ศึกสองล้อไฟฟ้า! จักรยาน vs สกู๊ตเตอร์ เลือกคันไหนที่ใช่คุณ
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ทำความเข้าใจพาหนะไฟฟ้าสองล้อ: จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร
- เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- เจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละประเภท
- เลือกอย่างไรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: คำแนะนำในการตัดสินใจ
- แนวโน้มตลาดและตัวอย่างรุ่นที่น่าสนใจ
- บทสรุป: การเลือกพาหนะไฟฟ้าคู่ใจคันใหม่
การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลกำลังเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีตัวเลือกหลักสองประเภทที่ได้รับความนิยมคือจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบยานพาหนะทั้งสองชนิดในมิติต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถไฟฟ้าคันแรกที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของแต่ละบุคคล
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ลักษณะการใช้งาน: จักรยานไฟฟ้าเหมาะกับการเดินทางระยะไกลกว่าและสามารถใช้ออกกำลังกายได้ด้วยระบบช่วยปั่น ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเน้นความคล่องตัวสูงสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง
- การพกพาและการจัดเก็บ: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบากว่า ทำให้พกพาและจัดเก็บได้สะดวกกว่าจักรยานไฟฟ้า แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าบางรุ่นจะสามารถพับได้ก็ตาม
- ประสบการณ์การขับขี่: จักรยานไฟฟ้าให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่คุ้นเคยเหมือนจักรยานทั่วไป มีความมั่นคงสูง ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้ความสะดวกสบายในการใช้งานที่ไม่ต้องออกแรงปั่นเลย
- การบำรุงรักษา: ทั้งสองประเภทมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ที่ใกล้เคียงกัน แต่โครงสร้างของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นอาจซ่อมแซมได้ง่ายกว่า ขณะที่อะไหล่จักรยานไฟฟ้าบางชิ้นอาจหาได้ยากกว่าในระยะยาว
- ความหลากหลายของดีไซน์: ตลาดจักรยานไฟฟ้ามีตัวเลือกดีไซน์ที่หลากหลาย ตั้งแต่สไตล์คลาสสิกไปจนถึงโมเดิร์นล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มแม่บ้าน หรือผู้ที่ต้องการดีไซน์เฉพาะตัว
การตัดสินใจใน ศึกสองล้อไฟฟ้า! จักรยาน vs สกู๊ตเตอร์ เลือกคันไหนที่ใช่คุณ ถือเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพาหนะส่วนตัวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ยานพาหนะทั้งสองประเภทนี้มอบความสะดวกสบายในการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง แต่มีคุณสมบัติและการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจในความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกพาหนะที่สอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ทำความเข้าใจพาหนะไฟฟ้าสองล้อ: จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร
ก่อนที่จะเปรียบเทียบในรายละเอียด การทำความเข้าใจนิยามและหลักการทำงานพื้นฐานของยานพาหนะทั้งสองชนิดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพรวมของความสามารถและข้อจำกัดของแต่ละประเภท
จักรยานไฟฟ้า (E-bike): นิยามและหลักการทำงาน
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-bike คือจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่น จุดเด่นสำคัญคือการมี “ระบบช่วยปั่น” (Pedal-Assist System) ซึ่งมอเตอร์จะทำงานเมื่อผู้ขับขี่ออกแรงปั่น ทำให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นและใช้แรงน้อยลง เหมาะสำหรับเส้นทางที่มีเนินชันหรือการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ บางรุ่นยังมีโหมดบิดคันเร่ง (Throttle) ที่สามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องปั่นเลย คล้ายกับรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก จักรยานไฟฟ้ายังคงรักษารูปลักษณ์และการควบคุมส่วนใหญ่ของจักรยานทั่วไปไว้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับตัวได้ง่าย
