ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนน ผิดกฎหมายหรือไม่? สรุปจบที่นี่
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ความนิยมที่มาพร้อมกับคำถามทางกฎหมาย
- กฎหมายหลักที่ควบคุมการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ปัจจัยชี้ขาดว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่
- ความท้าทายในทางปฏิบัติ: ทำไมสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จึงจดทะเบียนไม่ได้
- กรณีศึกษาและการบังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้นจริง
- แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งานและผู้ที่สนใจ
- บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้ออย่างมั่นใจ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลายเป็นพาหนะทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ด้วยความสะดวกสบายในการเดินทางระยะสั้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้ได้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าการ ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนน ผิดกฎหมายหรือไม่? สรุปจบที่นี่ คือการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามกฎหมายปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- สถานะทางกฎหมายของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับการตีความตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ว่าเข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” หรือไม่
- หากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกจัดว่าเป็นรถจักรยานยนต์ จะต้องดำเนินการจดทะเบียน เสียภาษี และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง
- การนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนถนนสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจมีโทษปรับหรือถูกยึดพาหนะ
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนบุคคลส่วนใหญ่ในท้องตลาดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก ทำให้ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนได้
- การบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การ ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนน ผิดกฎหมายหรือไม่? เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัวแบบขาวหรือดำ แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การตีความว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนั้นเข้าข่ายเป็น “รถ” ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากเข้าข่าย การใช้งานบนทางสาธารณะโดยไม่มีการจดทะเบียนและไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ย่อมถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจราจรของประเทศไทย บทความนี้จะเจาะลึกในรายละเอียดของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปัญหาในทางปฏิบัติ และให้คำแนะนำที่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้งาน
ความนิยมที่มาพร้อมกับคำถามทางกฎหมาย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองในประเทศไทย เนื่องจากความคล่องตัวในการเดินทางระยะสั้น (last-mile connectivity) การหลีกเลี่ยงปัญหารถติด และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ายานพาหนะประเภทอื่น กลุ่มผู้ใช้งานมีหลากหลายตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงานที่ใช้เดินทางจากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือใช้ในบริเวณใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม ความแพร่หลายนี้ได้สร้างความสับสนและข้อถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวการจับกุมผู้ใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะปรากฏขึ้นเป็นระยะ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งกระตุ้นให้สังคมตั้งคำถามถึงความชัดเจนของข้อบังคับ และทำให้ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อหรือใช้งานอยู่เกิดความกังวลใจถึงความถูกต้องและปลอดภัยในการใช้งาน
กฎหมายหลักที่ควบคุมการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
กฎหมายฉบับสำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยานพาหนะบนท้องถนนในประเทศไทย คือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นก่อนที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นที่นิยม ดังนั้น การพิจารณาจึงต้องอาศัยการตีความตามนิยามที่มีอยู่เดิม
นิยาม “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้ให้นิยามของ “รถจักรยานยนต์” ว่า “รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพิ่มอีกไม่เกินหนึ่งล้อ”
จากนิยามดังกล่าว จะเห็นได้ว่ากฎหมายครอบคลุมยานพาหนะที่ใช้ “กำลังไฟฟ้า” และมี “ล้อไม่เกินสองล้อ” ซึ่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มีคุณสมบัติตรงตามนี้ ดังนั้น ในทางทฤษฎี สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงสามารถถูกตีความได้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ประเภทหนึ่งตามกฎหมายฉบับนี้
ข้อบังคับที่ตามมาเมื่อเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์
เมื่อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกพิจารณาว่าเป็นรถจักรยานยนต์ จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทุกประการเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป ได้แก่:
- การจดทะเบียนและเสียภาษี: ยานพาหนะจะต้องได้รับการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก มีแผ่นป้ายทะเบียน และมีการชำระภาษีรถประจำปีอย่างถูกต้อง
- การจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): ต้องมีการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตามที่กฎหมายกำหนด
- ใบอนุญาตขับขี่: ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
- อุปกรณ์ส่วนควบ: ตัวรถต้องมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย กระจกมองข้าง แตร เป็นต้น
บทลงโทษหากใช้งานโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
หากผู้ใช้งานนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาวิ่งบนถนนสาธารณะ จะมีความผิดตามกฎหมายหลายมาตรา เช่น:
- ความผิดฐานใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน: ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- ความผิดฐานไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายการเสียภาษี: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
- ความผิดฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่: หากผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากโทษปรับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีอำนาจในการยึดรถไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไปได้
ปัจจัยชี้ขาดว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่
เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สามารถสรุปปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการพิจารณาว่าการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ได้ดังตารางต่อไปนี้
| ปัจจัยที่พิจารณา | คำอธิบาย | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| การจัดประเภทตามกฎหมาย | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีลักษณะเข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ฯ หรือไม่ (ใช้กำลังไฟฟ้า, มี 2 ล้อ) | หากเข้าข่าย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรทุกประการ |
| การจดทะเบียนและเสียภาษี | พาหนะได้ผ่านการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและชำระภาษีประจำปีแล้วหรือไม่ | หากไม่ได้จดทะเบียน การนำมาใช้บนทางสาธารณะถือว่าผิดกฎหมาย |
