เทียบชัดๆ จักรยานไฟฟ้า VS มอเตอร์ไซค์ ประหยัดกว่าจริงไหม?
ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมองหายานพาหนะทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนจำนวนมาก คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เทียบชัดๆ จักรยานไฟฟ้า VS มอเตอร์ไซค์ ประหยัดกว่าจริงไหม? การตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะสักคันไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน ทั้งค่าพลังงาน ค่าบำรุงรักษา และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์
- จักรยานไฟฟ้ามีต้นทุนค่าพลังงาน (ค่าไฟ) ต่อกิโลเมตรต่ำกว่าค่าน้ำมันของมอเตอร์ไซค์อย่างมีนัยสำคัญ
- ค่าบำรุงรักษาของจักรยานไฟฟ้าโดยรวมต่ำกว่า เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์สันดาปที่ซับซ้อน
- มอเตอร์ไซค์ยังคงมีความได้เปรียบในด้านความเร็ว ระยะทางในการเดินทางไกล และความสามารถในการบรรทุก
- ความคุ้มค่าโดยรวมขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานเป็นหลัก เช่น ระยะทางต่อวัน สภาพเส้นทาง และความจำเป็นในการบรรทุก
- การเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้พร้อมบริการหลังการขายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ยานพาหนะที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด
การเปรียบเทียบระหว่างจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตเมือง เริ่มมองหาทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย การวิเคราะห์เพื่อ เทียบชัดๆ จักรยานไฟฟ้า VS มอเตอร์ไซค์ ประหยัดกว่าจริงไหม? จึงไม่ใช่แค่การดูราคาซื้อขาย แต่เป็นการพิจารณาต้นทุนรวมในระยะยาวอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา ค่าภาษี และค่าเสื่อมสภาพ เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่ายานพาหนะประเภทใดที่ตอบโจทย์ความประหยัดและความต้องการใช้งานได้ดีที่สุด
บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของการเปรียบเทียบ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร ไปจนถึงความเหมาะสมในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังลังเลระหว่างสองทางเลือกนี้ โดยอ้างอิงจากข้อมูลข้อเท็จจริงและผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นภาพรวมของความคุ้มค่าอย่างแท้จริง และช่วยให้สามารถเลือกยานพาหนะที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ในท้ายที่สุด
ภาพรวมความคุ้มค่า: เลือกอะไรดีในยุคน้ำมันแพง

เมื่อต้องตัดสินใจระหว่างจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมัน ปัจจัยแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “ความประหยัด” แต่ความประหยัดนั้นมีหลายมิติ การเปรียบเทียบจึงต้องครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เห็นภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) โดดเด่นอย่างมากในเรื่องต้นทุนด้านพลังงานที่ต่ำ การชาร์จไฟบ้านหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเติมน้ำมันเต็มถังหลายเท่าตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลางในแต่ละวัน เช่น การเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือไปซื้อของในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ โครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีเครื่องยนต์ ระบบไอเสีย หรือของเหลวมากมาย ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด การดูแลรักษาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ส่วนประกอบพื้นฐานคล้ายจักรยานทั่วไป เช่น ยาง เบรก และโซ่
ในทางกลับกัน มอเตอร์ไซค์น้ำมัน ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่าสำหรับการเดินทางระยะไกล ด้วยความสามารถในการทำความเร็วที่สูงกว่า วิ่งได้ไกลกว่าต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งครั้ง และสามารถเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็วตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไป โครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงและระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้มอเตอร์ไซค์มีความปลอดภัยและเสถียรภาพมากกว่าบนถนนใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระได้มากกว่า ทำให้มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่หลากหลายกว่า
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน |
|---|---|---|
| แหล่งพลังงาน | ไฟฟ้า (ชาร์จจากไฟบ้าน) | น้ำมันเบนซิน |
| ต้นทุนพลังงาน | ต่ำมาก (เฉลี่ย 5-10 บาทต่อการชาร์จ) | สูง (ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน) |
| การใช้งานที่เหมาะสม | ระยะทางใกล้-ปานกลาง (5-30 กม./วัน) ในเมือง | ระยะทางไกล, เดินทางข้ามจังหวัด, ใช้ความเร็ว |
| การบำรุงรักษา | ต่ำ (เน้นยาง, เบรก, แบตเตอรี่) | สูงกว่า (น้ำมันเครื่อง, ไส้กรอง, หัวเทียน, ระบบเครื่องยนต์) |
| ค่าใช้จ่ายแฝง | ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อเสื่อมสภาพ | ค่า พ.ร.บ., ภาษีประจำปี, ค่าบำรุงรักษาตามระยะ |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่มีไอเสียขณะใช้งาน | ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษ |
เจาะลึกค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: ค่าไฟ vs. ค่าน้ำมัน
หัวใจสำคัญของความประหยัดคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นจุดที่จักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนที่สุด การคำนวณต้นทุนต่อกิโลเมตรจะช่วยให้เห็นภาพว่ายานพาหนะชนิดใดช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าในระยะยาว
