จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม? กฎหมาย พ.ร.บ. ที่ต้องรู้
การใช้งานจักรยานไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ผู้ใช้หลายคนยังคงสงสัยคือ จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม? กฎหมาย พ.ร.บ. ที่ต้องรู้ มีอะไรบ้าง เพื่อให้สามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย บทความนี้จะชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเลือกใช้ยานพาหนะได้อย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า

- การจำแนกประเภทรถ: กฎหมายไทยแบ่งจักรยานไฟฟ้าออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ “จักรยาน” และ “รถจักรยานยนต์” ซึ่งการจำแนกนี้ขึ้นอยู่กับกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุดเป็นสำคัญ
- ใบอนุญาตขับขี่: จักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่าย “จักรยาน” (มอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์, ความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม.) โดยทั่วไปไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่หากมีสมรรถนะสูงกว่าเกณฑ์ จะถือเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์
- การจดทะเบียนและ พ.ร.บ.: รถที่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จำเป็นต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก มีป้ายทะเบียน เสียภาษี และจัดทำ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถก่อนใช้งานบนถนนสาธารณะ
- ความรับผิดชอบของผู้ใช้: ผู้ซื้อและผู้ขับขี่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของรถให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
- เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้: การเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่ให้ข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานและข้อกฎหมายของรถแต่ละรุ่น จะช่วยลดความสับสนและรับประกันการใช้งานที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย
ภาพรวมกฎหมายจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย
ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนและการจราจรติดขัดเป็นปัญหาใหญ่ ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือผู้สูงอายุที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม การนำยานพาหนะเหล่านี้มาใช้งานบนท้องถนนสาธารณะจำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ
ความท้าทายหลักสำหรับผู้บริโภคคือการทำความเข้าใจว่ายานพาหนะที่ตนเองสนใจนั้นจัดอยู่ในประเภทใดตามกฎหมายจราจรของไทย เพราะจักรยานไฟฟ้าบางรุ่นมีรูปลักษณ์คล้ายจักรยานทั่วไป แต่บางรุ่นกลับมีสมรรถนะสูงเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งข้อแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อข้อบังคับต่างๆ ตั้งแต่การทำใบขับขี่ การจดทะเบียน ไปจนถึงการทำประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ข้อแตกต่างที่ต้องรู้
หัวใจสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมาย คือการแยกรถให้ออกระหว่าง “จักรยานไฟฟ้า” ที่ได้รับการยกเว้นข้อบังคับบางประการ กับ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของรถจักรยานยนต์ทุกประการ โดยมีเกณฑ์การพิจารณาหลักจากลักษณะและสมรรถนะของตัวรถ
- จักรยานไฟฟ้า (E-bike): ตามนิยามทั่วไปในหลายประเทศและแนวทางปฏิบัติในไทย จักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่าย “จักรยาน” คือรถที่มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่สูงนัก โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 250 วัตต์ และต้องมีความเร็วสูงสุดเมื่อใช้กำลังจากมอเตอร์ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถประเภทนี้มักมีบันไดสำหรับปั่นเหมือนจักรยานปกติ และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นระบบช่วยผ่อนแรง (Pedal-Assist) หรือใช้คันเร่งที่ความเร็วต่ำได้ รถในกลุ่มนี้ไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องทำ พ.ร.บ. และผู้ขับขี่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับรถจักรยาน เช่น การขับขี่ในช่องทางที่กำหนด และการให้สัญญาณมือ
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle): คือรถสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงกว่าเกณฑ์ของจักรยานไฟฟ้า กล่าวคือ มีกำลังมอเตอร์เกิน 250 วัตต์ หรือทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถประเภทนี้จะถูกตีความว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่และตัวรถต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายกำหนดทุกประการ
ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของรถให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเข้าใจข้อบังคับทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง
| ประเภทของรถ | ต้องมีใบขับขี่ | ต้องจดทะเบียน/ทำ พ.ร.บ. | ข้อควรปฏิบัติในการใช้งาน |
|---|---|---|---|
| จักรยานไฟฟ้า (E-bike) | โดยทั่วไปไม่ต้องมี | โดยทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน | ปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับรถจักรยาน, ขี่ในเลนที่กำหนด |
| รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า | ต้องมี (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) | ต้องมี (จดทะเบียน, ติดป้าย, เสียภาษี, ทำ พ.ร.บ.) | ปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับรถจักรยานยนต์ทุกประการ |
| สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (ที่จดทะเบียนไม่ได้) | ไม่สามารถใช้ใบขับขี่แก้ปัญหาได้ | ไม่สามารถจดทะเบียนหรือทำ พ.ร.บ. ได้ | ห้ามนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ |
ไขข้อสงสัย: จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม?
คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม นั้น ไม่สามารถตอบได้ทันทีว่า “ต้องมี” หรือ “ไม่ต้องมี” แต่ขึ้นอยู่กับ “ประเภทและคุณสมบัติ” ของรถคันนั้นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด การทำความเข้าใจเกณฑ์การแบ่งประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ปัญหาที่ผู้บริโภคจำนวนมากพบเจอคือการซื้อรถจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ารถทุกคันสามารถขับขี่ได้โดยไม่ต้องมีใบขับขี่ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงในการถูกจับปรับและอาจไม่ได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุ
การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญ ที่ GIANT Shopping Mall เราให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสแก่ลูกค้าทุกท่าน เรามีทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมายและช่วยเลือกรุ่น จักรยานไฟฟ้า ที่เหมาะสมกับการใช้งานและถูกต้องตามกฎระเบียบ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคชัดเจน และสามารถใช้งานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง
ที่ GIANT Shopping Mall ทุกการตัดสินใจซื้อของคุณจะอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง เราคัดสรรเฉพาะจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน พร้อมระบุสเปกชัดเจน ทั้งกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุด เพื่อให้คุณเลือกยานพาหนะที่ตรงตามกฎหมายและไลฟ์สไตล์ได้อย่างมั่นใจ พร้อมบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลคุณตลอดการใช้งาน
กรณีที่ไม่ต้องใช้ใบขับขี่: E-bike ที่เข้าข่าย “จักรยาน”
จักรยานไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ จะต้องมีคุณสมบัติที่เข้าข่ายเป็น “รถจักรยาน” ตามกฎหมายจราจร ซึ่งหมายถึงรถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังของผู้ขับขี่เป็นหลัก และมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยผ่อนแรงเท่านั้น
คุณสมบัติสำคัญของจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ต้องจดทะเบียน
- กำลังมอเตอร์ (Motor Power): ต้องมีกำลังขับเคลื่อนของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด (Max Speed): ความเร็วสูงสุดที่ทำได้โดยใช้กำลังจากมอเตอร์ต้องไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ลักษณะทางกายภาพ: โดยทั่วไปจะมีบันไดสำหรับปั่นติดตั้งมากับตัวรถ เพื่อให้สามารถใช้แรงคนในการขับเคลื่อนได้เหมือนจักรยานปกติ
หากรถของคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ จะถือว่าเป็นจักรยานที่สามารถใช้งานบนทางสัญจรได้โดยไม่ต้องมีใบขับขี่ ไม่ต้องจดทะเบียน และไม่ต้องทำ พ.ร.บ. แต่ยังคงต้องเคารพกฎจราจรสำหรับผู้ใช้จักรยาน เช่น สวมหมวกนิรภัย และขับขี่ในช่องทางที่จัดไว้ให้
กรณีที่ต้องมีใบขับขี่และจดทะเบียน
ในทางกลับกัน หากจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีสมรรถนะสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ข้างต้น กฎหมายจะตีความว่ารถคันดังกล่าวเป็น “รถจักรยานยนต์” ทันที ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่และเจ้าของรถมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างครบถ้วน
ลักษณะของรถที่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- กำลังมอเตอร์สูง: มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูง: สามารถทำความเร็วได้เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เมื่อรถเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และตัวรถจะต้องผ่านกระบวนการทางทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ได้แผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีมาติดตั้งอย่างถูกต้อง การละเลยข้อกำหนดเหล่านี้ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีบทลงโทษชัดเจน
กฎหมาย พ.ร.บ. และข้อบังคับ ebike ในไทยที่ควรรู้
สำหรับผู้ที่ใช้หรือกำลังจะซื้อรถที่เข้าข่าย “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะกฎหมายเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและกำหนดความรับผิดชอบของผู้ใช้รถทุกคน
การจดทะเบียน ป้ายทะเบียน และภาษี
ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะต้องถูกนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยก่อนนำออกใช้งานบนถนนสาธารณะ กระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้เอกสารรับรองมาตรฐานของตัวรถจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เมื่อจดทะเบียนสำเร็จ รถจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนและต้องมีการชำระภาษีรถประจำปีเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การนำรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาวิ่งบนถนนถือเป็นความผิด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ความสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
พ.ร.บ. หรือประกันภัยภาคบังคับ เป็นสิ่งที่เจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนแล้วต้องจัดทำทุกปี เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พ.ร.บ. จะเข้ามาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยเบื้องต้น การไม่มี พ.ร.บ. ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายและมีโทษปรับ แต่ยังหมายความว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เจ้าของรถจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตนเอง
บทลงโทษและค่าปรับหากฝ่าฝืนกฎหมายจราจร
นอกเหนือจากเรื่องการจดทะเบียนและ พ.ร.บ. แล้ว การใช้งานยานพาหนะไฟฟ้ายังต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอื่นๆ อย่างเคร่งครัด
- การขับขี่บนทางเท้า: ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน และอาจมีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท
- ไม่มีใบอนุญาตขับขี่: หากขับขี่รถที่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยไม่มีใบขับขี่ จะมีโทษตามกฎหมายกำหนด
- ไม่สวมหมวกนิรภัย: ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีหน้าที่ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อจักรยานไฟฟ้า
เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความปลอดภัยในระยะยาว การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนการซื้อจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ผู้ซื้อไม่ควรเชื่อเพียงคำโฆษณา แต่ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง
ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลจำเพาะจากผู้ขาย
ก่อนจ่ายเงิน ควรสอบถามและขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวรถให้ชัดเจน ประเด็นที่ต้องตรวจสอบได้แก่:
- ประเภทของรถ: ถามผู้ขายให้ชัดเจนว่ารถคันนี้ถูกจัดประเภทเป็น “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”
- ข้อมูลทางเทคนิค: ตรวจสอบกำลังวัตต์ของมอเตอร์และความเร็วสูงสุดที่รถทำได้จากเอกสารกำกับ
- ความสามารถในการจดทะเบียน: หากเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง ให้สอบถามว่ารถรุ่นนี้สามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้หรือไม่ และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- เอกสารประกอบ: หากรถสามารถจดทะเบียนได้ ผู้ขายจะต้องมีเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยื่นจดทะเบียนให้ครบถ้วน
คำโฆษณา “ไม่ต้องมีใบขับขี่” เชื่อถือได้แค่ไหน?
ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังกับคำโฆษณาที่ว่า “ไม่ต้องมีใบขับขี่” หรือ “ไม่ต้องจดทะเบียน” เพราะรถบางรุ่นอาจมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายจักรยาน แต่มีสมรรถนะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทำให้เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์โดยปริยาย การเชื่อคำโฆษณาโดยไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของรถให้ดี อาจทำให้ผู้ซื้อตกอยู่ในสถานะของผู้กระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ วิธีที่ดีที่สุดคือการยึดข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของรถเป็นหลักในการพิจารณาข้อบังคับทางกฎหมาย
| คุณสมบัติ | GIANT Shopping Mall | ร้านค้าออนไลน์ทั่วไป |
|---|---|---|
| ความชัดเจนของข้อมูล | ระบุสเปก (วัตต์, ความเร็ว) ชัดเจนทุกรุ่น ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจข้อกฎหมาย | ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วน หรือคลุมเครือ |
| การรับประกันและมาตรฐาน | สินค้ามีมาตรฐาน รับประกันคุณภาพ พร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงปลอดภัย | ไม่มีการรับประกันที่ชัดเจน คุณภาพไม่แน่นอน |
| บริการหลังการขาย | มีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและอะไหล่พร้อมให้บริการ | หาที่ซ่อมยาก ไม่มีอะไหล่รองรับ |
| คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ | มีพนักงานให้คำปรึกษาเพื่อให้เลือกรถได้ถูกต้องตามกฎหมายและเหมาะสมกับการใช้งาน | ผู้ขายอาจไม่มีความรู้ด้านกฎหมายที่เพียงพอ |
| ความน่าเชื่อถือ | มีหน้าร้านจริง ตรวจสอบได้ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า | มีความเสี่ยงสูง อาจไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปก |
สรุปและแนวทางการเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดและปลอดภัย
โดยสรุปแล้ว การที่จักรยานไฟฟ้าจะต้องมีใบขับขี่ จดทะเบียน หรือทำ พ.ร.บ. หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวรถเป็นสำคัญ หากเป็น E-bike ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. ก็จะได้รับการยกเว้น แต่หากมีสมรรถนะสูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของรถจักรยานยนต์ทุกประการ การเลือกซื้อยานพาหนะที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่เพียงแต่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอีกด้วย
เพื่อความมั่นใจสูงสุดในการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย GIANT Shopping Mall คือคำตอบสำหรับคุณ เราคือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าคุณภาพสูงที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมให้ข้อมูลที่โปร่งใสและคำแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อให้การเดินทางของคุณทั้งสะดวก ประหยัด และปลอดภัย
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ GIANT Shopping Mall:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @giantshoppingmall
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่เพื่อติดต่อเราผ่านเว็บไซต์