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-scooter): นิยามและหลักการทำงาน
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-scooter เป็นยานพาหนะสองล้อขนาดเล็กที่มีแท่นสำหรับยืนหรือเบาะนั่งขนาดเล็ก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีบันไดปั่น ผู้ใช้งานควบคุมความเร็วผ่านคันเร่งที่แฮนด์จับ การออกแบบเน้นความเรียบง่าย คล่องตัว และสะดวกสบายสูงสุดในการใช้งานระยะสั้น ผู้ขับขี่เพียงแค่ยืนหรือนั่งบนตัวรถและบิดคันเร่งเพื่อเคลื่อนที่ ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบา สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงเป็นที่นิยมสำหรับการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ หรือที่เรียกว่า “Last-mile transportation”
เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อการตัดสินใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักในด้านต่างๆ จะช่วยให้เห็นความแตกต่างและข้อได้เปรียบของยานพาหนะแต่ละชนิด
| ปัจจัยในการพิจารณา | จักรยานไฟฟ้า (E-bike) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-scooter) |
|---|---|---|
| สมรรถนะและระยะทาง | เหมาะสำหรับระยะทางปานกลางถึงไกล สามารถวิ่งได้ไกลขึ้นด้วยการปั่นช่วย ระยะทางเฉลี่ยประมาณ 25 กม. หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบตเตอรี่ | เหมาะสำหรับระยะทางสั้นถึงปานกลาง ระยะทางเฉลี่ยใกล้เคียงกับจักรยานไฟฟ้าในระดับราคาเดียวกัน (ประมาณ 25 กม.) แต่ไม่สามารถขยายระยะทางด้วยการออกแรงได้ |
| การพกพา | น้ำหนักมากกว่าและขนาดใหญ่กว่า แม้จะมีรุ่นพับได้ แต่ก็ยังคงมีขนาดใหญ่กว่าสกู๊ตเตอร์เมื่อพับแล้ว | น้ำหนักเบาและกะทัดรัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด รุ่นส่วนใหญ่สามารถพับเก็บได้ง่าย เหมาะสำหรับการพกขึ้นรถไฟฟ้าหรือเก็บในพื้นที่จำกัด |
| ประสบการณ์การขับขี่ | ให้ความรู้สึกมั่นคงเหมือนจักรยานทั่วไป ล้อขนาดใหญ่ช่วยให้ขับขี่บนพื้นผิวขรุขระได้ดีกว่า สามารถใช้ออกกำลังกายได้ | ใช้งานง่าย ไม่ต้องออกแรง เพียงยืนหรือนั่งแล้วบิดคันเร่ง คล่องตัวสูงในพื้นที่แคบ แต่ล้อเล็กอาจไม่เหมาะกับพื้นผิวที่ไม่เรียบ |
| การบำรุงรักษา | ต้องดูแลรักษาระบบขับเคลื่อนเหมือนจักรยานทั่วไป (โซ่, เกียร์) เพิ่มเติมจากระบบไฟฟ้า อะไหล่บางรุ่นอาจหายากในระยะยาว | โครงสร้างเรียบง่ายกว่า ทำให้การซ่อมแซมบางส่วนทำได้ง่าย แต่ต้องตรวจสอบเรื่องความพร้อมของแบตเตอรี่และอะไหล่เฉพาะรุ่น |
| ความปลอดภัย | มีความเสถียรสูงกว่าด้วยล้อที่ใหญ่และจุดศูนย์ถ่วงที่ดีกว่า มีระบบเบรกที่มักจะมีประสิทธิภาพสูง | ต้องใช้ความระมัดระวังในการทรงตัวสูงกว่า โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกหรือขรุขระ จุดศูนย์ถ่วงที่สูงกว่าอาจทำให้เสียสมดุลได้ง่าย |
สมรรถนะและระยะทาง
จากข้อมูลพบว่า ทั้งจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในระดับเริ่มต้น เช่น รุ่น EM2 (จักรยาน) และ EM1 (สกู๊ตเตอร์) สามารถทำระยะทางได้ใกล้เคียงกันที่ประมาณ 25 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ข้อได้เปรียบของจักรยานไฟฟ้าคือผู้ขับขี่สามารถปั่นต่อไปได้เมื่อแบตเตอรี่หมด หรือปั่นช่วยเพื่อยืดระยะทางให้ไกลขึ้น ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานทันทีเมื่อแบตเตอรี่หมดลง
การออกแบบและการพกพา