ต้นทุนการชาร์จจักรยานไฟฟ้า
จักรยานไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จไฟได้จากเต้ารับไฟฟ้าภายในบ้านทั่วไป ต้นทุนในการชาร์จแต่ละครั้งจึงขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่และอัตราค่าไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้ว การชาร์จแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าจนเต็มหนึ่งครั้งจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-10 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นและค่าไฟ ณ เวลานั้น) ซึ่งการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 30-50 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้นในบางรุ่น
เมื่อคำนวณเป็นต้นทุนต่อกิโลเมตร จะพบว่าจักรยานไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายที่ต่ำอย่างน่าทึ่ง ตัวอย่างเช่น หากค่าชาร์จครั้งละ 5 บาท และวิ่งได้ระยะทาง 40 กิโลเมตร ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 0.125 บาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับยานพาหนะที่ใช้น้ำมันทุกประเภท
ต้นทุนการเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์
มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยม เช่น รุ่น 125 ซีซี โดยทั่วไปมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45 กิโลเมตรต่อลิตร หากอ้างอิงราคาน้ำมันเบนซินที่ลิตรละประมาณ 38-40 บาท ต้นทุนในการเดินทาง 45 กิโลเมตรจะอยู่ที่ 38-40 บาท
เมื่อคำนวณเป็นต้นทุนต่อกิโลเมตร จะอยู่ที่ประมาณ 0.84 – 0.88 บาทต่อกิโลเมตร จะเห็นได้ว่าต้นทุนค่าพลังงานของมอเตอร์ไซค์สูงกว่าจักรยานไฟฟ้าประมาณ 7-8 เท่า ซึ่งความแตกต่างนี้จะยิ่งเห็นผลชัดเจนมากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางทุกวัน ยิ่งระยะทางสะสมมากขึ้นเท่าไหร่ ส่วนต่างของค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการเดินทางได้มากกว่า 80% ซึ่งหมายถึงเงินออมที่เพิ่มขึ้นหลายพันบาทต่อปีสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำ
ค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายแฝง: จุดตัดสินความคุ้มค่าระยะยาว
ข้อมูลวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากับรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน พบว่ายานพาหนะไฟฟ้ามีต้นทุนพลังงานต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญถึง 8.7 เท่า และใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 9.5 เท่า แม้ข้อมูลนี้จะเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในจักรยานไฟฟ้า สิ่งนี้ตอกย้ำว่าการเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าไม่เพียงช่วยประหยัดค่าน้ำมัน แต่ยังลดภาระค่าบำรุงรักษาในระยะยาวได้อย่างมหาศาล เพราะไม่มีชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรือไส้กรองอากาศ
ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงแนวโน้มและเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี เราจึงคัดสรร จักรยานไฟฟ้า และ E-bike รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) ที่มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และแทบไม่ต้องบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน ผสานกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูงที่ให้ระยะทางไกลขึ้นและมีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าจากเราจึงไม่ใช่แค่การประหยัดค่าน้ำมัน แต่เป็นการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง เพราะเราได้คัดเลือกรุ่นที่พิสูจน์แล้วว่ามีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่ำที่สุดในตลาด ทำให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องค่าซ่อมบำรุงจุกจิกที่มักพบในมอเตอร์ไซค์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่นสำหรับการเดินทางในเมือง หรือรุ่นที่เน้นความคล่องตัว ทุกคันผ่านการตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ประหยัด แต่ยังเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้การเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด
เปรียบเทียบสมรรถนะและการใช้งานจริง
นอกเหนือจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว การตัดสินใจเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้ากับมอเตอร์ไซค์ยังต้องพิจารณาถึงสมรรถนะและความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งสองประเภทมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
ความเร็วและระยะทาง
มอเตอร์ไซค์: มีความได้เปรียบอย่างชัดเจนในด้านนี้ สามารถทำความเร็วได้สูงกว่ามากและสอดคล้องกับการจราจรบนถนนสายหลัก อีกทั้งยังเดินทางได้ไกลกว่าต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามอำเภอหรือข้ามจังหวัด และการใช้งานที่ต้องการความรวดเร็ว
จักรยานไฟฟ้า: ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางในเมืองเป็นหลัก ความเร็วสูงสุดมักจะถูกจำกัดตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัย และระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งมีจำกัด แม้จะเพียงพอสำหรับการใช้งานในแต่ละวัน แต่ก็ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลที่ไม่มีจุดแวะชาร์จ
การบรรทุกและความอเนกประสงค์
มอเตอร์ไซค์: สามารถรองรับผู้โดยสารซ้อนท้ายได้ และมีพื้นที่สำหรับติดตั้งกล่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ทำให้สามารถบรรทุกของได้มากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องรับ-ส่งคน หรือขนของเป็นประจำ
