นโยบาย EV 4.0 จะทำให้ E-Bike ถูกลงจริงไหม? GIANT วิเคราะห์
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- บทนำสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย
- ภาพรวมนโยบายส่งเสริม EV ของไทย: จากอดีตถึงปัจจุบัน
- เจาะลึกมาตรการที่คาดการณ์ในนโยบาย EV 4.0 สำหรับยานยนต์สองล้อ
- GIANT วิเคราะห์: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะเข้าถึงง่ายขึ้นเพียงใด?
- ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อราคา E-Bike ในระยะยาว
- บทสรุป และทิศทางของตลาดจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐส่งสัญญาณเตรียมประกาศใช้มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าเฟสใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ EV 4.0 ในปี พ.ศ. 2569 คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภคคือ นโยบาย EV 4.0 จะทำให้ E-Bike ถูกลงจริงไหม? GIANT วิเคราะห์และประเมินถึงความเป็นไปได้ที่มาตรการใหม่นี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคาของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาหนะทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกถึงมาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งในด้านเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของตลาด E-Bike ในประเทศไทย
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ความต่อเนื่องของนโยบาย: นโยบาย EV 4.0 คาดว่าจะต่อยอดความสำเร็จจากมาตรการ EV 3.0 และ 3.5 โดยมุ่งเน้นการทำให้ราคายานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทเข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงยานยนต์สองล้ออย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- มาตรการหลักที่คาดการณ์: การให้เงินอุดหนุนโดยตรงแก่ผู้ซื้อ และการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตและอากรนำเข้าสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า คือกลไกสำคัญที่อาจถูกนำมาใช้เพื่อปรับลดราคาจำหน่ายปลีก
- ผลกระทบต่อราคา: หากมาตรการมีผลบังคับใช้จริง มีความเป็นไปได้สูงที่ราคา E-Bike ในตลาดจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้าคุณภาพสูงได้ในราคาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
- ปัจจัยเสริม: นอกเหนือจากนโยบายภาครัฐ ต้นทุนเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การส่งเสริมการผลิตในประเทศ และการแข่งขันในตลาด ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคา E-Bike ในระยะยาว
การเดินทางของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนนั้นดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านนโยบายและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในหลายระยะ การประกาศเตรียมความพร้อมสำหรับนโยบาย EV 4.0 ในปี 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สร้างความคาดหวังให้กับทุกภาคส่วน ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดของยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อ เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่
ผู้บริโภคจำนวนมากที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้พาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษว่านโยบายใหม่นี้จะส่งผลให้ราคา E-Bike ลดลงจนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหรือไม่ บทวิเคราะห์นี้จึงมุ่งสำรวจศักยภาพของนโยบาย EV 4.0 โดยอ้างอิงจากโครงสร้างของมาตรการที่เคยมีมา เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อราคา E-Bike และแนวโน้มตลาด EV สองล้อในประเทศไทย
ภาพรวมนโยบายส่งเสริม EV ของไทย: จากอดีตถึงปัจจุบัน
ก่อนที่จะวิเคราะห์ถึงอนาคตภายใต้นโยบาย EV 4.0 การทำความเข้าใจบริบทและพัฒนาการของนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยที่ผ่านมาเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพต่อเนื่องและทิศทางที่ชัดเจนของภาครัฐในการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย 30@30: หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน
นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติของไทยได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายไว้ หรือที่เรียกว่า “เป้าหมาย 30@30” ซึ่งหมายถึงการตั้งเป้าให้มีการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) เป้าหมายนี้ครอบคลุมยานยนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ ไปจนถึงรถจักรยานยนต์ ซึ่งรวมถึง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าด้วย การมีเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นนี้เป็นแรงผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนต่างๆ ตามมาเป็นระลอก
