แบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้า: รู้ลึกทุกประเภทและวิธีดูแล
แบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถจักรยานไฟฟ้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะ ระยะทาง และประสบการณ์การขับขี่โดยรวม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทต่างๆ ของแบตเตอรี่จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพื่อให้สามารถเลือกสรรและดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด การเรียนรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้า: รู้ลึกทุกประเภทและวิธีดูแล จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และใช้ศักยภาพของรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ภาพรวมสำคัญของแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- แบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าที่นิยมใช้ในตลาดมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่ตะกั่วกรด (Lead-Acid), แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion), และแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4) ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
- การเลือกแบตเตอรี่ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น ประเภทของรถ (สองล้อ, สามล้อ), ลักษณะการใช้งาน (ระยะทาง, ความถี่, การบรรทุก), และงบประมาณที่มี
- แบตเตอรี่กลุ่มลิเธียม (ไอออนและฟอสเฟต) มีแนวโน้มที่จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่า ทั้งในด้านน้ำหนักที่เบา อายุการใช้งานที่ยาวนาน และความสามารถในการจ่ายพลังงานที่สม่ำเสมอ แต่ก็มีราคาที่สูงกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรด
- การดูแลรักษาและการชาร์จอย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ เช่น การหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเกลี้ยง และการชาร์จในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
- ก่อนตัดสินใจซื้อแบตเตอรี่ใหม่ ควรมีการตรวจสอบขนาดของช่องใส่แบตเตอรี่ให้แน่ใจ และเลือกแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟเหมาะสมกับกำลังวัตต์ของมอเตอร์ เพื่อให้สามารถติดตั้งและใช้งานร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
แบตเตอรี่ในรถจักรยานไฟฟ้าทำหน้าที่เปรียบเสมือนแหล่งพลังงานหลักที่ขับเคลื่อนทุกส่วนของระบบไฟฟ้า ตั้งแต่มอเตอร์ไปจนถึงระบบไฟส่องสว่าง การเลือกแบตเตอรี่ที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้รถมีระยะทางวิ่งที่สั้นลง อัตราเร่งไม่ดีเท่าที่ควร หรือแม้กระทั่งอายุการใช้งานที่สั้นกว่ากำหนด ดังนั้น ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถจักรยานไฟฟ้าหรือต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่จึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของเทคโนโลยีแต่ละประเภท ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว บทความนี้จะเจาะลึกถึงรายละเอียดของแบตเตอรี่แต่ละชนิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเลือกซื้อ การติดตั้ง และเคล็ดลับการบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด
เจาะลึกประเภทของแบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้า
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าได้พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายในตลาด โดยแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจคุณสมบัติพื้นฐานของแบตเตอรี่แต่ละชนิดจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถประเมินได้ว่าแบบใดคือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง
1. แบตเตอรี่ตะกั่วกรด (Lead-Acid Battery)
แบตเตอรี่ตะกั่วกรดเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงพบเห็นได้ในรถจักรยานไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นที่เน้นราคาประหยัด โครงสร้างภายในประกอบด้วยแผ่นตะกั่วและสารละลายกรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียก
ข้อดี: จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของแบตเตอรี่ประเภทนี้คือ ราคาที่ถูกกว่า แบตเตอรี่ชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อเปลี่ยนได้ง่ายตามร้านจำหน่ายทั่วไป
ข้อเสีย: ข้อเสียเปรียบหลักคือ น้ำหนักที่มาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักรวมของตัวรถ ทำให้การควบคุมหรือการยกเคลื่อนย้ายทำได้ลำบากขึ้น อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างสั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.6–2 ปี และมีประสิทธิภาพในการเก็บและจ่ายพลังงานต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งหมายความว่าอาจให้ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งน้อยกว่า
การใช้งานที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานรถจักรยานไฟฟ้าไม่บ่อย หรือใช้เดินทางในระยะทางใกล้ๆ เช่น การขับขี่ในหมู่บ้านหรือไปตลาด โดยมีความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับจักรยานไฟฟ้า 2 ล้อทั่วไป มักใช้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 12 แอมป์-ชั่วโมง (Ah) จำนวน 4 ลูกต่อแบบอนุกรมเพื่อให้ได้แรงดัน 48 โวลต์ ขณะที่รถสามล้อไฟฟ้าที่ต้องการกำลังมากกว่าจะใช้ขนาด 12 โวลต์ 20 แอมป์-ชั่วโมง จำนวน 4 ลูกเพื่อให้ได้ 48 โวลต์ 20 แอมป์-ชั่วโมง
2. แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Battery)
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ รวมถึงรถจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ราคา และน้ำหนัก
ข้อดี: จุดแข็งของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคือ การให้พลังงานสูงในขณะที่มีน้ำหนักเบา ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ดีและควบคุมได้ง่าย สามารถชาร์จไฟได้รวดเร็วกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรด และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3–5 ปี หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา โดยสามารถชาร์จซ้ำได้มากกว่า 500 รอบ นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการจ่ายพลังงานสูงกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรด 1-2 เท่า ทำให้วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ข้อเสีย: ข้อจำกัดหลักคือราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรดอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าเมื่อพิจารณาถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า อาจมีความคุ้มค่าในระยะยาวก็ตาม
การใช้งานที่เหมาะสม: เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานรถจักรยานไฟฟ้าเป็นประจำทุกวัน หรือใช้ในการเดินทางระยะไกล ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและน้ำหนักที่เบา ทำให้เป็นมาตรฐานของรถจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบัน
3. แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4)
แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (หรือที่รู้จักในชื่อ LFP) เป็นประเภทย่อยของแบตเตอรี่ลิเธียมที่ได้รับการพัฒนาโดยเน้นด้านความปลอดภัยและความทนทานเป็นพิเศษ ทำให้เป็นตัวเลือกระดับพรีเมียมในตลาด
ข้อดี: จุดเด่นที่สุดคือ ความปลอดภัยที่สูงมาก มีความเสี่ยงต่อการลัดวงจรหรือความร้อนสูงจนเกิดการลุกไหม้ต่ำกว่าลิเธียมไอออนชนิดอื่น มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูงและการชาร์จซ้ำๆ ได้ดีเยี่ยม ทำให้อายุการใช้งานยาวนานที่สุดในบรรดาแบตเตอรี่ทุกประเภท นอกจากนี้ แบตเตอรี่ LiFePO4 หลายรุ่นยังมาพร้อมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ในตัว เพื่อควบคุมการทำงานและเพิ่มความปลอดภัย เหมาะกับการใช้งานหนักที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
ข้อเสีย: โดยทั่วไปมีน้ำหนักมากกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเล็กน้อย และมีราคาที่สูงที่สุดในสามประเภทนี้
การใช้งานที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานรถจักรยานไฟฟ้าอย่างหนักหน่วงเป็นประจำทุกวัน เช่น ผู้ที่ใช้ในการขนส่งสินค้า หรือผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดโดยไม่เกี่ยงเรื่องงบประมาณ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติแบตเตอรี่แต่ละชนิด
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่ตะกั่วกรด | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน | แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4) |
|---|---|---|---|
| ราคา | ต่ำที่สุด | ปานกลาง-สูง | สูงที่สุด |
| น้ำหนัก | หนักมาก | เบา | เบา (หนักกว่า Li-ion เล็กน้อย) |
| อายุการใช้งาน | สั้น (0.6 – 2 ปี) | ปานกลาง-ยาว (3 – 5 ปี) | ยาวนานที่สุด |
| รอบการชาร์จ | ต่ำ (ประมาณ 300-400 รอบ) | สูง (มากกว่า 500 รอบ) | สูงมาก (มากกว่า 2,000 รอบ) |
| ประสิทธิภาพ | ต่ำ | สูง | สูงมาก |
| ความปลอดภัย | ปานกลาง | ดี | ดีเยี่ยม |
| เหมาะสำหรับการใช้งาน | งบจำกัด, ใช้งานน้อย, ระยะใกล้ | ใช้งานประจำ, ระยะไกล, ต้องการสมรรถนะ | ใช้งานหนัก, ต้องการความทนทานและปลอดภัยสูงสุด |
แนวทางการเลือกแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับยานพาหนะและการใช้งาน
การตัดสินใจเลือกแบตเตอรี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงประเภทของยานพาหนะและพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ
การพิจารณาจากประเภทยานพาหนะ
สำหรับจักรยานไฟฟ้า 2 ล้อ
หากต้องการจักรยานที่มีน้ำหนักเบา คล่องตัว และให้ประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่ลิเธียม (ทั้งไอออนและฟอสเฟต) คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยให้รถมีสมดุลที่ดีและไม่หนักจนเกินไป แต่หากมีงบประมาณจำกัดและใช้รถในระยะทางไม่ไกล แบตเตอรี่ตะกั่วกรดก็ยังเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้
สำหรับรถสามล้อไฟฟ้า
รถสามล้อไฟฟ้ามักถูกใช้เพื่อบรรทุกสัมภาระหรือผู้โดยสาร ทำให้ต้องการกำลังและแบตเตอรี่ที่มีความจุสูง หากเน้นความประหยัดและไม่ได้วิ่งระยะทางไกลมากนัก แบตเตอรี่ตะกั่วกรดขนาด 20Ah อาจเพียงพอ แต่หากต้องการความทนทาน ใช้งานหนัก หรือวิ่งระยะไกล แบตเตอรี่ลิเธียมจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่ามาก โดยเฉพาะแบตเตอรี่ LiFePO4 ที่ทนทานต่อการใช้งานหนักได้เป็นอย่างดี
สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้องการกำลังและประสิทธิภาพสูงเพื่อทำความเร็วและอัตราเร่งที่ดี ดังนั้น แบตเตอรี่ลิเธียมจึงเป็นตัวเลือกมาตรฐานและได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากน้ำหนักเบาและสามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงและต่อเนื่อง
การพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน
หากต้องการใช้งานรถทุกวัน เดินทางไกล หรือต้องชาร์จบ่อยครั้ง การลงทุนกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว แต่ถ้าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด อายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด และประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4) คือคำตอบสุดท้าย
เคล็ดลับการดูแลรักษาและข้อควรระวังเพื่อยืดอายุการใช้งาน
นอกจากการเลือกซื้อแบตเตอรี่ที่เหมาะสมแล้ว การติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด
ข้อควรตรวจสอบก่อนการซื้อและติดตั้ง
- วัดขนาดช่องใส่แบตเตอรี่: ก่อนซื้อแบตเตอรี่ใหม่ ควรวัดขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) ของช่องใส่แบตเตอรี่บนตัวรถให้แม่นยำ เพื่อให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ลูกใหม่จะสามารถใส่เข้าไปได้อย่างพอดี
- พิจารณากำลังวัตต์ของมอเตอร์: สำหรับรถที่ติดตั้งมอเตอร์ที่มีกำลังวัตต์สูง (High Watt) จำเป็นต้องเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟ (Discharge Rate) สูงกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป เพื่อให้สามารถส่งพลังงานไปยังมอเตอร์ได้อย่างเพียงพอ
- ระวังการต่อสายไฟ: การต่อสายแบตเตอรี่ต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะขั้วบวก (+) และขั้วลบ (-) การสลับสายโดยเด็ดขาดจะทำให้กล่องควบคุม (Controller) ของรถเสียหายได้ทันที แม้ว่าสายแบตเตอรี่บางรุ่นจะมีขั้วต่อแบบสามทางเพื่อป้องกันความผิดพลาด ก็ยังควรตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย
- เลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ: ในตลาดมีแบตเตอรี่หลากหลายยี่ห้อ แต่บางยี่ห้ออาจระบุค่าความจุ (Ah) บนฉลากสูงกว่าความเป็นจริง การเลือกซื้อจากยี่ห้อที่ได้มาตรฐานและเป็นที่รู้จัก เช่น Taico หรือ Exzellent ซึ่งมีการทดสอบประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพตามที่ระบุ
หลักการชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง
การชาร์จแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีเป็นหัวใจสำคัญของการยืดอายุการใช้งาน
- หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง: ไม่ควรใช้งานจนแบตเตอรี่หมดเหลือ 0% บ่อยครั้ง เพราะจะทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรนำไปชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30%
- ใช้ที่ชาร์จที่เหมาะสม: ควรใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ หรือที่ชาร์จที่มีแรงดันและกระแสไฟตรงตามสเปกที่ผู้ผลิตแนะนำ การใช้ที่ชาร์จที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายหรือเกิดอันตรายได้
- ชาร์จในอุณหภูมิที่เหมาะสม: หลีกเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจัดหรือต่ำจัด เช่น กลางแดดร้อนจัด หรือในห้องที่อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิห้องปกติคือสภาวะที่เหมาะสมที่สุด
- อย่าชาร์จทิ้งไว้เป็นเวลานานเกินไป: แม้ว่าที่ชาร์จส่วนใหญ่จะมีระบบตัดไฟเมื่อแบตเตอรี่เต็ม แต่ไม่ควรเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นประจำ เมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้วควรถอดปลั๊กออก
- การเก็บรักษาเมื่อไม่ใช้งานนาน: หากไม่ได้ใช้งานรถเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับประมาณ 40-60% แล้วถอดออกจากตัวรถ (ถ้าทำได้) และนำไปเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น
การบำรุงรักษาทั่วไปในระยะยาว
- ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่: หมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ให้ปราศจากฝุ่นหรือคราบสกปรก เพื่อให้กระแสไฟไหลผ่านได้อย่างสะดวก
- หลีกเลี่ยงการกระแทก: ป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้โครงสร้างภายในเสียหายได้
- ป้องกันจากน้ำและความชื้น: แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ถูกกับน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยน้ำลึก และหากแบตเตอรี่เปียกน้ำ ควรรีบเช็ดให้แห้งทันที
บทสรุปและคำแนะนำ
การเลือกแบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด โดยแบตเตอรี่ตะกั่วกรดเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความประหยัดและใช้งานน้อย, แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นตัวเลือกที่สมดุลสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการประสิทธิภาพและน้ำหนักเบา, ในขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO4) คือตัวเลือกระดับสูงสุดสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทาน ความปลอดภัย และอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด ควบคู่ไปกับการเลือกที่ถูกต้อง การดูแลรักษาตามคำแนะนำ ทั้งในเรื่องการชาร์จ การติดตั้ง และการจัดเก็บ จะช่วยให้แบตเตอรี่คู่ใจของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและอยู่กับคุณไปอีกนาน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่มีคุณภาพ พร้อมแบตเตอรี่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
สามารถเข้ามาชมสินค้า หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่:
FACEBOOK PAGE: giantshoppingmall
LINE: @giantshoppingmall
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)