จักรยานไฟฟ้า: ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาสำหรับการขับขี่คนเดียว แม้บางรุ่นจะมีที่นั่งซ้อนท้าย แต่ก็เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้โดยสารตัวเล็กในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น ความสามารถในการบรรทุกสัมภาระมีจำกัดอยู่แค่ตะกร้าด้านหน้าหรือตะแกรงท้ายขนาดเล็ก
การรับมือสภาพอากาศและถนน
มอเตอร์ไซค์: มีโครงสร้างที่ใหญ่และแข็งแรงกว่า ล้อขนาดใหญ่และระบบช่วงล่างที่ดีกว่า ทำให้สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ขรุขระหรือเปียกลื่นได้ดีกว่า อีกทั้งยังทนทานต่อฝนได้ในระดับหนึ่ง
จักรยานไฟฟ้า: เนื่องจากมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แบตเตอรี่และคอนโทรลเลอร์ การขับขี่ท่ามกลางสายฝนหนักจึงมีความเสี่ยงมากกว่า และอาจไม่เหมาะกับสภาพถนนที่เป็นหลุมบ่อมากนัก
ปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ในการคำนวณความคุ้มค่าทั้งหมด การมองข้ามค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและประเด็นด้านกฎหมายอาจทำให้การประเมินผิดพลาดได้
ค่าเสื่อมสภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดและเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สำหรับจักรยานไฟฟ้าคือ “แบตเตอรี่” ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด โดยทั่วไปแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2-4 ปี หรือตามจำนวนรอบการชาร์จ เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนเก็บไฟไม่อยู่หรือระยะทางวิ่งสั้นลงอย่างมาก การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่จะมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต้องนำมาคำนวณรวมกับค่าไฟเพื่อหาต้นทุนที่แท้จริงตลอดอายุการใช้งาน ในขณะที่มอเตอร์ไซค์ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ แต่จะมีค่าเสื่อมของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งมักจะกระจายเป็นค่าซ่อมบำรุงย่อยๆ ตลอดเวลา
ความปลอดภัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มอเตอร์ไซค์ถูกออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ มีระบบเบรก ช่วงล่าง และโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า และต้องจดทะเบียน มี พ.ร.บ. และเสียภาษีประจำปีตามกฎหมาย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นทุกปี ส่วนจักรยานไฟฟ้าหลายรุ่นอาจไม่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานควรตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเภทของจักรยานไฟฟ้าที่ตนเองใช้ เพื่อให้ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
| ลักษณะการใช้งาน | ตัวเลือกที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| เดินทางไปทำงาน/เรียนในเมือง (5-20 กม./วัน) | จักรยานไฟฟ้า | ประหยัดค่าเดินทางสูงสุด คล่องตัวในซอยและที่จอดรถง่าย |
| เดินทางไกลข้ามเขต/อำเภอบ่อยครั้ง | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน | ทำความเร็วได้ดีกว่า ระยะทางไกลกว่า และเติมพลังงานสะดวก |
| ต้องรับ-ส่งคน หรือบรรทุกของเป็นประจำ | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน | รองรับน้ำหนักบรรทุกและผู้โดยสารได้ดีกว่า |
| เน้นลดค่าใช้จ่ายรายเดือนให้มากที่สุด | จักรยานไฟฟ้า | ค่าพลังงานและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าอย่างชัดเจน |
| ต้องการความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน | โครงสร้างและระบบต่างๆ ถูกออกแบบมาให้ทนทานกว่า |
| ใช้เป็นยานพาหนะเสริมสำหรับระยะใกล้ | จักรยานไฟฟ้า | ตอบโจทย์ความสะดวก คล่องตัว และประหยัดสำหรับการใช้งานเฉพาะทาง |
บทสรุป: เลือกยานพาหนะที่ใช่ และซื้อที่ไหนให้คุ้มค่าที่สุด
จากข้อมูลทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า คำถามที่ว่า เทียบชัดๆ จักรยานไฟฟ้า VS มอเตอร์ไซค์ ประหยัดกว่าจริงไหม? คำตอบคือ “จริง” หากการใช้งานของคุณส่วนใหญ่อยู่ในการเดินทางระยะใกล้ถึงปานกลางภายในเมือง จักรยานไฟฟ้าจะมอบความประหยัดทั้งในด้านค่าพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่เหนือกว่ามอเตอร์ไซค์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากไลฟ์สไตล์ของคุณต้องการความเร็ว การเดินทางไกล และความสามารถในการบรรทุก มอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า
ความคุ้มค่าที่แท้จริงไม่ได้จบที่การเลือกประเภทของยานพาหนะ แต่ยังรวมถึงการเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพ และมีบริการหลังการขายที่พร้อมดูแล
ทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในยุคน้ำมันแพง คือการลงทุนกับยานพาหนะที่ใช่จากผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้จำหน่ายแค่จักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike แต่เรามอบโซลูชันการเดินทางที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ ด้วยสินค้าคุณภาพสูงที่ผ่านการคัดสรร พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา และบริการหลังการขายที่คุณวางใจได้
เลือกความประหยัดที่มาพร้อมคุณภาพและความมั่นใจ เลือก GIANT Shopping Mall วันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางที่คุ้มค่ากว่าในทุกๆ วัน
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือเข้ามาเลือกชมสินค้าได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshoppingmall
เว็บไซต์: https://giant-shopping.com/contact-us/
