ขับ E-Bike ประหยัดกว่ามอไซค์น้ำมันกี่บาท? ลองคำนวณดู
- ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- เจาะลึกค่าใช้จ่าย: E-Bike เทียบกับมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
- กรณีศึกษาจากตัวอย่างจริงในประเทศไทย
- วิธีคำนวณค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย
- ตารางสรุปเปรียบเทียบค่าพลังงานต่อกิโลเมตร
- แปลงส่วนต่างเป็นเงินที่ประหยัดได้จริงในชีวิตประจำวัน
- บทสรุป: ความคุ้มค่าในระยะยาวที่จับต้องได้
- เลือกชมและสอบถามข้อมูลจักรยานไฟฟ้า
ท่ามกลางยุคที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง การมองหายานพาหนะทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่คำถามสำคัญที่หลายคนยังสงสัยคือ การขับ E-Bike ประหยัดกว่ามอไซค์น้ำมันกี่บาท? ลองคำนวณดูแล้วจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ บทความนี้จะวิเคราะห์และเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานระหว่างยานพาหนะทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของต้นทุนต่อกิโลเมตรที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มีต้นทุนค่าพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจประหยัดกว่าถึง 3–4 เท่า
- ส่วนต่างของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอยู่ที่ประมาณ 0.50–0.80 บาทต่อกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ อัตราค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา
- การคำนวณความคุ้มค่าสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยเปรียบเทียบระหว่าง “ราคาน้ำมันต่อลิตรหารด้วยระยะทางที่วิ่งได้” กับ “ค่าไฟต่อการชาร์จหนึ่งครั้งหารด้วยระยะทางที่วิ่งได้”
- สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำทุกวัน การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike สามารถสร้างเงินออมจากค่าเดินทางได้หลายพันบาทต่อปี
- นอกเหนือจากค่าพลังงานแล้ว ค่าบำรุงรักษาของ E-Bike ในระยะยาวยังมีแนวโน้มที่ต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปอีกด้วย
เจาะลึกค่าใช้จ่าย: E-Bike เทียบกับมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
การตัดสินใจเปลี่ยนจากมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันมาเป็นจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ มักมีปัจจัยด้านความคุ้มค่าเป็นตัวแปรสำคัญ คำถามที่ว่า ขับ E-Bike ประหยัดกว่ามอไซค์น้ำมันกี่บาท? ลองคำนวณดู จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง การเปรียบเทียบนี้มุ่งเน้นไปที่ “ค่าพลังงานต่อกิโลเมตร” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดในการประเมินค่าใช้จ่ายในการเดินทางระยะยาว
ความสำคัญของการเปรียบเทียบนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีความผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยตรง ในทางกลับกัน E-Bike ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งมีอัตราค่าบริการที่ค่อนข้างคงที่และสามารถควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า บุคคลที่ควรให้ความสนใจในข้อมูลนี้คือกลุ่มผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางเป็นประจำทุกวัน เช่น นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ หรือผู้ประกอบอาชีพที่ต้องเดินทางบ่อยครั้ง เนื่องจากการประหยัดค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันสามารถสะสมเป็นเงินจำนวนมากได้ในระยะเวลาหนึ่งปี
กรณีศึกษาจากตัวอย่างจริงในประเทศไทย
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การพิจารณาข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงในประเทศไทยจะช่วยให้การเปรียบเทียบมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ผลิตและผู้ให้บริการในประเทศ ซึ่งได้ทำการคำนวณและเผยแพร่ตัวเลขค่าใช้จ่ายไว้แล้ว
