง
ในยุคที่การจราจรติดขัดและราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicles) ได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเขตเมือง สองตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองประเภทต่างก็มอบความสะดวกสบายและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม การจะเลือกว่า e-bike scooter ต่างกันยังไง และแบบไหนที่เหมาะสมกับตนเองนั้น จำเป็นต้องพิจารณาถึงความต้องการใช้งานและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก บทความนี้จะทำการเปรียบเทียบอย่างละเอียดเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ
ผู้ที่ควรให้ความสนใจในการเปรียบเทียบนี้คือกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องการลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับที่ทำงาน, นักศึกษาที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยหรือที่พัก, รวมถึงผู้สูงอายุที่มองหา phương tiện ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างปลอดภัย การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยให้การเดินทางมีประสิทธิภาพ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมอีกด้วย
ทำความรู้จัก E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ก่อนจะลงลึกถึงการเปรียบเทียบ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจพื้นฐานของยานพาหนะทั้งสองชนิด
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) คืออะไร?
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike คือจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบควบคุม เพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่น หัวใจสำคัญของ E-Bike คือระบบช่วยปั่น (Pedal Assist) ซึ่งมอเตอร์จะทำงานเมื่อผู้ขี่ปั่นบันไดเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ยังคงได้ออกกำลังกาย แต่ใช้แรงน้อยลง สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้นโดยไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป เหมาะสำหรับการเดินทางที่หลากหลาย ตั้งแต่การขี่ในเมืองไปจนถึงเส้นทางสมบุกสมบัน E-Bike ยังคงมีฟังก์ชันการใช้งานเหมือนจักรยานทั่วไปทุกประการ สามารถปั่นได้แม้แบตเตอรี่จะหมด
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) คืออะไร?
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นยานพาหนะขนาดเล็กที่มีแท่นสำหรับยืนขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้ควบคุมความเร็วผ่านคันเร่ง (Throttle) ที่แฮนด์โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงใดๆ จุดเด่นของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้ ทำให้สะดวกต่อการพกพาขึ้นรถสาธารณะหรือเก็บในพื้นที่จำกัด เช่น อพาร์ตเมนต์หรือที่ทำงาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะสั้นๆ หรือที่เรียกว่า “Last-mile commute” เช่น การเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าไปยังจุดหมายปลายทาง
เปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก: E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจน การเปรียบเทียบคุณสมบัติในแต่ละด้านจะช่วยให้การเลือกซื้อรถไฟฟ้าง่ายขึ้น
| คุณสมบัติ | E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| ระยะทางต่อการชาร์จ | ประมาณ 30-100 กม. (สูงสุด 190 กม. ในรุ่นท็อป) สามารถใช้แรงปั่นเพื่อขยายระยะทางได้ไม่จำกัด | ประมาณ 15-50 กม. (สูงสุด 80 กม. ในรุ่นท็อป) หยุดทำงานเมื่อแบตเตอรี่หมด |
| ความเร็วสูงสุด | สูงถึง 45 กม./ชม. พร้อมระบบช่วยปั่น (Pedal Assist) | สูงถึง 32 กม./ชม. ใช้คันเร่ง (Throttle) เท่านั้น |
| ความสบาย | มีเบาะนั่งที่สบาย ปรับแต่งได้ มีระบบกันสะเทือนที่ดีกว่า รองรับเส้นทางขรุขระได้ | ส่วนใหญ่ต้องยืนขี่ ไม่มีเบาะ ระบบกันสะเทือนน้อย เหมาะกับพื้นเรียบ |
| การปีนเนิน/ภูมิประเทศ | ดีเยี่ยม มอเตอร์ระบายความร้อนได้ดี แรงปั่นช่วยเสริมกำลัง ล้อใหญ่รับมือทางกรวด ฝน และหิมะได้ | มีข้อจำกัดกับเนินชัน (มากกว่า 10-15%) เหมาะกับพื้นเรียบในเมือง |
| การชาร์จ | ใช้เวลา 3-6 ชั่วโมง แบตเตอรี่มีความจุสูง (มากกว่า 500Wh) ทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็น | ใช้เวลา 2-4 ชั่วโมง แบตเตอรี่มีความจุต่ำกว่า (250-500Wh) ประสิทธิภาพลดลงในอากาศหนาว |
| ความทนทาน/อายุการใช้งาน | 5-7 ปี ชิ้นส่วนหาได้ง่าย แต่อาจต้องบำรุงรักษาโซ่และเกียร์ | 2-3 ปี ชิ้นส่วนน้อย บำรุงรักษาง่ายและถูกกว่า แต่เสื่อมสภาพเร็วกว่า |
| ความปลอดภัย | ระบบเบรกดีเยี่ยม (ส่วนใหญ่เป็นดิสก์เบรก) ตำแหน่งขี่สูง ทัศนวิสัยชัดเจน มีความเสถียรสูงบนถนนเปียก | เบรกมีประสิทธิภาพด้อยกว่า (ระยะหยุดยาวขึ้นเมื่อถนนเปียก) ตำแหน่งยืนต่ำ ทัศนวิสัยจำกัด ลื่นง่าย |
| ราคา | ราคาสูงกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ค่าบำรุงรักษาชิ้นส่วนมาตรฐานไม่แพง | ราคาเริ่มต้นถูกกว่า พกพาง่ายและจัดเก็บสะดวก เหมาะกับการใช้งานร่วมกับรถสาธารณะ |
วิเคราะห์เชิงลึกในแต่ละด้าน
จากตารางเปรียบเทียบข้างต้น สามารถขยายความในแต่ละประเด็นเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ด้านสมรรถนะ: ระยะทางและความเร็ว
