จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนใช่สำหรับคุณ?
ในยุคที่การเดินทางในเมืองเน้นความคล่องตัวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลได้กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบระหว่าง จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสองตัวเลือกหลักที่ผู้คนมักนำมาพิจารณา การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างในด้านการใช้งาน ประสิทธิภาพ และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ระยะทางและการใช้งาน: จักรยานไฟฟ้ามักทำระยะทางได้ไกลกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จึงเหมาะกับการเดินทางประจำวันที่ไกลกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดดเด่นในเรื่องการเดินทางระยะสั้น หรือ “last-mile connectivity”
- การพกพาและความคล่องตัว: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบด้านการพับเก็บและน้ำหนักที่เบากว่า ทำให้ง่ายต่อการนำขึ้นขนส่งสาธารณะหรือเก็บในพื้นที่จำกัด
- ความสบายและความปลอดภัย: จักรยานไฟฟ้าให้ท่านั่งที่สบายกว่าและมีล้อที่ใหญ่กว่า ทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงบนสภาพถนนที่หลากหลาย ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ต้องยืนทรงตัวอาจไม่เหมาะกับพื้นผิวขรุขระ
- การออกกำลังกาย: จักรยานไฟฟ้ายังคงเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ออกแรงปั่น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเน้นความสะดวกสบายโดยไม่ต้องออกแรง
- ราคาและการบำรุงรักษา: โดยทั่วไปสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่าและมีชิ้นส่วนที่ต้องบำรุงรักษาน้อยกว่าจักรยานไฟฟ้า
การตัดสินใจระหว่าง จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนใช่สำหรับคุณ? นับเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่มองหาโซลูชันการเดินทางในเมืองที่มีประสิทธิภาพ ยานพาหนะทั้งสองประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แม้ว่าเป้าหมายหลักคือการเคลื่อนที่ด้วยพลังงานสะอาดก็ตาม การเลือกพาหนะที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันอาจนำไปสู่ความไม่สะดวกและไม่คุ้มค่าในระยะยาว ดังนั้น การวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น
บทความนี้จะนำเสนอการเปรียบเทียบอย่างละเอียดในทุกมิติ ตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพ ประสิทธิภาพการขับขี่ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ไปจนถึงค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถประเมินและค้นพบว่ายานพาหนะชนิดใด ไม่ว่าจะเป็น e-bike หรือ scooter ที่จะกลายเป็นเพื่อนร่วมทางคู่ใจที่เหมาะสมกับความต้องการและเงื่อนไขของตนเองมากที่สุด
ภาพรวมการเปรียบเทียบระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน การเปรียบเทียบคุณสมบัติพื้นฐานของยานพาหนะทั้งสองประเภทเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ตารางด้านล่างนี้สรุปความแตกต่างที่สำคัญซึ่งจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อรถไฟฟ้าส่วนบุคคลของคุณ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) |
|---|---|---|
| ลักษณะการขับขี่ | นั่งบนอานเหมือนจักรยานทั่วไป ใช้การปั่นร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง | ส่วนใหญ่เป็นการยืนบนแป้นวางเท้า หรือบางรุ่นมีเบาะนั่งขนาดเล็ก ใช้คันเร่งที่มือจับ |
| โครงสร้างและขนาด | มีโครงสร้างคล้ายจักรยาน แต่เพิ่มมอเตอร์และแบตเตอรี่เข้ามา ทำให้มีขนาดใหญ่และหนักกว่า | โครงสร้างเล็กกะทัดรัด เน้นการพับเก็บได้ง่าย มีน้ำหนักเบาและล้อขนาดเล็ก |
| ความเร็วสูงสุด (เฉลี่ย) | ประมาณ 25–45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับกำลังมอเตอร์และกฎหมายในแต่ละพื้นที่ | ประมาณ 20–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่บางรุ่นอาจทำความเร็วได้ถึง 40 กม./ชม. |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 30–60 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น หากใช้แรงปั่นช่วย | 20–45 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่และลักษณะการใช้งาน |
