นโยบายรัฐ 2026: ดัน E-Bike รับเทรนด์เมืองไร้ควัน
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ภาพรวมนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
- E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ทางเลือกอัจฉริยะ ตอบโจทย์เมืองไร้ควันและนโยบายรัฐ
- ความท้าทายและโอกาส: โครงสร้างพื้นฐานและบทเรียนจากต่างประเทศ
- แนวโน้มอนาคตและผลสำเร็จของนโยบาย EV ในไทย
- เลือกพาหนะคู่ใจ ที่ GIANT Shopping Mall: เริ่มต้นการเดินทางที่คุ้มค่าและยั่งยืน
ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ผันผวน การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นโจทย์สำคัญของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษาที่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้นทุกวัน ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็กำลังเดินหน้าผลักดันนโยบายเพื่อลดมลพิษและมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะกลุ่มสองล้ออย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็นดาวเด่นที่พร้อมเข้ามาปฏิวัติการเดินทางในเมืองใหญ่
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

- นโยบายภาครัฐหนุนเต็มที่: มาตรการ EV 3.5 (ปี 2567-2570) มอบเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 10,000 บาทต่อคัน พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานและการผลิตในประเทศอย่างแพร่หลาย
- เป้าหมายสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: นโยบาย 30@30 ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไร้มลพิษให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการลดปัญหามลภาวะในเมือง
- เทรนด์การเดินทางแห่งอนาคต: E-Bike และ Scooter ไฟฟ้า ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว สะดวกสบาย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
- ความพร้อมของตลาด: GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อคุณภาพสูงที่คัดสรรมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ นำเสนอทางเลือกที่จับต้องได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวเข้าสู่ยุคของการเดินทางอัจฉริยะได้ทันที
ภาพรวมนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
แม้จะยังไม่มีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงสำหรับ นโยบายรัฐ 2026: ดัน E-Bike รับเทรนด์เมืองไร้ควัน ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐมีความชัดเจนและต่อเนื่อง โดยมีรากฐานมาจากมาตรการก่อนหน้าอย่าง EV 3.0 และ EV 3.5 ซึ่งปูทางไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ นโยบายเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่ยังให้ความสำคัญกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาหนะหลักของคนไทยจำนวนมาก การทำความเข้าใจภาพรวมของนโยบายเหล่านี้จะช่วยให้เห็นถึงโอกาสและแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ทิศทางนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทย: ภาพรวมและความต่อเนื่อง
รัฐบาลไทยแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค ผ่านการออกมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มาตรการ EV 3.0 ที่สิ้นสุดไป มาตรการ EV 3.5 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันได้เข้ามาสานต่อและปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น หัวใจหลักของนโยบายคือการสร้างแรงจูงใจทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ผลิต เพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน การสนับสนุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเงินอุดหนุน แต่ยังครอบคลุมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การลดอากรนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งช่วยทำให้ราคาของยานยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
มาตรการ EV 3.5: แรงหนุนสำคัญสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
มาตรการ EV 3.5 ซึ่งมีผลบังคับใช้ระหว่างปี พ.ศ. 2567 ถึง 2570 ถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
- เงินอุดหนุนโดยตรง: สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาไม่เกิน 150,000 บาท และใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในช่วง 5,000 ถึง 10,000 บาทต่อคัน ซึ่งเงินอุดหนุนนี้จะช่วยลดภาระของผู้ซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
- มาตรฐานและความปลอดภัย: กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยและคุณภาพให้กับผู้ใช้งาน
- การกระตุ้นการผลิตในประเทศ: นโยบายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตในประเทศ โดยมีเงื่อนไขจูงใจสำหรับผู้ประกอบการที่ตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ของภูมิภาค
มาตรการเหล่านี้ได้ดึงดูดผู้ผลิตรายใหญ่ให้เข้าร่วมโครงการ และกระตุ้นให้ตลาดมีความคึกคักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เป้าหมาย 30@30: อนาคตการผลิตและใช้งาน EV ในประเทศ
