เทรนด์ผังเมือง 2026: จ่อผุดโซน E-Bike ไร้มลพิษลดค่าน้ำมัน
- ภาพรวมของเทรนด์ผังเมืองยุคใหม่
- โซนไร้มลพิษ (Zero Emission Zone) คืออะไร?
- เจาะลึกโครงการ BKK Green Link: พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่มหานครสีเขียว
- ประโยชน์รอบด้านของนโยบายส่งเสริม E-Bike และโซนไร้มลพิษ
- เลือกพาหนะคู่ใจ: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ
- เตรียมความพร้อมสู่อนาคตของการเดินทางตั้งแต่วันนี้
- เริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดกับ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางปัญหาราคาน้ำมันที่ผันผวนและวิกฤตมลพิษทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเขตเมือง การปรับตัวและมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทางจึงไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ล่าสุดกับทิศทางที่ชัดเจนจากภาครัฐกับ เทรนด์ผังเมือง 2026: จ่อผุดโซน E-Bike ไร้มลพิษลดค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบการสัญจรในเมืองใหญ่ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การเกิดขึ้นของโซนพิเศษสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ที่ปรับตัวได้ก่อนใคร
ภาพรวมของเทรนด์ผังเมืองยุคใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดการพัฒนาเมืองทั่วโลกได้หันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก การเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ได้กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการทบทวนรูปแบบการใช้ชีวิตและการเดินทางในเมืองอย่างจริงจัง
สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและมีประชากรหนาแน่น ทิศทางการพัฒนาเมืองในปี 2026 และหลังจากนั้นจะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “เมืองน่าอยู่” ที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นโยบายการจัดตั้ง “โซนไร้มลพิษ” (Zero Emission Zone) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์สันดาป (Non-Motorized Transportation) เช่น ทางเท้าและเลนจักรยาน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบและจะได้รับประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มคนวัยทำงานและนักศึกษาที่ต้องเดินทางในเขตเมืองเป็นประจำ ซึ่งกำลังมองหาทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ขณะเดียวกันก็ต้องการความคล่องตัวและปลอดภัย การมาถึงของเทรนด์นี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางในยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โซนไร้มลพิษ (Zero Emission Zone) คืออะไร?
โซนไร้มลพิษ หรือ Zero Emission Zone (ZEZ) คือพื้นที่ที่ถูกกำหนดขึ้นในเขตเมือง โดยมีการจำกัดหรือห้ามไม่ให้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษ เช่น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เข้ามาสัญจร แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงอย่างตรงจุด โดยส่งเสริมให้ผู้คนหันมาใช้ยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลพิษ (Zero-Emission Vehicles) เช่น ยานพาหนะไฟฟ้า (EV), จักรยาน, หรือการเดินเท้าแทน
หลักการทำงานและเป้าหมายหลัก
หลักการของ ZEZ คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินทางแบบไร้มลพิษ โดยมากจะเริ่มจากการกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่ชัดเจน เช่น ย่านธุรกิจใจกลางเมือง, เขตชุมชนหนาแน่น, หรือรอบสถานศึกษา และบังคับใช้กฎระเบียบการเข้า-ออกพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยมีเป้าหมายหลักดังนี้:
- ลดมลพิษทางอากาศ: ลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน
- ส่งเสริมสุขภาพ: กระตุ้นให้ผู้คนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นผ่านการเดินและการปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว
- เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน: การลดจำนวนรถยนต์ในพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และทำให้ทางเท้าและทางจักรยานปลอดภัยยิ่งขึ้น
- กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: พื้นที่ที่เป็นมิตรต่อการเดินเท้าและจักรยานมักจะดึงดูดผู้คนให้ออกมาใช้ชีวิตและจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าท้องถิ่นมากขึ้น
ตัวอย่างจากเมืองชั้นนำทั่วโลก
หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกได้นำร่องและประสบความสำเร็จในการจัดตั้งโซนไร้มลพิษ เช่น ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีโซน Ultra Low Emission Zone (ULEZ) และกำลังขยายไปสู่การเป็น ZEZ เต็มรูปแบบ หรือเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ ที่จำกัดรถยนต์ส่วนตัวในใจกลางเมืองและแทนที่ด้วยทางจักรยานและพื้นที่สาธารณะ ความสำเร็จของเมืองเหล่านี้ได้กลายเป็นต้นแบบสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางเป็นสิ่งที่ทำได้จริงและสร้างประโยชน์มหาศาลต่อเมืองและผู้คน ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่กรุงเทพมหานครกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคตอันใกล้นี้
เจาะลึกโครงการ BKK Green Link: พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่มหานครสีเขียว
