EV 3.5 ครอบคลุม E-Bike ไหม? สรุปเงื่อนไขที่ต้องรู้
มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าเฟสสอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “EV 3.5” ได้เริ่มบังคับใช้แล้ว สร้างความสนใจอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์พลังงานสะอาด คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ EV 3.5 ครอบคลุม E-Bike ไหม? สรุปเงื่อนไขที่ต้องรู้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน บทความนี้จะวิเคราะห์รายละเอียดของมาตรการดังกล่าว พร้อมชี้แจงประเภทของยานยนต์ที่ได้รับสิทธิ์ และแนวโน้มในอนาคตสำหรับจักรยานไฟฟ้า
- มาตรการ EV 3.5 ไม่ครอบคลุมจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เนื่องจากมุ่งเน้นสนับสนุนยานยนต์ที่ต้องมีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเท่านั้น
- ยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการนี้มี 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะแตกต่างกันไปตามประเภทของยานยนต์ ราคาจำหน่าย และขนาดของแบตเตอรี่ โดยมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2567-2570)
- แม้ E-Bike จะยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนโดยตรง แต่การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอาจเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดนโยบายสนับสนุนในอนาคต
ภาพรวมมาตรการ EV 3.5 และเป้าหมายของรัฐบาล
มาตรการ EV 3.5 คือนโยบายต่อเนื่องจาก EV 3.0 ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ประเทศกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค นโยบายนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567 และจะดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลา 4 ปี จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2570
หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้าประเภทที่กำหนด ควบคู่ไปกับการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสรรพสามิตและอากรนำเข้าแก่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไข แม้ว่าวงเงินอุดหนุนต่อคันในเฟส 3.5 จะลดลงเมื่อเทียบกับเฟสก่อนหน้า แต่มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขด้านคุณสมบัติของยานยนต์ให้สูงขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดขนาดความจุของแบตเตอรี่ขั้นต่ำ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) อยู่นอกขอบเขตมาตรการ EV 3.5
สำหรับคำถามหลักที่ว่า EV 3.5 ครอบคลุม E-Bike ไหม? สรุปเงื่อนไขที่ต้องรู้ คำตอบที่ชัดเจนคือ “ไม่ครอบคลุม” มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าที่จัดอยู่ในประเภทที่ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ซึ่งได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถจักรยานยนต์
มาตรการ EV 3.5 มุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไฟฟ้าที่มีการจดทะเบียนเป็นหลัก ทำให้จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เข้าข่ายการจดทะเบียน จึงไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้โดยตรง
เหตุผลที่ E-Bike ไม่เข้าร่วมโครงการ
การจำกัดขอบเขตของมาตรการมีเหตุผลมาจากนิยามทางกฎหมายและการกำกับดูแลยานพาหนะในประเทศไทย โดยทั่วไปแล้ว จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่สูงมากและมีความเร็วจำกัด มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มจักรยาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการจดทะเบียนและไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ในทางกลับกัน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีลักษณะและสมรรถนะเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป จึงต้องผ่านกระบวนการจดทะเบียนและอยู่ภายใต้กฎหมายจราจรเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ นโยบายของรัฐบาลจึงมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านยานยนต์ในกลุ่มที่จดทะเบียน ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในภาพรวมมากกว่า
ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทใดที่ได้รับสิทธิ์ EV 3.5
มาตรการสนับสนุน EV 3.5 กำหนดประเภทของยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์รับเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ไว้อย่างชัดเจน 3 ประเภท ดังนี้
1. รถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
รถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle) เป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุด แต่มีการแบ่งเงื่อนไขตามราคาจำหน่ายและขนาดของแบตเตอรี่อย่างละเอียด เพื่อส่งเสริมทั้งรถยนต์ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายและรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง
- รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2,000,000 บาท: กลุ่มนี้จะได้รับเงินอุดหนุนโดยตรง แต่จำนวนเงินจะลดหลั่นกันไปในแต่ละปี และขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่