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ “30@30” คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย โดยตั้งเป้าให้การผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ในส่วนของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีการตั้งเป้าหมายการผลิตไว้สูงถึง 675,000 คันต่อปี และคาดว่าจะมีการใช้งานจริงบนท้องถนนถึง 650,000 คันต่อปี เป้าหมายนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ในเขตเมือง แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon society) อย่างเป็นรูปธรรม
E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ทางเลือกอัจฉริยะ ตอบโจทย์เมืองไร้ควันและนโยบายรัฐ
ขณะที่ภาครัฐกำลังวางรากฐานนโยบายระยะยาวเพื่อสนับสนุนภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้พาหนะไฟฟ้าในระดับบุคคลคือการลงมือทำที่เห็นผลได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถสองล้อไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางเป้าหมายลดมลพิษและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล การเลือกใช้ E-bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับตัวตามเทรนด์ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่า GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการนี้ จึงได้รวบรวมยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาพร้อมบริการที่ครบวงจร เพื่อเป็นคำตอบให้กับทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดตั้งแต่วันนี้
ทำไม E-Bike จึงเป็นคำตอบของการเดินทางยุคใหม่
นโยบายของรัฐที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอนและส่งเสริมพลังงานสะอาด (Energy) สอดคล้องโดยตรงกับคุณสมบัติของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยานพาหนะเหล่านี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (Battery) ที่สามารถชาร์จ (Charging) ไฟบ้านได้โดยตรง ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถที่ใช้น้ำมันอย่างมหาศาล ที่ GIANT Shopping Mall ยานยนต์ไฟฟ้าทุกคันถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาตรฐานสูงที่ให้ระยะทางที่ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีอายุการใช้งานยาวนาน ลดความกังวลเรื่องการบำรุงรักษาจุกจิกเหมือนเครื่องยนต์สันดาป
จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่ต้องกังวลกับราคาน้ำมันที่ผันผวนอีกต่อไป! ที่ GIANT Shopping Mall เรามี E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาที่คุ้มค่า พร้อมบริการหลังการขายที่มั่นใจได้
นอกเหนือจากความประหยัด E-Bike ยังมอบความคล่องตัวในการเดินทางผ่านสภาพการจราจรที่หนาแน่นในเมืองได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการวนหาที่จอดรถ และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองไร้ควันอย่างแท้จริง
ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า เมื่อเทียบกับการเดินทางรูปแบบเดิม
เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพระหว่าง E-Bike จาก GIANT Shopping Mall กับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป
| รายการ | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จาก GIANT Shopping Mall | รถจักรยานยนต์ 125cc (น้ำมัน) |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน | ประมาณ 150-250 บาท (ค่าไฟฟ้า) | ประมาณ 1,000-1,200 บาท (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษา | ต่ำมาก (เช็คระบบเบรก, ยาง) | สูงกว่า (เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, หัวเทียน, ไส้กรอง) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่มีการปล่อยมลพิษ | ปล่อย CO2 และ PM2.5 |
| ความสะดวกสบาย | เสียงเงียบ, ไม่มีแรงสั่น, ไม่ต้องเข้าปั๊ม | มีเสียงดัง, มีแรงสั่นสะเทือน |
นอกจากนี้ GIANT Shopping Mall ยังคัดสรรแต่สินค้าที่มีคุณภาพสูง ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ในเทคโนโลยีและวัสดุที่ใช้
| คุณสมบัติ | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | E-Bike ทั่วไปในตลาด |
|---|---|---|
| ประเภทแบตเตอรี่ | ลิเธียมไอออนมาตรฐาน มอก. ความจุสูง | หลากหลาย (อาจเป็นแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด) |
| การรับประกัน | รับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ชัดเจน | เงื่อนไขไม่แน่นอน หรือรับประกันระยะสั้น |
| บริการหลังการขาย | มีศูนย์บริการและทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ | หาศูนย์ซ่อมเฉพาะทางได้ยาก |
| การจัดส่ง | บริการจัดส่งทั่วประเทศ | จำกัดพื้นที่ หรือมีค่าใช้จ่ายสูง |
ความท้าทายและโอกาส: โครงสร้างพื้นฐานและบทเรียนจากต่างประเทศ
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์นั้นจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนมากกว่าแค่ตัวรถและเงินอุดหนุน โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกัน การศึกษาบทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้ามาก่อน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถวางแผนและปรับใช้นโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สถานีชาร์จและระบบสลับแบตเตอรี่: หัวใจสำคัญของระบบนิเวศ EV