หนึ่งในโครงการสำคัญที่เป็นรูปธรรมและขับเคลื่อนแนวคิดโซนไร้มลพิษในกรุงเทพฯ คือ “โครงการ BKK Green Link” หรือโครงการเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุง โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้ แต่คือการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Infrastructure) เพื่อสร้างเครือข่ายการเดินทางที่ยั่งยืนและไร้มลพิษให้ครอบคลุมทั่วเมือง
การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นเส้นทางสัญจรแห่งอนาคต
ข้อมูลจากแผนงานระบุว่า โครงการ BKK Green Link จะมุ่งเน้นการพลิกฟื้นพื้นที่ที่ถูกละเลยหรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ ให้กลายเป็นเส้นทางสัญจรที่มีชีวิตชีวาและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ พื้นที่เป้าหมายประกอบด้วย:
- พื้นที่ใต้ทางด่วน: เปลี่ยนพื้นที่มืดและรกร้างให้กลายเป็นทางเดิน-ทางจักรยานที่สว่างและปลอดภัย
- ทางเดินริมคลอง: พัฒนาและปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เหมาะแก่การสัญจรและการพักผ่อน
- พื้นที่แนวริมทางรถไฟ: สร้างเส้นทางเชื่อมต่อใหม่สำหรับการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์
- ทางเท้าและพื้นที่ริมถนน: ขยายและปรับปรุงทางเท้าให้เดินสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ คาดว่ากรุงเทพฯ จะมีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบของทางสัญจรเพิ่มขึ้นกว่า 1,080,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสวนลุมพินี 2.7 แห่ง และมีเส้นทางสำหรับคนเดินและจักรยานรวมกันเทียบเท่าสนามฟุตบอลประมาณ 135 สนาม การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการใช้รถยนต์และลดการปล่อยมลพิษ แต่ยังสร้างพื้นที่สาธารณะใหม่ๆ สำหรับการออกกำลังกายและสันทนาการอีกด้วย
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยพาหนะไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเหล่านี้ เปิดโอกาสทองให้กับการเดินทางด้วยยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เส้นทางที่ราบรื่น ปลอดภัย และเชื่อมต่อถึงกันได้ดี ทำให้การใช้ E-bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นวิธีการเดินทางที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับชีวิตในเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2026 นี้
ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงแนวโน้มตลาดและเทรนด์อนาคตนี้เป็นอย่างดี เราจึงได้คัดสรรยานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานบน “Eco-Smart Street” หรือถนนอัจฉริยะเชิงนิเวศ ที่กำลังจะถูกพัฒนาขึ้นในย่านธุรกิจอย่างสาทร พาหนะของเราไม่ได้มีดีแค่การประหยัดพลังงาน แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและสเปกที่เหนือกว่า เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณราบรื่นและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
“การลงทุนกับ E-Bike คุณภาพสูงในวันนี้ คือการซื้อความสะดวกสบาย ความประหยัด และสุขภาพที่ดีในอนาคต GIANT Shopping Mall พร้อมมอบพาหนะที่ใช่ที่สุด สำหรับเส้นทางแห่งอนาคตของคุณ”
จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจากเราถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงบนเส้นทาง BKK Green Link มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมประสิทธิภาพสูงที่ให้ระยะทางไกลขึ้น ชาร์จไวขึ้น มอเตอร์กำลังแรงที่พาคุณผ่านทางชันได้อย่างสบาย โครงสร้างน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน และระบบเบรกที่มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยรถยนต์ที่ต้องเผชิญกับรถติด ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน และค่าที่จอดรถ การเปลี่ยนมาใช้พาหนะไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall คือความคุ้มค่าที่มองเห็นได้ชัดเจน ไม่ใช่แค่การประหยัดเงินในกระเป๋า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในเมืองที่กำลังจะเปลี่ยนไป
ประโยชน์รอบด้านของนโยบายส่งเสริม E-Bike และโซนไร้มลพิษ
การผลักดันนโยบายโซนไร้มลพิษและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ E-Bike ไม่ได้ส่งผลดีเพียงมิติใดมิติหนึ่ง แต่สร้างประโยชน์เชิงบวกอย่างครอบคลุม ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และตัวบุคคล
มิติด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดคือการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในเขตเมือง ตามข้อมูลจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ การลดการใช้รถยนต์สันดาปและเพิ่มพื้นที่สีเขียวจะส่งผลโดยตรงต่อการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่น PM2.5 ในอากาศ โครงการ BKK Green Link เพียงโครงการเดียวคาดว่าจะมีการปลูกต้นไม้ใหญ่เพิ่มขึ้นกว่า 10,800 ต้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นปอดของเมือง ช่วยฟอกอากาศและลดอุณหภูมิเมืองให้เย็นลง การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike เท่ากับว่าแต่ละบุคคลได้มีส่วนร่วมในการสร้างเมืองที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
มิติด้านสังคมและเศรษฐกิจชุมชน
การสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อคนเดินและจักรยานช่วยส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เมื่อผู้คนออกมาใช้พื้นที่สาธารณะมากขึ้น ชุมชนจะมีความปลอดภัยและมีชีวิตชีวาขึ้นจาก “สายตาที่คอยสอดส่อง” (Eyes on the Street) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงอาชญากรรมในพื้นที่เปลี่ยว นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เพราะผู้ที่เดินทางด้วยจักรยานหรือเดินเท้ามักมีแนวโน้มที่จะแวะร้านค้าเล็กๆ หรือคาเฟ่ริมทางมากกว่าผู้ที่ขับรถยนต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง
ประโยชน์ส่วนบุคคล: ความคุ้มค่าที่จับต้องได้
สำหรับบุคคลทั่วไป การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายเดือนระหว่างการใช้รถยนต์ส่วนตัวกับการใช้จักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
| รายการค่าใช้จ่าย | รถยนต์ส่วนตัว (Eco Car) | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|
| ค่าน้ำมัน/ค่าไฟฟ้า | ~ 3,000 บาท | ~ 50 – 100 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา | ~ 1,000 บาท (เฉลี่ย) | ~ 100 บาท (เฉลี่ย) |
| ค่าที่จอดรถ/ค่าทางด่วน | ~ 1,500 บาท (อาจสูงกว่านี้) | 0 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน | ~ 5,500 บาท | ~ 150 – 200 บาท |
เลือกพาหนะคู่ใจ: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ
เมื่อตัดสินใจที่จะก้าวสู่การเดินทางแห่งอนาคตแล้ว คำถามต่อไปคือจะเลือกยานพาหนะประเภทไหนดีระหว่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป GIANT Shopping Mall มีตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): สำหรับสายเดินทางไกลและรักสุขภาพ
E-Bike คือจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในระยะทางที่ไกลขึ้น หรือเส้นทางที่มีเนินชัน แต่ยังคงต้องการออกกำลังกายไปด้วย จุดเด่นคือสามารถทำความเร็วได้คงที่ ไม่เหนื่อยง่าย และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน เหมาะกับการเดินทางไปทำงานหรือไปเรียนในระยะทาง 5-20 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ และสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากกว่าสกู๊ตเตอร์
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ความคล่องตัวสำหรับชีวิตเมือง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเน้นความคล่องตัว สะดวกสบาย และใช้งานง่ายเป็นหลัก ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบา หลายรุ่นสามารถพับเก็บเพื่อนำขึ้นรถไฟฟ้าหรือเก็บไว้ใต้โต๊ะทำงานได้อย่างสะดวก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะสั้น (Last-mile connectivity) เช่น จากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือจากสถานีไปยังที่ทำงาน การใช้งานที่ไม่ต้องออกแรงปั่นทำให้ถึงที่หมายได้โดยไม่เหนื่อยและเหงื่อไม่ออก เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับวันเร่งรีบในเมือง
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า City Cruiser Pro | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Urban Fold X |
|---|---|---|
| ประเภทการใช้งานหลัก | เดินทางระยะกลาง-ไกล, ออกกำลังกาย | เดินทางระยะสั้น, เชื่อมต่อรถไฟฟ้า |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 40-60 กม. | 25-35 กม. |
| ความเร็วสูงสุด | 25-35 กม./ชม. | 25 กม./ชม. |
| น้ำหนักตัวรถ | ~ 22 กก. | ~ 14 กก. |
| จุดเด่น | มั่นคง, แบตเตอรี่อึด, ปั่นสนุก | พับเก็บง่าย, คล่องตัวสูง, น้ำหนักเบา |
เตรียมความพร้อมสู่อนาคตของการเดินทางตั้งแต่วันนี้
การเปลี่ยนแปลงผังเมืองสู่การเป็นเมืองไร้มลพิษไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นทิศทางที่ชัดเจนและกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า การจัดระเบียบและเพิ่มเลนพิเศษสำหรับจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเขตชุมชนและมหาวิทยาลัยตามที่ภาครัฐวางแผนไว้ คือสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มปรับตัว การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น แต่ยังเป็นการคว้าโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล อย่ารอให้เทรนด์กลายเป็นเรื่องปกติ หรือรอจนเลนใหม่สร้างเสร็จแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะผู้ที่เริ่มต้นก่อนคือผู้ที่ได้เปรียบเสมอ
เริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดกับ GIANT Shopping Mall
การเลือกพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่าย แต่เราคือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อให้คุณได้ยานพาหนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานของคุณอย่างแท้จริง เรามีจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายรุ่น ที่คัดสรรมาแล้วว่ามีคุณภาพ ทนทาน และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมบริการหลังการขายที่คุณมั่นใจได้
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเทรนด์ผังเมือง 2026 และเริ่มต้นชีวิตที่ประหยัดกว่า คล่องตัวกว่า และดีต่อสุขภาพกว่าตั้งแต่วันนี้
ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำและเลือกชมสินค้า:
- เยี่ยมชมและพูดคุยกับเราได้ทาง FACEBOOK PAGE
- สอบถามข้อมูลด่วนผ่าน LINE
- ดูรายละเอียดสินค้าทั้งหมดและ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878