- รถยนต์ไฟฟ้าราคาระหว่าง 2,000,001 – 7,000,000 บาท: กลุ่มนี้จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเป็นตัวเงิน แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากการลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือเพียง 2% ซึ่งช่วยทำให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ
2. รถกระบะไฟฟ้า
เพื่อสนับสนุนภาคโลจิสติกส์และการพาณิชย์ มาตรการ EV 3.5 ได้ให้เงินอุดหนุนสำหรับรถกระบะไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นรถที่มีราคาจำหน่ายไม่เกิน 2,000,000 บาท และมีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ขึ้นไป ซึ่งจะได้รับเงินอุดหนุนคงที่ตลอดระยะเวลาโครงการ
3. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับยานพาหนะสองล้อ มาตรการนี้ให้การสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจำหน่ายไม่เกิน 150,000 บาท และมีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างฐานการผลิตในประเทศให้แข็งแกร่ง
สรุปเงื่อนไขเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เพื่อให้เห็นภาพรวมของสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการ EV 3.5 ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปเงื่อนไขเงินอุดหนุนสำหรับยานยนต์แต่ละประเภทได้ดังตารางต่อไปนี้
| ประเภทยานยนต์และเงื่อนไข | ปีที่ 1 (2567) | ปีที่ 2 (2568) | ปีที่ 3-4 (2569-2570) |
|---|---|---|---|
| รถยนต์ไฟฟ้า (ราคา ≤ 2 ล้านบาท, แบตเตอรี่ ≥ 50 kWh) | 100,000 บาท/คัน | 75,000 บาท/คัน | 50,000 บาท/คัน |
| รถยนต์ไฟฟ้า (ราคา ≤ 2 ล้านบาท, แบตเตอรี่ < 50 kWh) | 50,000 บาท/คัน | 35,000 บาท/คัน | 25,000 บาท/คัน |
| รถกระบะไฟฟ้า (ราคา ≤ 2 ล้านบาท, แบตเตอรี่ ≥ 50 kWh) | 100,000 บาท/คัน (ตลอดโครงการ) | ||
| รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (ราคา ≤ 1.5 แสนบาท, แบตเตอรี่ ≥ 3 kWh) | 10,000 บาท/คัน (ตลอดโครงการ) | ||
นอกเหนือจากเงินอุดหนุนโดยตรง มาตรการ EV 3.5 ยังมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อลดต้นทุนและจูงใจให้เกิดการลงทุน ได้แก่:
- การลดอากรนำเข้า: สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) ที่มีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จะได้รับการลดอากรนำเข้าสูงสุด 40% ในช่วง 2 ปีแรกของโครงการ (พ.ศ. 2567-2568)
- การลดภาษีสรรพสามิต: รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท จะได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือเพียง 2% ซึ่งเป็นประโยชน์สำคัญที่ช่วยลดราคาวางจำหน่าย
อนาคตของ E-Bike และโอกาสในการสนับสนุนจากภาครัฐ
แม้ว่าปัจจุบันจักรยานไฟฟ้าจะยังไม่ได้รับสิทธิ์ในมาตรการ EV 3.5 แต่แนวโน้มการใช้งานยานพาหนะขนาดเล็ก (Micro-mobility) ในเขตเมืองกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จักรยานไฟฟ้าถือเป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางระยะสั้น (Last-mile connectivity) ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดมลพิษ และส่งเสริมสุขภาพ
การเติบโตของตลาด E-Bike อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ภาครัฐพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนเฉพาะกลุ่มในอนาคต ซึ่งอาจไม่อยู่ในรูปแบบของเงินอุดหนุนโดยตรงเหมือนรถยนต์ แต่อาจเป็นการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อ การสร้างเลนจักรยานที่ปลอดภัยและครอบคลุมมากขึ้น หรือการสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศที่ผลิตและพัฒนาจักรยานไฟฟ้า การจับตามองทิศทางนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการขนส่งในเมืองจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและใช้งาน E-Bike
บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้า
โดยสรุป มาตรการ EV 3.5 เป็นนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ที่ต้องมีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike จึงไม่เข้าข่ายได้รับเงินอุดหนุน หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจเงื่อนไขของมาตรการอย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถวางแผนและใช้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐได้อย่างเต็มที่
สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่คล่องตัว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเหมาะกับการใช้ชีวิตในเมือง จักรยานไฟฟ้ายังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้จะไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐโดยตรง แต่ด้วยต้นทุนการใช้งานที่ต่ำ ความสะดวกสบาย และประโยชน์ด้านสุขภาพ ทำให้ E-Bike เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
หากท่านสนใจในจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้ที่ GIANT Shopping Mall เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้ท่านได้ยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุด ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารได้ทาง FACEBOOK PAGE และ LINE