ในด้านระยะทาง จักรยานไฟฟ้ามีความได้เปรียบอย่างชัดเจน ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และความสามารถในการใช้แรงปั่นของผู้ขี่เสริม ทำให้สามารถเดินทางได้ไกลกว่ามาก ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกจำกัดด้วยความจุของแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เมื่อแบตเตอรี่หมดก็ไม่สามารถใช้งานต่อได้ ส่วนในด้านความเร็ว แม้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะให้ความรู้สึกที่เร้าใจในช่วงออกตัว แต่ E-Bike มักทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่ปลดล็อกความเร็ว ซึ่งเหมาะกับการเดินทางที่ต้องการทำเวลานอกเขตเมือง
ด้านการใช้งานและภูมิประเทศ
E-Bike ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลาย ล้อขนาดใหญ่และระบบกันสะเทือนที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ขี่ได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัยบนพื้นผิวขรุขระ ทางลูกรัง หรือแม้แต่การข้ามขอบฟุตบาท การมีระบบช่วยปั่นยังทำให้การขึ้นเนินสูงชันเป็นเรื่องง่าย ในทางกลับกัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีล้อขนาดเล็กและระบบกันสะเทือนที่จำกัดจะทำงานได้ดีที่สุดบนถนนที่เรียบและได้ระดับ การขี่บนทางเท้าที่ไม่เรียบหรือการขึ้นเนินชันอาจเป็นเรื่องท้าทายและไม่ปลอดภัย
การเลือกยานพาหนะควรคำนึงถึงสภาพเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ E-Bike ให้ความยืดหยุ่นสูงกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางในเมืองที่ทันสมัย
ด้านความสะดวกสบายและการพกพา
หากเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานาน ความสบายเป็นปัจจัยสำคัญ E-Bike ซึ่งมีเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และท่าขี่ที่เป็นธรรมชาติ ย่อมมอบความสบายได้มากกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ผู้ใช้ต้องยืนตลอดการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการพกพา สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากินขาด ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าและกลไกการพับที่ง่ายดาย ทำให้สามารถนำติดตัวไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถไฟฟ้า, รถโดยสารประจำทาง หรือเก็บไว้ใต้โต๊ะทำงาน ในขณะที่ E-Bike มีน้ำหนักมากและขนาดใหญ่ ทำให้การยกหรือเก็บในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องยากลำบาก
ด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพ
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม E-Bike มีข้อได้เปรียบหลายประการ ล้อที่ใหญ่กว่าช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัวและลดความเสี่ยงจากการตกหลุมหรือร่องบนถนน ระบบเบรกแบบดิสก์ที่พบได้ใน E-Bike ส่วนใหญ่ให้พลังการหยุดที่ดีเยี่ยมแม้ในสภาพอากาศเปียกชื้น ตำแหน่งการนั่งขี่ยังช่วยให้ผู้ขับขี่มีจุดศูนย์ถ่วงที่มั่นคงและมองเห็นสภาพแวดล้อมได้กว้างไกลกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีจุดศูนย์ถ่วงสูงจากการยืน ล้อเล็ก และระบบเบรกที่อาจมีประสิทธิภาพด้อยกว่า ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเสียการทรงตัวหรือลื่นล้มได้ง่ายกว่า
ด้านความทนทานและการบำรุงรักษา
E-Bike มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7 ปี ชิ้นส่วนต่างๆ เช่น โซ่, เกียร์, ยาง เป็นชิ้นส่วนมาตรฐานของจักรยานที่สามารถหาซื้อและซ่อมแซมได้ง่าย ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ประมาณ 2-3 ปี แม้จะมีชิ้นส่วนที่ต้องดูแลรักษาน้อยกว่า แต่หากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอาจสูงและหาอะไหล่เฉพาะรุ่นได้ยากกว่า
ข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณา
จุดเด่นและข้อจำกัดของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
- ข้อดี:
- ส่งเสริมสุขภาพ: การใช้ระบบช่วยปั่นยังถือเป็นการออกกำลังกายแบบเบาๆ (Low-impact)
- ความอเนกประสงค์: ใช้งานได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ ตั้งแต่ในเมืองจนถึงเส้นทางธรรมชาติ
- บรรทุกสัมภาระ: สามารถติดตั้งตะแกรงหรือกระเป๋าเพื่อบรรทุกของได้มากกว่า
- ระยะทางไกล: เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามเมืองหรือการท่องเที่ยว
- ข้อเสีย:
- น้ำหนักมาก: ยากต่อการยกขึ้นบันไดหรือเก็บในที่สูง
- ขนาดใหญ่: ต้องการพื้นที่จัดเก็บมากกว่า
- ราคาสูง: มีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
จุดเด่นและข้อจำกัดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ข้อดี:
- ความคล่องตัวสูง: ควบคุมง่ายในพื้นที่แคบและซอกแซกในการจราจรได้ดี
- พกพาสะดวก: พับเก็บง่ายและน้ำหนักเบา เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง
- ราคาเข้าถึงง่าย: เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด
- บำรุงรักษาน้อย: ไม่มีโซ่หรือเกียร์ให้ต้องดูแล
- ข้อเสีย:
- ระยะทางจำกัด: ไม่เหมาะกับการเดินทางไกล และต้องวางแผนการชาร์จอย่างดี
- ไม่เหมาะกับทุกสภาพถนน: มีข้อจำกัดอย่างมากบนถนนขรุขระหรือทางชัน
- ความสบายต่ำ: การยืนเป็นเวลานานอาจทำให้เมื่อยล้า
- พึ่งพาแบตเตอรี่ 100%: หากแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง จะกลายเป็นภาระที่ต้องเข็น
กรณีศึกษา: ใครเหมาะกับยานพาหนะประเภทไหน?