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความโดดเด่นในด้านการพกพาอย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบที่เน้นความกะทัดรัดและกลไกการพับที่ใช้งานง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน ในทางกลับกัน จักรยานไฟฟ้าแม้จะมีรุ่นพับได้ เช่น ซีรีส์ AOI แต่ก็ยังมีน้ำหนักและขนาดที่ใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ อย่างไรก็ตาม จักรยานไฟฟ้ามีดีไซน์ที่หลากหลายกว่า ตั้งแต่รุ่นคลาสสิกสำหรับผู้หญิงไปจนถึงรุ่นดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสไตล์
ประสบการณ์การขับขี่
จักรยานไฟฟ้ามอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นคงและปลอดภัยกว่า ด้วยล้อที่มีขนาดใหญ่กว่าและโครงสร้างที่แข็งแรง ทำให้สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไม่เรียบได้ดีกว่า นอกจากนี้ การที่ผู้ขับขี่สามารถนั่งและปั่นได้ตามปกติยังให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยและควบคุมได้ง่าย ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามอบความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ต้องออกแรงใดๆ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ แต่ต้องใช้ทักษะในการทรงตัวมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องเลี้ยวหรือเบรกกะทันหัน
การบำรุงรักษาและค่าใช้จ่าย
ทั้งสองประเภทมีหัวใจสำคัญคือแบตเตอรี่ ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัดและจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในระยะยาว สำหรับการบำรุงรักษาส่วนอื่นๆ จักรยานไฟฟ้ามีชิ้นส่วนกลไกมากกว่า เช่น โซ่และชุดเกียร์ที่ต้องดูแลรักษาเป็นประจำ ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีโครงสร้างที่ซับซ้อนน้อยกว่า แต่อะไหล่บางชิ้นอาจเป็นแบบเฉพาะรุ่น ซึ่งต้องตรวจสอบแหล่งจำหน่ายและราคาให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
เจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละประเภท
การสรุปข้อดีและข้อจำกัดจะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อพาหนะประหยัดพลังงานที่เหมาะสม
ข้อดีของจักรยานไฟฟ้า
- ความหลากหลายในการใช้งาน: สามารถใช้เดินทาง ออกกำลังกาย หรือบรรทุกของเล็กน้อยได้
- ระยะทางที่ยืดหยุ่น: สามารถไปได้ไกลกว่าด้วยการปั่นช่วย และยังคงใช้งานได้แม้แบตเตอรี่หมด
- ความมั่นคงและปลอดภัย: ล้อขนาดใหญ่และโครงสร้างที่แข็งแรงให้การขับขี่ที่มั่นคงกว่า
- ตัวเลือกดีไซน์หลากหลาย: มีดีไซน์ให้เลือกมากมาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ข้อจำกัดของจักรยานไฟฟ้า
- น้ำหนักและขนาด: มีน้ำหนักมากและขนาดใหญ่กว่า ทำให้พกพาและจัดเก็บลำบาก
- ราคาสูงกว่า: โดยทั่วไปมีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- การบำรุงรักษาซับซ้อนกว่า: มีชิ้นส่วนกลไกที่ต้องการการดูแลรักษาเพิ่มเติม
ข้อดีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- การพกพาสะดวก: น้ำหนักเบา กะทัดรัด และพับเก็บง่าย
- ใช้งานง่าย: ไม่ต้องออกแรงปั่น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและทุกเพศทุกวัย
- ความคล่องตัวสูง: เหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและพื้นที่จำกัด
- ราคาเข้าถึงง่าย: มีตัวเลือกรุ่นเริ่มต้นในราคาที่ไม่สูงมากนัก
ข้อจำกัดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ข้อจำกัดด้านระยะทาง: ไม่สามารถใช้งานต่อได้เมื่อแบตเตอรี่หมด
- ความมั่นคงน้อยกว่า: ล้อขนาดเล็กทำให้ไม่เหมาะกับสภาพถนนที่ขรุขระ
- ความสามารถในการบรรทุกจำกัด: ไม่เหมาะสำหรับการบรรทุกสัมภาระ
เลือกอย่างไรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: คำแนะนำในการตัดสินใจ
การเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งไหนดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งไหน “เหมาะสม” กับรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด
สถานการณ์ที่จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการยานพาหนะที่มีความหลากหลายในการใช้งาน หากเส้นทางการเดินทางประจำวันมีระยะทางค่อนข้างไกล (เกิน 10-15 กม. ต่อเที่ยว) หรือมีเนินชัน จักรยานไฟฟ้าจะช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นมาก นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผสมผสานการเดินทางเข้ากับการออกกำลังกาย ผู้ใช้งานในกลุ่มครอบครัว เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินทางไปตลาด หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และสไตล์ของตัวรถ ก็มักจะพึงพอใจกับตัวเลือกที่หลากหลายของจักรยานไฟฟ้ามากกว่า
สถานการณ์ที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตอบโจทย์กว่า
หากการใช้งานหลักคือการเดินทางระยะสั้นในเมือง เช่น จากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือการเดินทางในรั้วมหาวิทยาลัยหรือสำนักงานขนาดใหญ่ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือคำตอบที่ลงตัวที่สุด ความคล่องตัวสูงและความสะดวกในการพกพาทำให้มันเป็นเพื่อนร่วมทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ ผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จัดเก็บจำกัดจะได้รับประโยชน์จากขนาดที่กะทัดรัดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่
ทางเลือกอื่นสำหรับระยะทางใกล้มาก
สำหรับผู้ที่เดินทางในระยะทางสั้นมากๆ เช่น ไม่เกิน 1.5 กิโลเมตร การพิจารณาใช้จักรยานธรรมดาอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและไร้กังวลที่สุด เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่หรือค่าบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า และยังได้ออกกำลังกายเบาๆ โดยไม่ทำให้เหงื่อออกมากเกินไปอีกด้วย
แนวโน้มตลาดและตัวอย่างรุ่นที่น่าสนใจ
ตลาดรถไฟฟ้าสองล้อมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ การทำความรู้จักกับรุ่นที่เป็นที่นิยมสามารถช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
จักรยานไฟฟ้าพับได้: เทรนด์ที่มาแรง
จักรยานไฟฟ้าพับได้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการผสานข้อดีด้านสมรรถนะของจักรยานไฟฟ้าเข้ากับความสะดวกในการจัดเก็บ ตัวอย่างรุ่นที่น่าสนใจในปี 2025 จากแบรนด์ AOI มีความหลากหลาย เช่น:
- AOI LISA: เน้นดีไซน์คลาสสิก เหมาะสำหรับผู้ใช้งานผู้หญิง
- AOI Champ 1: มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี
- AOI A8S: เป็นตัวเลือกที่เน้นความคุ้มค่าด้านราคา
- AOI CARRYBIKE: มีจุดเด่นที่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกมาชาร์จได้ง่าย เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ตัวเลือกยอดนิยมในเมือง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการเดินทางในเมือง รุ่นยอดนิยมอย่าง EM1 หรือรุ่นต่างๆ จากแบรนด์ Xiaomi ยังคงครองตลาดด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป และมีประสิทธิภาพที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสเปกและโปรโมชั่นจากแพลตฟอร์มต่างๆ ก่อนตัดสินใจ
บทสรุป: การเลือกพาหนะไฟฟ้าคู่ใจคันใหม่
สรุปแล้ว ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สิ่งไหนดีที่สุด การตัดสินใจที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับการประเมินความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเองเป็นหลัก หากต้องการความหลากหลายในการใช้งาน ระยะทางที่ไกลกว่า และความมั่นคงในการขับขี่ จักรยานไฟฟ้าคือตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากให้ความสำคัญกับความคล่องตัวสูงสุด การพกพาที่สะดวก และการใช้งานในระยะทางสั้นๆ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบจะนำไปสู่การเลือกรถไฟฟ้าคันแรกที่เป็นคู่หูในการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ
สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์:
- FACEBOOK PAGE
- LINE
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