| น้ำหนักตัวรถ (เฉลี่ย) | ค่อนข้างหนัก อยู่ที่ประมาณ 15–25 กิโลกรัม | เบาและพกพาสะดวก อยู่ที่ประมาณ 10–15 กิโลกรัม |
เจาะลึกความแตกต่างในแต่ละมิติ
หลังจากเห็นภาพรวมเบื้องต้นแล้ว การพิจารณาในรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละด้านจะช่วยให้เข้าใจถึงข้อดีและข้อจำกัดของพาหนะแต่ละชนิดได้ดียิ่งขึ้น
ด้านความเร็วและระยะทาง
ประสิทธิภาพด้านความเร็วและระยะทางถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกยานพาหนะไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้ามักมีความได้เปรียบในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ด้วยมอเตอร์ที่มีกำลังสูงกว่า (เช่น 350-500 วัตต์) และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 45 กม./ชม. ในบางรุ่น จุดเด่นที่สุดคือระยะทางที่ไปได้ไกลกว่ามาก โดยทั่วไปอยู่ที่ 30-50 กม. และอาจไปได้ไกลกว่านั้นหากผู้ขับขี่ใช้แรงปั่นของตนเองร่วมกับระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ไปในตัว ทำให้จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระที่ต้องการระยะทางไกล
ในทางกลับกัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในระยะสั้น ความเร็วสูงสุดโดยทั่วไปอยู่ที่ 20-30 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 กม. แม้บางรุ่นที่ราคาสูงอาจทำระยะทางได้ถึง 45 กม. แต่ก็ยังน้อยกว่าจักรยานไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นมีเทคโนโลยี Regenerative Braking ซึ่งสามารถชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้เล็กน้อยขณะเบรก ช่วยยืดระยะทางออกไปได้อีกนิดหน่อย ดังนั้น หากรูปแบบการใช้งานเน้นการเดินทางระยะใกล้ไม่เกิน 5 กิโลเมตร สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็ถือว่าเพียงพอและตอบโจทย์ได้ดี
ด้านความสะดวกสบายและการพกพา
ในมิตินี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความโดดเด่นอย่างมาก ด้วยการออกแบบที่เน้นความกะทัดรัดและน้ำหนักเบา สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้ง่าย ทำให้สะดวกต่อการพกพาขึ้นรถขนส่งสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT หรือแม้กระทั่งยกเก็บไว้ในรถยนต์ส่วนตัว เมื่อถึงที่หมายก็สามารถพกเข้าไปในอาคาร วางใต้โต๊ะทำงาน หรือเก็บไว้ในมุมห้องได้อย่างไม่เกะกะ การใช้งานก็ง่ายดาย เพียงแค่ยืนบนแป้นแล้วใช้มือบิดคันเร่ง ไม่ต้องออกแรง ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางเชื่อมต่อ หรือ “last-mile” เช่น จากสถานีรถไฟฟ้าไปยังออฟฟิศ
สำหรับจักรยานไฟฟ้า แม้จะให้ท่านั่งที่สบายกว่า ขับขี่ได้นานโดยไม่เมื่อยล้า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักที่มากกว่า ทำให้การพกพาเป็นเรื่องท้าทาย การนำขึ้นรถไฟฟ้าหรือขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ทำได้ลำบาก และยังต้องการพื้นที่ในการจอดที่มากกว่า นอกจากนี้ ด้วยมูลค่าที่สูงกว่า ทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยสูง ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องมีที่จอดที่ปลอดภัยและอุปกรณ์ล็อกที่แข็งแรง ดังนั้น หากไม่จำเป็นต้องพกพาพาหนะไปไหนมาไหนบ่อยครั้ง และมีสถานที่จอดที่แน่นอน จักรยานไฟฟ้าก็จะมอบความสบายในการขับขี่ที่เหนือกว่า
ด้านความปลอดภัยและสภาพถนน
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามได้ จักรยานไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบในเรื่องนี้อย่างมาก เนื่องจากมีล้อขนาดใหญ่ (โดยทั่วไป 12 นิ้วขึ้นไป) ซึ่งช่วยให้ขับขี่บนพื้นผิวที่ขรุขระหรือผ่านอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ บนท้องถนนได้ดีกว่า ล้อที่ใหญ่ยังช่วยซับแรงกระแทก ทำให้การขับขี่นุ่มนวลกว่า นอกจากนี้ ท่านั่งขับขี่ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำยังช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายและมั่นคงกว่า ทำให้จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้สูงอายุที่ต้องการความมั่นคงในการขับขี่เป็นพิเศษ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมีล้อขนาดเล็ก (ประมาณ 8 นิ้ว) จะทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่เรียบ การขับขี่บนถนนที่ขรุขระหรือทางเท้าที่ไม่สม่ำเสมอจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจน และมีความเสี่ยงที่จะเสียการทรงตัวหากตกหลุมหรือเจอพื้นผิวที่ลื่น การขับขี่ในท่ายืนต้องการการทรงตัวที่ดีจากผู้ใช้งาน ซึ่งอาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับบางคน แม้ว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ จะมีการติดตั้งโช้คอัพเพื่อช่วยลดแรงกระแทก แต่โดยรวมแล้วก็ยังมีความมั่นคงน้อยกว่าจักรยานไฟฟ้า ผู้ใช้งานจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องขับขี่ในสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวย
ด้านการออกกำลังกาย
อีกหนึ่งความแตกต่างที่ชัดเจนคือมิติด้านสุขภาพ หากเป้าหมายคือการผสมผสานการเดินทางเข้ากับการออกกำลังกาย จักรยานไฟฟ้าคือคำตอบที่ใช่ แม้จะมีมอเตอร์ไฟฟ้าคอยช่วยผ่อนแรง แต่ผู้ขับขี่ยังคงต้องออกแรงปั่น ซึ่งช่วยเผาผลาญแคลอรีและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและหัวใจได้เป็นอย่างดี ระบบช่วยปั่น (Pedal-Assist) ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกระดับความช่วยเหลือได้ตามต้องการ ทำให้การปั่นขึ้นเนินหรือการเดินทางไกลไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่ยังคงได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพหรือลดน้ำหนักไปพร้อมกับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
การเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับว่าไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเดินทางในแต่ละวันของคุณเป็นอย่างไร: ระยะทาง ความสะดวกสบาย หรือการออกกำลังกาย
ในทางตรงกันข้าม สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดและลดการออกแรงให้เหลือน้อยที่สุด การขับเคลื่อนทั้งหมดมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยคันเร่ง ผู้ใช้งานเพียงแค่ยืนทรงตัวเท่านั้น จึงไม่ถือเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งอาจเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปถึงที่หมายโดยไม่เหนื่อยและไม่มีเหงื่อ หรือสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายที่ไม่สะดวกต่อการออกแรงปั่น ดังนั้น หากเป้าหมายหลักคือการเดินทางที่รวดเร็วและสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้แรง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
ด้านราคาและการบำรุงรักษา
ในด้านงบประมาณ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักจะมีราคาเริ่มต้นที่ย่อมเยากว่าจักรยานไฟฟ้า ทำให้เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานหรือมีงบประมาณจำกัด นอกจากนี้ โครงสร้างของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีชุดเกียร์ โซ่ หรือจานปั่น ทำให้การบำรุงรักษาน้อยกว่าและง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อควรพิจารณาคือยางของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นเป็นแบบยางตัน ซึ่งแม้จะไม่ต้องกังวลเรื่องลมยาง แต่เมื่อถึงเวลาเสื่อมสภาพ การเปลี่ยนยางอาจทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
จักรยานไฟฟ้ามักมีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า เนื่องจากมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูงกว่า เช่น ชุดขับเคลื่อน มอเตอร์ และแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่า การบำรุงรักษาก็มีรายละเอียดมากกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพราะต้องดูแลรักษาส่วนประกอบของจักรยานทั่วไปด้วย เช่น โซ่ ระบบเบรก และยาง อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาว จักรยานไฟฟ้ามักถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่ทนทานกว่าและออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หนักหน่วงกว่า ทำให้มีความคุ้มค่าในการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานเป็นประจำทุกวัน
ตารางสรุป: ใครเหมาะกับอะไร?