ผู้ที่ควรเลือกใช้จักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
กลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้ E-Bike คือผู้ที่เดินทางในระยะทางปานกลางถึงไกล (มากกว่า 10-15 กิโลเมตรต่อเที่ยว), ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีเนินเขาหรือถนนหนทางไม่ราบเรียบ, ครอบครัวที่ต้องการยานพาหนะสำหรับจ่ายตลาดหรือรับส่งลูกในระยะทางไม่ไกล, และผู้ที่ต้องการผสมผสานการเดินทางเข้ากับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ผู้ที่ควรเลือกใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในอุดมคติสำหรับนักศึกษาและคนทำงานในเมืองที่เดินทางระยะสั้น (ไม่เกิน 10 กิโลเมตรต่อเที่ยว), ผู้ที่ต้องเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน, ผู้อยู่อาศัยในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่เก็บของจำกัด, และผู้ที่มองหายานพาหนะที่ให้ความสนุกสนานและคล่องตัวสูงสุดสำหรับการเคลื่อนที่ในเมือง
ข้อควรพิจารณาสำหรับผู้สูงอายุ
สำหรับกลุ่ม สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ผู้สูงอายุ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากต้องใช้การทรงตัวสูงและมีความเสี่ยงในการล้มได้ง่ายกว่า ในทางกลับกัน E-Bike โดยเฉพาะรุ่นที่มีโครงสร้างต่ำ (Step-through) จะช่วยให้ขึ้นลงได้สะดวก มีความมั่นคงสูง และระบบช่วยปั่นยังเอื้อให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมโดยไม่หักโหมจนเกินไป จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพได้ดีกว่า
ปัจจัยด้านกฎหมายและข้อบังคับ
ก่อนตัดสินใจซื้อ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบกฎหมายและข้อบังคับในพื้นที่ที่ใช้งาน ยานพาหนะไฟฟ้าบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความเร็วสูงสุด, กำลังมอเตอร์, การจดทะเบียน, หรือการทำประกันภัย นอกจากนี้ บางพื้นที่อาจจำกัดช่องทางการจราจรที่สามารถใช้งานได้ เช่น ห้ามขี่บนทางเท้า หรือกำหนดให้ใช้ในเลนจักรยานเท่านั้น การศึกษาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
สรุปและแนวทางการตัดสินใจเลือกซื้อ
บทสรุปของการเปรียบเทียบ E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า คือไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน แต่มี “ตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า” สำหรับแต่ละบุคคล จักรยานไฟฟ้าโดดเด่นในด้านความอเนกประสงค์, ระยะทาง, ความสบาย, และความปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่มองหายานพาหนะที่สามารถทดแทนรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางหลักได้ ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือเจ้าแห่งความคล่องตัว, การพกพา, และความประหยัด เหมาะสำหรับเป็นยานพาหนะเสริมเพื่อเติมเต็มการเดินทางในเมืองให้สมบูรณ์แบบ
การตัดสินใจสุดท้ายควรมาจากความเข้าใจในความต้องการของตนเองอย่างแท้จริง หากให้ความสำคัญกับสมรรถนะและความยืดหยุ่น จักรยานไฟฟ้า ประหยัด ทั้งพลังงานและค่าใช้จ่ายในระยะยาวจะเป็นคำตอบ แต่หากไลฟ์สไตล์ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบายในการพกพาเป็นหลัก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
ไม่ว่าการตัดสินใจจะเป็นอย่างไร ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นสำหรับนักศึกษา ไปจนถึงรุ่นประสิทธิภาพสูงสำหรับนักเดินทางตัวยง พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้ได้ยานพาหนะคู่ใจที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด
สนใจสามารถเยี่ยมชม หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Facebook: FACEBOOK PAGE
LINE: LINE
Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เปิดทำการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

