ขับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกกฎหมาย? สรุปข้อควรรู้ก่อนออกถนน
การใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนท้องถนนสาธารณะในประเทศไทยเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนทางกฎหมาย ซึ่งผู้ใช้งานจำนวนมากอาจยังไม่ทราบถึงข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน สถานะของพาหนะไฟฟ้าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคนิคเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุด ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าสามารถจดทะเบียนเพื่อใช้งานอย่างถูกกฎหมายได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- สถานะทางกฎหมายขึ้นอยู่กับประเภท: ไม่ใช่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกชนิดจะผิดกฎหมาย การจะนำมาใช้บนถนนสาธารณะได้นั้น ต้องเป็นพาหนะที่เข้าเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกและจดทะเบียนอย่างถูกต้องเท่านั้น
- เกณฑ์การจดทะเบียน: โดยทั่วไป รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนได้ต้องมีกำลังมอเตอร์ไม่ต่ำกว่า 250 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพาส่วนใหญ่ไม่สามารถจดทะเบียนได้: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (E-scooter) ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย มักมีคุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ และการนำมาขี่บนถนนหรือทางเท้าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
- ความปลอดภัยและกฎจราจร: ไม่ว่าพาหนะจะจดทะเบียนได้หรือไม่ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการสวมหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัย
- ตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ: ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบเอกสารจากผู้ผลิตและคุณสมบัติของตัวรถให้แน่ใจว่าสามารถนำไปจดทะเบียนได้ หากต้องการใช้งานบนถนนสาธารณะเป็นหลัก
บทความนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อบังคับและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ที่สนใจหรือใช้งานอยู่แล้วสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
สถานะทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ประเด็นคำถามที่ว่าการขับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกกฎหมาย? สรุปข้อควรรู้ก่อนออกถนนนั้น คำตอบไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการจำแนกประเภทของยานพาหนะตามที่กฎหมายกำหนด กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า แต่กำหนดเกณฑ์เฉพาะสำหรับยานพาหนะที่จะสามารถวิ่งบนทางสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวมีไว้เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและควบคุมการจราจรให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ความนิยมในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อมีการนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งการเดินทางระยะใกล้ หรือแม้กระทั่งการให้บริการเช่าในพื้นที่ท่องเที่ยว การทำความเข้าใจข้อบังคับจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจผิดกฎหมายและเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมใช้ทาง
การจำแนกประเภทของพาหนะไฟฟ้า
เพื่อให้เข้าใจสถานะทางกฎหมายได้ชัดเจน ต้องแยกพาหนะไฟฟ้าออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามคุณสมบัติทางเทคนิคและวัตถุประสงค์การออกแบบ:
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle): คือยานพาหนะที่ถูกออกแบบและผลิตมาให้มีคุณสมบัติเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง มีโครงสร้างแข็งแรง ระบบเบรก ไฟส่องสว่าง และสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานบนท้องถนนทั่วไป หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จะสามารถนำไปขอจดทะเบียนและได้รับแผ่นป้ายทะเบียน ทำให้ใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพา (E-Scooter / Light Electric Scooter): คือยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่เน้นความสะดวกในการพกพา มีโครงสร้างเรียบง่าย น้ำหนักเบา และมักมีความเร็วและกำลังมอเตอร์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดสำหรับการจดทะเบียน ด้วยเหตุนี้ สกู๊ตเตอร์ประเภทนี้จึงถูกจัดว่าเป็นพาหนะส่วนบุคคลที่ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ การนำไปใช้งานบนถนนสาธารณะหรือทางเท้าจึงอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับตาม พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างสองประเภทนี้ คือความสามารถในการ “จดทะเบียน” ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักในการนำรถมาวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เกณฑ์ทางเทคนิคสำหรับการจดทะเบียน
กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะสามารถนำมาจดทะเบียนได้ โดยอ้างอิงจากมาตรฐานความปลอดภัยและสมรรถนะที่เหมาะสมกับการจราจรปัจจุบัน แม้ว่ารายละเอียดอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต แต่เกณฑ์ที่ใช้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปในปัจจุบันประกอบด้วย:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: ต้องมีกำลังไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ (0.25 กิโลวัตต์) เพื่อให้มีอัตราเร่งที่เพียงพอและไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจร
- ความเร็วสูงสุด: ต้องสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถใช้ความเร็วร่วมกับยานพาหนะอื่นบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย
พาหนะที่ไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้ เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่มีกำลังมอเตอร์ต่ำกว่า 250 วัตต์ หรือทำความเร็วได้ไม่ถึง 45 กม./ชม. จะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนได้
เปรียบเทียบพาหนะไฟฟ้า: จดทะเบียนได้ vs. ไม่ได้
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้นระหว่างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนได้และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพาที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปประเด็นสำคัญต่างๆ ไว้
| คุณสมบัติ | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (จดทะเบียนได้) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพา (จดทะเบียนไม่ได้) |
|---|---|---|
| สถานะทางกฎหมาย | ถูกกฎหมายเมื่อจดทะเบียนและมีป้ายทะเบียน | การใช้งานบนทางสาธารณะอาจผิดกฎหมาย |
| พื้นที่ใช้งานหลัก | ถนนสาธารณะทุกประเภท | พื้นที่ส่วนบุคคล, หมู่บ้าน, หรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต |
| การจดทะเบียน | สามารถจดทะเบียนได้ที่กรมการขนส่งทางบก | ไม่สามารถจดทะเบียนได้ |
| ใบขับขี่ | จำเป็นต้องมี (ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์) | แม้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่หากนำมาใช้บนถนนอาจถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต |
| พ.ร.บ. / ประกันภัย | ต้องทำ พ.ร.บ. ภาคบังคับ และสามารถทำประกันภาคสมัครใจได้ | ไม่สามารถทำ พ.ร.บ. ได้ และความคุ้มครองจากประกันอื่น ๆ มีจำกัด |
| อุปกรณ์ความปลอดภัย | ต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วนตามกฎหมาย (ไฟหน้า/ท้าย, แตร, กระจก) | มักมีอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนตามมาตรฐาน |
ขั้นตอนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่ครอบครองรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์และต้องการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาที่รถอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้
เอกสารที่จำเป็นต้องเตรียม
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการจดทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่:
- เอกสารประจำตัวเจ้าของรถ: บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) และสำเนา
- เอกสารเกี่ยวกับตัวรถ:
- ใบกำกับภาษี หรือใบเสร็จรับเงินจากผู้จำหน่าย
- หนังสือแจ้งจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ
- หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ
- หลักฐานการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): ซึ่งสามารถซื้อได้จากบริษัทประกันภัยทั่วไป หรือ ณ จุดบริการที่สำนักงานขนส่ง
- แบบคำขอจดทะเบียนรถ: สามารถขอรับได้ที่สำนักงานขนส่ง
กระบวนการ ณ สำนักงานขนส่ง
เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ให้เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ยื่นเอกสารและคำร้อง: ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่แผนกทะเบียนรถจักรยานยนต์เพื่อยื่นเอกสารทั้งหมด
- ตรวจสภาพรถ: นำรถเข้ารับการตรวจสภาพโดยเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถของกรมการขนส่งฯ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง, หมายเลขมอเตอร์, และอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่
- ชำระค่าธรรมเนียม: หลังจากตรวจสภาพผ่านเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและภาษีประจำปี ให้ชำระเงินตามที่กำหนด
- รับแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสาร: เมื่อชำระเงินเรียบร้อย จะได้รับแผ่นป้ายทะเบียน, เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม), และสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ
เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้ว รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันดังกล่าวจะถือเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สามารถนำไปใช้งานบนถนนสาธารณะได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อกฎหมายอีกต่อไป
ข้อกฎหมายและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง
การนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้มาใช้งานบนทางสาธารณะ ถือเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งผู้ใช้งานควรตระหนักถึงบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
พ.ร.บ.รถยนต์ และ พ.ร.บ.จราจรทางบก
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดมีดังนี้:
- ความผิดฐานนำรถมิได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง: ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ
- ความผิดฐานใช้รถที่ไม่มีเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี: รถที่จดทะเบียนจะต้องมีป้ายวงกลมแสดงการชำระภาษีประจำปี การใช้รถที่ไม่มีเครื่องหมายดังกล่าวถือเป็นความผิด