จาก EV 3.0 สู่ EV 3.5: บทเรียนและรากฐานสำคัญ
มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในระยะแรก หรือ EV 3.0 (พ.ศ. 2565-2568) ได้สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อ การลดภาษีสรรพสามิต และการลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด และกระตุ้นให้ผู้ผลิตหลายค่ายเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศ
ต่อมา ภาครัฐได้ประกาศมาตรการ EV 3.5 (พ.ศ. 2567-2570) เพื่อรักษาความต่อเนื่องและแรงส่งของตลาด โดยยังคงมาตรการเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้ แต่มีการปรับเงื่อนไขบางประการเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมุ่งเน้นที่รถยนต์สี่ล้อเป็นหลัก แต่ก็เป็นการวางรากฐานและแสดงให้เห็นถึงแนวทางการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งเป็นต้นแบบที่น่าจะถูกนำมาปรับใช้กับยานยนต์ประเภทอื่น ๆ รวมถึง E-Bike ในนโยบาย EV 4.0 ที่กำลังจะมาถึง
เจาะลึกมาตรการที่คาดการณ์ในนโยบาย EV 4.0 สำหรับยานยนต์สองล้อ
แม้จะยังไม่มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่จากแนวทางของนโยบายที่ผ่านมา สามารถคาดการณ์ได้ว่า นโยบาย EV 4.0 จะให้ความสำคัญกับการขยายผลไปยังยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะยานยนต์สองล้อไฟฟ้าซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงและใกล้ชิดกับวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก มาตรการหลักที่คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อราคา E-Bike ประกอบด้วย:
เงินอุดหนุนโดยตรง: กลไกหลักในการลดราคา
มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคได้รวดเร็วที่สุดคือการให้เงินอุดหนุนโดยตรง (Direct Subsidy) ซึ่งเป็นการมอบเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ ทำให้ราคาจำหน่ายปลีกสุดท้าย (Net Price) ถูกลงอย่างชัดเจน หากนโยบาย EV 4.0 กำหนดให้มีเงินอุดหนุนสำหรับผู้ที่ซื้อ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์ เช่น มีมาตรฐานความปลอดภัยหรือผลิตในประเทศ ก็จะส่งผลให้ e-bike ราคา ปรับตัวลดลงทันที
การให้ เงินอุดหนุน EV สำหรับยานยนต์สองล้อ จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญที่สุดในการกระตุ้นความต้องการของตลาด ทำให้จักรยานไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและแข่งขันได้กับรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
ตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลให้เงินอุดหนุน 5,000 บาท สำหรับการซื้อ E-Bike ราคา 30,000 บาท ผู้บริโภคจะจ่ายจริงเพียง 25,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนลดที่จูงใจและสามารถกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
การปรับลดอัตราภาษี: สร้างแรงจูงใจจากต้นทาง
นอกจากการอุดหนุนที่ปลายทางแล้ว การลดภาระทางภาษีที่ต้นทางสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้โครงสร้างราคายานยนต์ไฟฟ้าถูกลงได้อย่างยั่งยืน โดยภาษีที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่:
ภาษีสรรพสามิตยานยนต์ไฟฟ้า
ปัจจุบัน ภาษีรถไฟฟ้า ประเภทรถยนต์นั่งได้รับการปรับลดลงอย่างมากภายใต้มาตรการ EV 3.0 และ 3.5 จึงมีความเป็นไปได้สูงที่นโยบาย EV 4.0 จะขยายสิทธิประโยชน์นี้มายังกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้า โดยอาจมีการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตในระดับต่ำเป็นพิเศษ (เช่น 1%) จากอัตราปกติ เพื่อลดต้นทุนของผู้ผลิต ซึ่งจะส่งผลให้ราคาจำหน่ายสามารถปรับลดลงได้อีกทอดหนึ่ง
อากรนำเข้าชิ้นส่วนและแบตเตอรี่
หัวใจสำคัญและเป็นชิ้นส่วนที่มีต้นทุนสูงที่สุดของ E-Bike คือแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้า หากนโยบาย EV 4.0 มีมาตรการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้าสำหรับชิ้นส่วนสำคัญเหล่านี้ จะช่วยลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการในประเทศได้อย่างมหาศาล และเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกิดการลงทุนตั้งโรงงานประกอบ E-Bike ในไทยมากขึ้น เมื่อต้นทุนการผลิตลดลง ราคาจำหน่ายปลีกก็จะสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น นำไปสู่ จักรยานไฟฟ้าราคาถูก ที่มีคุณภาพมาตรฐาน
GIANT วิเคราะห์: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะเข้าถึงง่ายขึ้นเพียงใด?
จากการประเมินมาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในนโยบาย EV 4.0 สามารถวิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาและความสามารถในการเข้าถึง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ดังนี้ การผสมผสานระหว่างเงินอุดหนุนและการลดภาษีจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดอย่างแน่นอน
ผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค
ผู้บริโภคคือกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดและโดยตรงที่สุด หากนโยบาย EV 4.0 ถูกนำมาใช้ตามที่คาดการณ์ ราคาจำหน่ายปลีกของ E-Bike จะปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้กำแพงด้านราคาสูงซึ่งเคยเป็นอุปสรรคสำคัญลดน้อยลง ผู้คนจะสามารถตัดสินใจซื้อ E-Bike ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนหย่อนใจ การเข้าถึงที่ง่ายขึ้นนี้จะช่วยเร่งการยอมรับและขยายฐานผู้ใช้งาน E-Bike ในประเทศไทยให้กว้างขวางขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบต่อตลาดและผู้ประกอบการ
สำหรับผู้ประกอบการ นโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนจะเป็นสัญญาณบวกที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุน ทั้งในด้านการนำเข้าสินค้าที่หลากหลายรุ่นมากขึ้น และการพิจารณาตั้งฐานการประกอบในประเทศเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ สิ่งนี้จะนำไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับผู้บริโภคที่จะมีตัวเลือกสินค้าที่หลากหลายในราคาที่สมเหตุสมผล แนวโน้มตลาด EV สำหรับสองล้อจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน
| มาตรการที่คาดการณ์ | กลไกการทำงาน | ผลกระทบโดยตรงต่อราคา | กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ |
|---|---|---|---|
| เงินอุดหนุนโดยตรง | รัฐบาลมอบเงินสนับสนุนแก่ผู้ซื้อตามจำนวนที่กำหนด | ราคาจำหน่ายปลีกลดลงทันที ณ จุดขาย | ผู้บริโภค |
| การลดภาษีสรรพสามิต | ลดอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ผลิต/ผู้นำเข้า | ต้นทุนรวมของผู้ประกอบการลดลง ส่งผลให้ตั้งราคาขายได้ต่ำลง | ผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, ผู้บริโภค (ทางอ้อม) |
| การลดอากรนำเข้าชิ้นส่วน | ลด/ยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่, มอเตอร์ | ต้นทุนการผลิต/ประกอบในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ | ผู้ประกอบการในประเทศ, ผู้บริโภค (ทางอ้อม) |
ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อราคา E-Bike ในระยะยาว
แม้ว่านโยบายภาครัฐจะเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดในระยะสั้น แต่ทิศทางของราคา E-Bike ในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
ต้นทุนเทคโนโลยีแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดใน E-Bike อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของราคาแบตเตอรี่ทั่วโลกมีทิศทางที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการผลิตในปริมาณมหาศาล (Economy of Scale) การลดลงของต้นทุนแบตเตอรี่จะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้ราคา E-Bike ถูกลงอย่างเป็นธรรมชาติในอนาคต
การส่งเสริมการผลิตในประเทศและ Supply Chain
หากนโยบาย EV 4.0 สามารถจูงใจให้เกิดการลงทุนสร้างระบบนิเวศการผลิต E-Bike และชิ้นส่วนในประเทศไทยได้สำเร็จ ตั้งแต่การผลิตแบตเตอรี่ มอเตอร์ ไปจนถึงโครงสร้างตัวถัง จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ทำให้ราคา E-Bike มีเสถียรภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น
เมื่อตลาดเติบโตและมีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพจะทวีความรุนแรงขึ้นโดยธรรมชาติ ผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่มีทางเลือกหลากหลายในทุกช่วงราคา
บทสรุป และทิศทางของตลาดจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย
โดยสรุป จากการวิเคราะห์แนวทางและมาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คำตอบของคำถามที่ว่า “นโยบาย EV 4.0 จะทำให้ E-Bike ถูกลงจริงไหม?” มีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็น “จริง” การผสมผสานระหว่างเงินอุดหนุนโดยตรงและการลดหย่อนภาษีจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของตลาด E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทำให้ยานพาหนะประเภทนี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าสำหรับกลุ่มเฉพาะอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการเดินทางที่สะอาด ประหยัด และยั่งยืนสำหรับทุกคน
การมาถึงของนโยบาย EV 4.0 จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของยานยนต์สองล้อไฟฟ้าในไทย ซึ่งจะสร้างประโยชน์ทั้งในมิติของผู้บริโภคที่สามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น มิติของอุตสาหกรรมที่เกิดการลงทุนและจ้างงาน และมิติของประเทศที่สามารถก้าวไปสู่เป้าหมายด้านพลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เร็วขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อที่ครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาและบริการเพื่อให้ท่านได้พบกับพาหนะคู่ใจที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: https://line.me/R/ti/p/%40705dancc
- Website: ติดต่อเรา
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