| ใบอนุญาตขับขี่ | ผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ยังไม่หมดอายุหรือไม่ | การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมาย |
| สถานที่ใช้งาน | ใช้งานบนถนนสาธารณะ, ทางเท้า, ทางจักรยาน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล | กฎหมายบังคับใช้กับการใช้งานบน “ทางสาธารณะ” การใช้ในพื้นที่ส่วนตัวไม่ผิดกฎหมาย |
| การบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่ | การพิจารณาและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละพื้นที่ | ในทางปฏิบัติ การจับกุมอาจขึ้นอยู่กับนโยบายและบริบทของแต่ละท้องที่ |
ความท้าทายในทางปฏิบัติ: ทำไมสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จึงจดทะเบียนไม่ได้
แม้ว่าตามทฤษฎีแล้วสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ควรจะต้องจดทะเบียน แต่ในความเป็นจริง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่วางจำหน่ายทั่วไปส่วนใหญ่กลับไม่สามารถนำไปจดทะเบียนได้ ซึ่งสร้างสภาวะที่ผู้ใช้งานไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์
คุณสมบัติไม่ตรงตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก
กรมการขนส่งทางบกมีข้อกำหนดด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยที่เข้มงวดสำหรับยานพาหนะที่จะนำมาจดทะเบียนได้ ซึ่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจำนวนมากมักขาดคุณสมบัติเหล่านี้ เช่น:
- กำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุด: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นมีกำลังมอเตอร์ต่ำและความเร็วสูงสุดไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับรถจักรยานยนต์
- ระบบเบรกและไฟส่องสว่าง: ระบบเบรกอาจไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีระบบไฟสัญญาณที่ครบถ้วน (ไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว)
- ขนาดล้อและโครงสร้าง: ขนาดของล้อที่เล็กและโครงสร้างที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ความเร็วสูงบนถนน อาจไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
ช่องว่างทางกฎหมายที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน
ปัจจุบันยังไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบังคับที่ชัดเจนเพื่อจัดประเภทของ “ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล” (Personal Mobility Devices) แยกต่างหากจากรถจักรยานยนต์ ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตกอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ผู้ใช้งานจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก คือหากนำไปใช้งานบนถนนก็เสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนเพื่อให้ถูกต้องได้
แม้ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่วางจำหน่ายในปัจจุบันกลับมีคุณสมบัติทางเทคนิคไม่เพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์การจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้
กรณีศึกษาและการบังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้นจริง
ความไม่ชัดเจนของกฎหมายนำไปสู่การบังคับใช้ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านข่าวและกรณีศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
กรณีการจับกุมนักท่องเที่ยวที่ภูเก็ต
หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางคือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดภูเก็ตได้จับกุมและเปรียบเทียบปรับนักท่องเที่ยวที่ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเช่าบนถนนสาธารณะ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานในทางจราจร ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบังคับใช้ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 กับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ หากพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์
การตรวจสอบข้อเท็จจริง: ไม่ใช่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกคันที่ผิดกฎหมาย
หน่วยงานตรวจสอบข่าวสารได้ออกมาชี้แจงว่า การกล่าวอ้างว่า “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกชนิดผิดกฎหมาย” เป็นข้อมูลที่บิดเบือน ความเป็นจริงคือต้องพิจารณาเป็นรายกรณี หากเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานและสามารถจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ การใช้งานบนถนนก็สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ออกแบบมาเป็นอุปกรณ์ส่วนบุคคล (Personal Gadget) ไม่สามารถนำมาใช้บนถนนสาธารณะได้
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งานและผู้ที่สนใจ
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย ผู้ใช้งานและผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อควรพิจารณาแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้
การเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ
หากมีความจำเป็นต้องใช้งานบนถนนสาธารณะเป็นประจำ ควรเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายระบุว่าสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ ควรตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิค เช่น กำลังมอเตอร์, ความเร็วสูงสุด, และอุปกรณ์ความปลอดภัย ให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดของทางการก่อนตัดสินใจซื้อ
ข้อแนะนำในการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากำลังต่ำ
สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนบุคคลทั่วไปที่มีกำลังต่ำและไม่สามารถจดทะเบียนได้ ควรจำกัดการใช้งานอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่ทางสาธารณะ เช่น:
- ภายในบริเวณบ้านหรือที่พักอาศัยส่วนตัว
- ในสวนสาธารณะหรือพื้นที่ที่อนุญาตให้ใช้งานได้ (ควรตรวจสอบกฎของสถานที่นั้นๆ)
- ในซอยหรือถนนส่วนบุคคลที่ไม่ใช่ทางสัญจรหลัก และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
- หลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือบนทางเท้าซึ่งอาจกีดขวางคนเดินเท้า
การเตรียมเอกสารและติดตามข้อมูลข่าวสาร
ควรเก็บเอกสารการซื้อขายและเอกสารแสดงคุณสมบัติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไว้เสมอ นอกจากนี้ เนื่องจากกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับยานพาหนะไฟฟ้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผู้ใช้งานจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างสม่ำเสมอ
บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้ออย่างมั่นใจ
สรุปได้ว่า การขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะในประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย หากสกู๊ตเตอร์คันนั้นเข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” แต่ไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนและผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาต ปัญหาหลักในปัจจุบันคือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนบุคคลส่วนใหญ่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ ทำให้การใช้งานบนถนนใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การใช้งานจึงควรจำกัดอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
เพื่อการใช้งานพาหนะไฟฟ้าที่ถูกต้องและมั่นใจ การเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่เชี่ยวชาญและให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย พร้อมให้คำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติและการใช้งานที่เหมาะสม
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshoppingmall
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: https://giant-shopping.com/contact-us/
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
