จับตานโยบาย EV 2026! รัฐดัน E-Bike ลดคาร์บอน
ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้กลายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ บทความนี้จะเจาะลึกถึงทิศทางและมาตรการที่น่าสนใจซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน
ประเด็นสำคัญของนโยบาย EV 2026
- นโยบาย 30@30: รัฐบาลตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV) ให้ได้ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030 ซึ่งรวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 675,000 คัน
- มาตรการอุดหนุนทางการเงิน: ภาครัฐมอบเงินอุดหนุนสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาไม่เกิน 150,000 บาท ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป เป็นจำนวนเงิน 5,000–10,000 บาทต่อคัน เพื่อกระตุ้นการใช้งาน
- การเติบโตของตลาด: ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดกว่า 400% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตและภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ยุทธศาสตร์ลดคาร์บอน: การส่งเสริม E-Bike และยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติที่ครอบคลุม เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการคมนาคมและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
- การเปลี่ยนผ่านสู่ไลฟ์สไตล์ใหม่: นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมอุตสาหกรรม แต่ยังมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในเมืองให้หันมาใช้พาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัด และคล่องตัวมากขึ้น
ภาพรวมของนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2026
ในช่วงกลางปี 2026 นี้ ประเด็นเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวนและปัญหาการจราจรที่ติดขัดในเขตเมือง ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษาที่ต้องเดินทางเป็นประจำทุกวัน การพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวหรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในไม่เพียงแต่สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่สำคัญอีกด้วย สถานการณ์เหล่านี้สร้างแรงกดดันให้ทั้งภาครัฐและประชาชนต้องมองหาทางออกที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้อย่างลงตัว นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมอบทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้กับประชาชน
ทำไม E-Bike และ Scooter จึงเป็นหัวใจสำคัญ?
เหตุผลที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับ E-Bike และ Scooter เป็นพิเศษนั้นมาจากคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ ประการแรกคือ ความคล่องตัว ในการเดินทางระยะใกล้ถึงปานกลาง ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางส่วนใหญ่ของคนเมือง ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหารถติดและหาที่จอดได้ง่าย ประการที่สองคือ ความประหยัด ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าถูกกว่าน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป ประการสุดท้ายคือ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศขณะใช้งาน ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม
ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?
นโยบายส่งเสริม E-Bike และ Scooter ในปี 2026 มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้:
- กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา: ที่ต้องการพาหนะที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างที่พักและสถานศึกษา มีความปลอดภัย และใช้งานง่าย
- กลุ่มวัยทำงาน: ที่ต้องการลดภาระค่าเดินทางรายเดือน หลีกเลี่ยงความเครียดจากการจราจร และใช้เป็นพาหนะสำหรับการเดินทางต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะ (First-mile/Last-mile connectivity)
- กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งเชิงพาณิชย์: เช่น ธุรกิจรับ-ส่งอาหาร (Food Delivery) และพัสดุ ที่ต้องการลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งในพื้นที่เมือง
- หน่วยงานภาครัฐ: ที่สามารถนำ E-Bike ไปใช้ในภารกิจต่างๆ เพื่อเป็นต้นแบบในการใช้พลังงานสะอาดและลดงบประมาณด้านพลังงานของหน่วยงาน
การส่งเสริมนโยบายนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศการเดินทางในเมืองที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นในระยะยาว
เจาะลึกนโยบาย 30@30: อนาคตการผลิตยานยนต์ไทย
นโยบาย “30@30” คือหนึ่งในยุทธศาสตร์เรือธงที่รัฐบาลไทยใช้เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก นโยบายนี้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายว่า ภายในปี ค.ศ. 2030 การผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero-Emission Vehicles: ZEV) จะต้องมีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของปริมาณการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
เป้าหมายการผลิตยานยนต์ไร้มลพิษ (ZEV)
ภายใต้นโยบาย 30@30 ได้มีการกำหนดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภทไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกภาคส่วนของการขนส่ง ดังนี้:
- รถยนต์นั่งและรถกระบะ: ตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 725,000 คันภายในปี 2030
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 675,000 คันภายในปี 2030 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน
- รถโดยสารและรถบรรทุก: ตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 34,000 คันภายในปี 2030 เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นให้ผู้ผลิตยานยนต์รายเดิมต้องปรับตัว แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้เล่นรายใหม่และส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตแบตเตอรี่ สถานีชาร์จ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
มาตรการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐ
เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวสามารถบรรลุผลได้จริง รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อจูงใจทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเข้าถึงง่ายและเป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้าง มาตรการที่สำคัญประกอบด้วย:
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์: มาตรการนี้ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจำหน่ายไม่เกิน 150,000 บาท และมีแบตเตอรี่ที่มีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- เงินอุดหนุน: ผู้ซื้อจะได้รับเงินอุดหนุนโดยตรงจำนวน 5,000–10,000 บาทต่อคัน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและรุ่น) ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและทำให้ราคาของ E-Bike น่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป
มาตรการอุดหนุนนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้บริโภค ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกที่จับต้องได้และคุ้มค่าในระยะยาว การสนับสนุนจากภาครัฐจึงเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่าอนาคตของการเดินทางในประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall (รุ่นเริ่มต้น) | รถจักรยานยนต์สันดาป (125cc) |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น | ~ 50,000 บาท | ~ 55,000 บาท |
| เงินอุดหนุนจากรัฐ | – 10,000 บาท | – |
| ค่าพลังงาน (เฉลี่ยต่อเดือน) | ~ 150 บาท (ค่าไฟฟ้า) | ~ 1,200 บาท (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษา (เฉลี่ยต่อปี) | ~ 500 บาท | ~ 2,000 บาท |
| รวมค่าใช้จ่าย 3 ปี (โดยประมาณ) | ~ 46,900 บาท | ~ 104,200 บาท |
จับตานโยบาย EV 2026! รัฐดัน E-Bike ลดคาร์บอน สู่ไลฟ์สไตล์คนเมือง
การที่รัฐบาลผลักดันนโยบาย EV อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการส่งเสริมยานพาหนะขนาดเล็กอย่าง E-Bike และ Scooter ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลอยๆ แต่เป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยและทั่วโลก ซึ่งสะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เทรนด์การเติบโตของตลาด EV ในประเทศไทย
ข้อมูลเชิงสถิติบ่งชี้ว่าตลาด EV ในประเทศไทยมีการขยายตัวสูงถึง 400% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ ทั้งการลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือเพียง 2% และการมอบส่วนลดทางภาษีสูงสุดถึง 150,000 บาทสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้ราคาจำหน่ายของยานยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงง่ายขึ้นอย่างมาก การเติบโตนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมและเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น พวกเขามองเห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจนทั้งในด้านความประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปมาสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่กระแสนิยมชั่วคราว แต่เป็นวิวัฒนาการของการเดินทางที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้
เลือกพาหนะที่ใช่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่กับ GIANT Shopping Mall
เมื่อเทรนด์ตลาดชี้ชัดว่าอนาคตคือยานยนต์ไฟฟ้า การเลือกซื้อ จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike จากผู้จัดจำหน่ายที่เชี่ยวชาญและไว้วางใจได้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เราคือผู้ให้คำปรึกษาด้านการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดที่เข้าใจความต้องการของคนเมืองอย่างแท้จริง เราตระหนักดีว่าการเติบโตของตลาดที่สูงขึ้นหมายถึงความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงคัดสรรยานยนต์ไฟฟ้ามาให้เลือกครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น E-bike ดีไซน์ทันสมัยสำหรับนักศึกษา, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่คล่องตัวสำหรับคนทำงาน หรือจักรยานไฟฟ้าสมรรถนะสูงสำหรับธุรกิจเดลิเวอรี่
สิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราโดดเด่นคือการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีหลักอย่าง Battery และระบบ Charging แบตเตอรี่ที่เราเลือกใช้เป็นเทคโนโลยีลิเธียมไอออนคุณภาพสูงที่ให้ระยะทางวิ่งได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีอายุการใช้งานยาวนาน และมีระบบจัดการพลังงาน (BMS) ที่ปลอดภัย หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว นอกจากนี้ ระบบการชาร์จยังถูกออกแบบมาให้สะดวกสบาย สามารถชาร์จกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปได้ ทำให้การเติม Energy ให้กับพาหนะของคุณเป็นเรื่องง่ายดายและประหยัดกว่าการเข้าปั๊มน้ำมันหลายเท่าตัว
การลงทุนกับ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall วันนี้ ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการซื้อความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งการประหยัดค่าเดินทางได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับรถน้ำมัน การลดค่าบำรุงรักษา และการได้รับสิทธิประโยชน์เต็มที่จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ นี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดสำหรับอนาคตของคุณและโลกของเรา
เราเข้าใจดีว่าผู้บริโภคยุคใหม่มองหาความคุ้มค่าสูงสุด ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเปรียบเทียบสเปกและราคาของแต่ละรุ่น เพื่อให้คุณได้พาหนะที่ตรงกับงบประมาณและการใช้งานมากที่สุด พร้อมรับสิทธิ์เงินอุดหนุนจากภาครัฐเต็มจำนวน ทำให้คุณเป็นเจ้าของ E-Bike คุณภาพสูงได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าที่เคย
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่น City Commuter | Electric Scooter รุ่น Urban Sprint |
|---|---|---|
| กลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย | นักศึกษา, วัยทำงาน (เดินทางระยะกลาง) | วัยทำงาน, ผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด |
| ความจุแบตเตอรี่ (Battery) | 48V 20Ah (ประมาณ 4.8 kWh) | 60V 25Ah (ประมาณ 6.0 kWh) |
| ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จ | ~ 70-80 กม. | ~ 90-100 กม. |
| ความเร็วสูงสุด | 55 กม./ชม. | 75 กม./ชม. |
| ระยะเวลาชาร์จ (Charging) | 6-8 ชั่วโมง (ไฟบ้าน) | 7-9 ชั่วโมง (ไฟบ้าน) |
| จุดเด่น | ดีไซน์สวยงาม, มีที่เก็บของ, ประหยัด | อัตราเร่งดีเยี่ยม, คล่องตัวสูง, เทคโนโลยีล้ำสมัย |
อนาคตที่ยั่งยืน: สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ระดับโลก
นโยบาย 30@30 และมาตรการส่งเสริมต่างๆ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การกระตุ้นตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่านั้น คือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ที่สำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก การวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์นี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของไทยในด้านการขนส่งที่ยั่งยืน และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ
การเป็นฮับการผลิต EV จะนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานในอุตสาหกรรมใหม่ๆ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง และการยกระดับทักษะของแรงงานไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ ดังนั้น การที่ผู้บริโภคเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการสนับสนุนทิศทางของประเทศ และมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกด้วย การเลือกใช้ E-Bike หรือ Scooter ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศจึงเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนวงจรเศรษฐกิจให้เติบโตไปพร้อมกัน
ตัดสินใจวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า กับ GIANT Shopping Mall
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป นโยบาย EV ปี 2026 ของภาครัฐได้สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงพาหนะที่ทั้งประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ การลังเลอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายและรับสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดในตอนนี้
GIANT Shopping Mall พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนของคุณ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณในการเลือก E-Bike, Scooter หรือจักรยานไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาที่มองหาความประหยัด วัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัว หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุน เรามีคำตอบสำหรับทุกความต้องการ
อย่าปล่อยให้ค่าใช้จ่ายน้ำมันและปัญหารถติดมาบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคุณอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและเริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดกว่าเดิม
ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อเสนอสุดพิเศษได้แล้ววันนี้:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- Facebook: เยี่ยมชม FACEBOOK PAGE ของเราสำหรับโปรโมชั่นล่าสุด
- LINE: เพิ่มเพื่อนและสอบถามผ่าน LINE ได้ทันที
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านหน้าเว็บไซต์ของเรา
มาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่ากับ GIANT Shopping Mall!