- ความผิดฐานไม่มีใบอนุญาตขับรถ: หากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกตีความว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ หากไม่มี อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต
- ความผิดอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก: เช่น การไม่สวมหมวกนิรภัย, การขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, หรือการดัดแปลงสภาพรถ เป็นต้น
แม้ว่าการบังคับใช้กฎหมายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่มีกรณีที่ผู้ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกจับปรับในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในเขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยวมาแล้ว
ความคุ้มครองจากประกันภัย
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือเรื่องความคุ้มครองจากประกันภัย รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนจะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แต่สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ จะไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้
หากผู้ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไปก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตนเอง ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินที่สูงมาก ดังนั้น การพิจารณาเรื่องความเสี่ยงและความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้
แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่ถูกต้อง
เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานพาหนะไฟฟ้า ผู้ใช้งานควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
ข้อควรพิจารณาก่อนการซื้อ
- กำหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน: หากต้องการใช้เป็นพาหนะหลักในการเดินทางบนถนนสาธารณะ ควรเลือกรุ่นที่เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสามารถจดทะเบียนได้เท่านั้น
- ตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสาร: สอบถามผู้ขายเกี่ยวกับกำลังมอเตอร์, ความเร็วสูงสุด, และขอตรวจสอบเอกสารยืนยันจากผู้ผลิตว่ารถรุ่นดังกล่าวผ่านการรับรองและสามารถนำไปจดทะเบียนได้จริง
- หลีกเลี่ยงการซื้อรถที่ไม่มีเอกสารชัดเจน: หากผู้ขายไม่สามารถให้เอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนได้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถคันนั้น หากมีความตั้งใจจะใช้งานบนถนนหลวง
หลักปฏิบัติในการขับขี่
- สวมหมวกนิรภัยเสมอ: ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในระยะทางใกล้หรือไกล การสวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ
- เคารพกฎจราจร: ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร, ป้ายจราจร, และให้สัญญาณมือหรือสัญญาณไฟเมื่อต้องการเปลี่ยนทิศทาง
- ใช้ความเร็วที่เหมาะสม: ขับขี่ด้วยความเร็วที่สอดคล้องกับสภาพการจราจรและไม่เกินที่กฎหมายกำหนด
- หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่: การกระทำดังกล่าวลดสมาธิและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก
- สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพา: ควรจำกัดการใช้งานในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือพื้นที่ปิด เช่น ภายในหมู่บ้าน, สวนสาธารณะ (ที่อนุญาต), หรือบริเวณที่ไม่มีการจราจรพลุกพล่าน และใช้ความระมัดระวังต่อคนเดินเท้าเป็นพิเศษ
อนาคตและแนวโน้มด้านกฎระเบียบ
ปัจจุบัน สถานะทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพายังคงเป็นพื้นที่สีเทาในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นและการผลักดันให้เกิดการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้มีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจมีการออกกฎหมายหรือกฎระเบียบเฉพาะสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้ขึ้นมา
กฎระเบียบใหม่นี้อาจกำหนดโซนพื้นที่ใช้งาน, จำกัดความเร็ว, กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ, และอาจรวมถึงข้อบังคับให้มีการทำประกันภัยภาคบังคับสำหรับพาหนะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีระเบียบมากขึ้น แต่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้ใช้งานยังคงต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายปัจจุบันอย่างเคร่งครัดต่อไป
บทสรุปและคำแนะนำ
การจะขับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกกฎหมายในประเทศไทยนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณสมบัติของยานพาหนะเป็นสำคัญ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์และความเร็วถึงเกณฑ์ที่กำหนดสามารถจดทะเบียนและใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพกพาส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้ ทำให้การใช้งานบนทางสาธารณะมีความเสี่ยงทางกฎหมาย ผู้ที่สนใจจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและเลือกซื้อยานพาหนะให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเป็นไปตามข้อกำหนด ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภท พร้อมให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ
สามารถเข้ามาชมสินค้าหรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางต่างๆ:
- FACEBOOK PAGE
- LINE
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