การคำนวณจากข้อมูลผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
ข้อมูลจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยได้ทำการคำนวณโดยตั้งสมมติฐานบนพื้นฐานของอัตราค่าไฟฟ้าและประสิทธิภาพของรถ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย: ประมาณ 4.5 บาทต่อหน่วย (kWh)
- ประสิทธิภาพรถไฟฟ้า: สามารถวิ่งได้ระยะทาง 37–40 กิโลเมตรต่อการใช้ไฟฟ้า 1 kWh
จากการคำนวณพบว่า หากมีการเดินทางเฉลี่ยวันละ 50 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายของยานพาหนะแต่ละประเภทจะเป็นดังนี้:
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (E-Bike):
- ค่าไฟฟ้าต่อกิโลเมตร: ประมาณ 0.12 บาท
- ค่าใช้จ่ายต่อวัน: 50 กม. × 0.12 บาท = 6 บาท
- ค่าใช้จ่ายต่อปี: 6 บาท × 365 วัน = 2,190 บาท
- มอเตอร์ไซค์น้ำมัน:
- จากการอนุมานข้อมูลเดียวกัน พบว่าค่าน้ำมันตลอด 5 ปีสูงกว่าค่าไฟของรถไฟฟ้าประมาณ 43,800 บาท เมื่อคำนวณย้อนกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร จะอยู่ที่ประมาณ 0.60 บาท
ดังนั้น ส่วนต่างของค่าใช้จ่ายในกรณีศึกษานี้อยู่ที่ 0.48 บาทต่อกิโลเมตร (0.60 – 0.12) ซึ่งหมายความว่าการใช้ E-Bike ประหยัดกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันเกือบ 50 สตางค์ในทุก ๆ กิโลเมตรที่เดินทาง
การคำนวณจากข้อมูลผู้ให้บริการเช่า
อีกหนึ่งกรณีศึกษามาจากผู้ให้บริการเช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งให้ตัวเลขที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย แต่ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความประหยัดที่ชัดเจน:
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (E-Bike): มีค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าประมาณ 0.26 บาทต่อกิโลเมตร
- มอเตอร์ไซค์น้ำมัน: มีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันประมาณ 1.10 บาทต่อกิโลเมตร
ในกรณีนี้ ส่วนต่างของค่าใช้จ่ายสูงถึง 0.84 บาทต่อกิโลเมตร (1.10 – 0.26) หรือกล่าวได้ว่า E-Bike ประหยัดกว่าเกือบ 4 เท่า ซึ่งความแตกต่างของตัวเลขอาจมาจากรุ่นของรถที่นำมาเปรียบเทียบ อัตราการสิ้นเปลือง และราคาน้ำมัน ณ ช่วงเวลาที่ทำการคำนวณ
วิธีคำนวณค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย
ผู้ที่สนใจสามารถประมาณการค่าใช้จ่ายของตนเองได้โดยใช้สูตรง่าย ๆ เพื่อเปรียบเทียบระหว่างยานพาหนะที่ใช้งานอยู่หรือรุ่นที่กำลังพิจารณา ซึ่งจะช่วยให้เห็นตัวเลขที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่และสภาวะค่าครองชีพของตนเองมากที่สุด
สูตรคำนวณสำหรับมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
การคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับมอเตอร์ไซค์น้ำมันต้องใช้ข้อมูล 2 ส่วนหลัก คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถ และราคาน้ำมัน ณ ปัจจุบัน
สูตร:
ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร = ราคาน้ำมันต่อลิตร ÷ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อลิตร (กม./ลิตร)
ตัวอย่าง:
- สมมติว่ามอเตอร์ไซค์ขนาด 110-125cc มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 40 กิโลเมตรต่อลิตร
- ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร
เมื่อแทนค่าในสูตร จะได้: 35 ÷ 40 = 0.88 บาทต่อกิโลเมตร
สูตรคำนวณสำหรับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike)
สำหรับการคำนวณค่าใช้จ่ายของ E-Bike จะใช้หลักการเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากค่าน้ำมันมาเป็นค่าไฟฟ้า ซึ่งต้องทราบข้อมูลสำคัญ 2 อย่าง คือ ค่าไฟฟ้าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จนั้น
สูตร:
ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร = ค่าไฟฟ้าต่อการชาร์จ (บาท) ÷ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ (กม.)