หนึ่งในความกังวลหลักของผู้ที่สนใจยานยนต์ไฟฟ้าคือเรื่องของ “ระยะทาง” และ “การชาร์จ” แม้ว่า E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ แต่การมีสถานีชาร์จสาธารณะที่ครอบคลุมจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทางไกล นอกจากนี้ “สถานีสลับแบตเตอรี่” (Battery Swapping Station) กำลังเป็นโมเดลที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพราะสามารถลดระยะเวลาการรอชาร์จจากหลายชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่นาที เพิ่มความสะดวกสบายเทียบเท่ากับการเติมน้ำมัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้เสนอแนะให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและสร้างมาตรฐานกลางสำหรับสถานีสลับแบตเตอรี่ เพื่อให้ผู้ใช้จากต่างค่ายสามารถใช้บริการร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยเร่งการยอมรับและการใช้งานให้แพร่หลายเร็วขึ้น
โมเดลความสำเร็จจากต่างประเทศ: ไต้หวัน เวียดนาม และอินโดนีเซีย
หลายประเทศในเอเชียได้ก้าวไปข้างหน้าในเรื่องนี้แล้ว และมีบทเรียนที่น่าสนใจ:
- ไต้หวัน: ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับโมเดลสถานีสลับแบตเตอรี่ โดยมีผู้ให้บริการรายหลักที่สร้างเครือข่ายครอบคลุมทั่วเกาะ ทำให้ผู้ใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้ามีความมั่นใจในการเดินทาง
- เวียดนามและอินโดนีเซีย: ใช้แพ็กเกจนโยบายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการใช้งานในกลุ่มรถสาธารณะและบริการเดลิเวอรี่ (Fleet) การสนับสนุนการดัดแปลงรถเครื่องยนต์สันดาปให้เป็นรถไฟฟ้า และการสร้างการยอมรับในสังคมผ่านแคมเปญต่างๆ
บทเรียนเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การจะผลักดันให้เกิดการใช้งาน EV อย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างนวัตกรรมของผู้ผลิต และการเปิดใจยอมรับของผู้บริโภค
แนวโน้มอนาคตและผลสำเร็จของนโยบาย EV ในไทย
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ สามารถสร้างการเติบโตของตลาดได้อย่างก้าวกระโดด และดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตระดับโลก แนวโน้มในอนาคตจึงมีทิศทางที่สดใสและน่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง
สถิติการเติบโตที่น่าจับตา
ข้อมูลจากปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยถึง 6.5 เท่า หรือกว่า 76,000 คัน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความยืดหยุ่นของนโยบายและความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และความพร้อมของตลาดในการตอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ยังคงเดินหน้าผลักดันและจัดกิจกรรมส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เช่น งาน Motor Expo ที่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ สู่สาธารณชน
การขยายผลสู่ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น
นอกเหนือจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นโยบายของรัฐยังขยายการสนับสนุนไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่อีกด้วย เช่น E-Bus (รถโดยสารไฟฟ้า) และ E-Truck (รถบรรทุกไฟฟ้า) โดยมีเป้าหมายกว่า 6,000 คัน และ 4,000 คันตามลำดับ พร้อมมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับนิติบุคคลที่จัดซื้อยานยนต์เหล่านี้ไปใช้งาน ซึ่งจะสิ้นสุดภายในสิ้นปี 2568 การขยายผลในวงกว้างเช่นนี้จะช่วยลดมลพิษในภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับมาตรการ EV 3.0 ที่จะสิ้นสุดในปี 2568 นั้น คาดว่าจะมีการประกาศมาตรการใหม่สำหรับปี 2569 (ค.ศ. 2026) ออกมาในเร็วๆ นี้ ซึ่งน่าจะมีความเข้มข้นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
เลือกพาหนะคู่ใจ ที่ GIANT Shopping Mall: เริ่มต้นการเดินทางที่คุ้มค่าและยั่งยืน
กระแสยานยนต์ไฟฟ้าและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐได้สร้างโอกาสที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางให้ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เคยเป็นมา การรอช้าอาจหมายถึงการพลาดโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ที่ GIANT Shopping Mall มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหม่ของคุณ
เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ทุกประเภท ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การขับขี่เพื่อความสนุกสนาน หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน สินค้าทุกชิ้นผ่านมาตรฐาน ขับขี่ง่าย ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือ “ไม่ใช้น้ำมัน” ช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายที่ครบวงจร รวมถึงบริการจัดส่งทั่วประเทศ
อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป เริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืนได้แล้ววันนี้
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshoppingmall
Website: ติดต่อเรา
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