เพื่อช่วยในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย การสรุปสถานการณ์ที่เหมาะสมสำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทจะทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
สถานการณ์ที่จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
- ผู้ที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ: หากระยะทางไป-กลับในแต่ละวันเกิน 5-10 กิโลเมตร จักรยานไฟฟ้าจะให้ระยะทางและความสบายที่เหนือกว่า
- ผู้ที่ต้องการความสบายในการขับขี่: ท่านั่งที่ถูกหลักสรีรศาสตร์และล้อที่ใหญ่กว่าช่วยลดความเมื่อยล้าและแรงกระแทกได้ดี
- ผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย: การได้ออกแรงปั่นช่วยส่งเสริมสุขภาพไปพร้อมกับการเดินทาง
- ผู้ที่ต้องเดินทางบนสภาพถนนที่หลากหลาย: ความสามารถในการรับมือกับพื้นผิวขรุขระหรือทางลาดชันทำได้ดีกว่า
- ครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการบรรทุกของ: จักรยานไฟฟ้าบางรุ่นสามารถติดตั้งเบาะหลังสำหรับเด็กหรือตะกร้าสำหรับสัมภาระได้
สถานการณ์ที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตอบโจทย์ได้ดีกว่า
- ผู้ที่เดินทางระยะสั้น: เหมาะสำหรับการเดินทางในรัศมี 1-5 กิโลเมตร เช่น การไปร้านสะดวกซื้อ หรือเดินทางในหมู่บ้าน
- ผู้ที่ต้องใช้ร่วมกับขนส่งสาธารณะ: ความสามารถในการพับเก็บและน้ำหนักที่เบาทำให้พกพาขึ้นรถไฟฟ้าหรือรถประจำทางได้อย่างสะดวก
- ผู้ที่มีพื้นที่เก็บของจำกัด: สามารถเก็บไว้ในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือใต้โต๊ะทำงานได้ง่าย
- ผู้ที่ไม่ต้องการออกแรง: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปถึงที่หมายอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเหนื่อย
- ผู้ที่มองหาตัวเลือกที่งบประมาณจำกัด: มีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า ทำให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
นอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น ยังมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อกฎหมายจราจรที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าในพื้นที่ของคุณ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันน็อก เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และการเลือกใช้อุปกรณ์ล็อกที่แข็งแรงเพื่อป้องกันการโจรกรรม ซึ่งเป็นความเสี่ยงของยานพาหนะทั้งสองประเภท
บทสรุปและแนวทางการเลือกที่ใช่
โดยสรุปแล้ว ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าระหว่างจักรยานไฟฟ้ากับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อะไรดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่มีเพียง “ตัวเลือกที่ใช่และเหมาะสมที่สุด” สำหรับไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละบุคคล หากให้ความสำคัญกับระยะทาง ความสบาย และประโยชน์ด้านสุขภาพ จักรยานไฟฟ้าคือตัวเลือกที่โดดเด่น แต่หากความคล่องตัว การพกพา และความสะดวกสบายในการเดินทางระยะสั้นคือโจทย์หลัก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็สามารถตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม คำแนะนำที่ดีที่สุดคือการประเมินลักษณะการใช้งานจริงของตนเองอย่างละเอียด หรือหากเป็นไปได้ ลองหาโอกาสทดลองขับขี่ทั้งสองแบบเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจเลือกพาหนะไฟฟ้าคู่ใจของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด
ค้นหาพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ
ที่ GIANT Shopping Mall เรามีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น E-bike ดีไซน์ทันสมัย หรือจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทาง พร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณได้พบกับยานพาหนะที่ใช่ที่สุด
สามารถเข้ามาชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่ร้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