ตัวอย่าง:
- สมมติว่าการชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike จนเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5 บาท
- และ E-Bike รุ่นดังกล่าวสามารถวิ่งได้ระยะทาง 40 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม
เมื่อแทนค่าในสูตร จะได้: 5 ÷ 40 = 0.125 บาทต่อกิโลเมตร
จากสูตรคำนวณทั้งสอง จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของ E-Bike นั้นต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างชัดเจน
ตารางสรุปเปรียบเทียบค่าพลังงานต่อกิโลเมตร
เพื่อสรุปข้อมูลให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างได้รวบรวมช่วงของค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรโดยประมาณจากกรณีศึกษาต่าง ๆ ในประเทศไทย
| ประเภทยานพาหนะ | ค่าพลังงานต่อกิโลเมตร (โดยประมาณ) | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า / E-Bike | 0.12 – 0.26 บาท/กม. | ผู้ผลิตและผู้ให้บริการในประเทศ |
| มอเตอร์ไซค์น้ำมัน | 0.60 – 1.10 บาท/กม. | ผู้ผลิตและผู้ให้บริการในประเทศ (อนุมาน) |
จากตารางนี้ จะเห็นช่วงส่วนต่างที่ E-Bike ประหยัดกว่าอยู่ที่ประมาณ 0.50 ถึง 0.80 บาทต่อกิโลเมตร
แปลงส่วนต่างเป็นเงินที่ประหยัดได้จริงในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่จับต้องได้มากขึ้น สามารถนำส่วนต่างของค่าใช้จ่ายมาคำนวณเป็นเงินที่ประหยัดได้ในแต่ละวัน เดือน และปี โดยใช้ตัวเลขส่วนต่างกลาง ๆ ที่ 0.60 บาทต่อกิโลเมตรเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
ตัวอย่างการคำนวณ: กรณีขับขี่ระยะสั้นในเมือง
สมมติว่ามีการเดินทางไป-กลับที่ทำงานหรือสถานศึกษาเป็นระยะทางรวม 20 กิโลเมตรต่อวัน:
- ประหยัดต่อวัน: 20 กม. × 0.60 บาท = 12 บาท
- ประหยัดต่อเดือน: 12 บาท × 30 วัน = 360 บาท
- ประหยัดต่อปี: 360 บาท × 12 เดือน = 4,320 บาท
ตัวอย่างการคำนวณ: กรณีขับขี่เป็นประจำทุกวัน
สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลขึ้น เช่น ผู้ที่ทำงานส่งของ หรือเดินทางข้ามเขตเป็นประจำ สมมติว่ามีระยะทางรวม 50 กิโลเมตรต่อวัน:
- ประหยัดต่อวัน: 50 กม. × 0.60 บาท = 30 บาท
- ประหยัดต่อเดือน: 30 บาท × 30 วัน = 900 บาท
- ประหยัดต่อปี: 900 บาท × 12 เดือน = 10,800 บาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าในระยะเวลาเพียง 1 ปี ผู้ใช้ E-Bike สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นหลักพันถึงหลักหมื่นบาท และเมื่อพิจารณาในระยะยาว 5 ปี อาจสามารถประหยัดเงินได้มากกว่า 40,000–50,000 บาทเลยทีเดียว
บทสรุป: ความคุ้มค่าในระยะยาวที่จับต้องได้
จากการวิเคราะห์และคำนวณเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานระหว่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และมอเตอร์ไซค์น้ำมัน สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า E-Bike มอบความประหยัดที่เหนือกว่าอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการลงทุนซื้อในครั้งแรกอาจมีราคาที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่ามอเตอร์ไซค์บางรุ่น แต่ผลประโยชน์ด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานระยะยาวนั้นเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ด้วยส่วนต่างของต้นทุนต่อกิโลเมตรที่สามารถประหยัดได้ตั้งแต่ 0.50 ถึง 0.80 บาท ทำให้ผู้ใช้งานที่เดินทางเป็นประจำสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนและรายปีได้อย่างเป็นรูปธรรม การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike จึงไม่เพียงแต่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคพลังงานสะอาด แต่ยังเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย
เลือกชมและสอบถามข้อมูลจักรยานไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่สนใจเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าเพื่อความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเข้ามาเลือกชมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike หลากหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการได้ที่ GIANT Shopping Mall
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

