นโยบาย EV หนุนไทยเมืองอัจฉริยะ ดัน E-Bike โตทะลุเป้าปี 2027
- ภาพรวมของนโยบาย EV และทิศทางตลาดยานยนต์อนาคต
- เจาะลึกมาตรการ EV 3.5: กลไกสำคัญขับเคลื่อนตลาด E-Bike
- ทำไม E-Bike คือคำตอบของการเดินทางในเมืองอัจฉริยะ
- การเลือก E-Bike ที่ใช่: เปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด
- อนาคตของ E-Bike ในประเทศไทย: สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก
- เริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดกับ GIANT Shopping Mall วันนี้
ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดสำหรับอนาคตของการเดินทางในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับปัญหารถติดและมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง การเผชิญกับค่าใช้จ่ายน้ำมันที่ผันผวนและสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นภาระหนักสำหรับประชาชนทั่วไป นโยบาย EV ของภาครัฐจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งไม่เพียงสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสมหาศาลให้กับยานพาหนะทางเลือกที่คล่องตัวและประหยัดกว่าอย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Bike) ซึ่งเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบสำหรับวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- นโยบาย EV 3.5: มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในช่วงปี 2567–2570 มอบเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้และการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
- เมืองอัจฉริยะ (Smart City): E-Bike เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาระบบคมนาคมในเมืองอัจฉริยะ ช่วยลดมลพิษ ลดปัญหาการจราจร และส่งเสริมพลังงานทางเลือก
- ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ: การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ ตอบโจทย์สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
- ศูนย์กลางการผลิต: ประเทศไทยมีเป้าหมายในการเป็นฮับยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาค ซึ่งนโยบายสนับสนุนจะดึงดูดการลงทุนและยกระดับศักยภาพการผลิต E-Bike เพื่อการส่งออก
ภาพรวมของนโยบาย EV และทิศทางตลาดยานยนต์อนาคต
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ นโยบาย EV ของประเทศไทย เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ถูกออกแบบมาเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน ภายในปี 2568 สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นถึงความตื่นตัวของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ จะมีการผลักดันนโยบาย ‘เมืองอัจฉริยะ’ (Smart City) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อตลาด E-bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในฐานะยานพาหนะทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในเมือง
หัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร ตั้งแต่การสนับสนุนผู้บริโภคผ่านเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไปจนถึงการส่งเสริมการลงทุนในภาคการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความมั่นคงให้กับซัพพลายเชนในประเทศ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย 30@30 ซึ่งตั้งเป้าให้การผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573
การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงยานยนต์ประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ด้วยความคล่องตัวและราคาที่เข้าถึงง่าย การสนับสนุนจากภาครัฐจึงเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ตลาด E-Bike ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะเติบโตเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในปี 2570
เจาะลึกมาตรการ EV 3.5: กลไกสำคัญขับเคลื่อนตลาด E-Bike
มาตรการ EV 3.5 ซึ่งมีผลบังคับใช้ระหว่างปี พ.ศ. 2567–2570 ถือเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ทรงพลังที่สุดในการขับเคลื่อนตลาด E-Bike ของไทย คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ได้อนุมัติมาตรการนี้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 โดยมีเป้าประสงค์เพื่อสานต่อความสำเร็จจากมาตรการระยะก่อนหน้า และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างอย่างยั่งยืน
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ภายใต้มาตรการ EV 3.5 รัฐบาลได้กำหนดเงื่อนไขและมอบสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ พลังงานทางเลือก มากขึ้น โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
- เงินอุดหนุน: ผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด จะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 10,000 บาทต่อคัน
- คุณสมบัติรถ: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะได้รับสิทธิ์ ต้องมีราคาจำหน่ายไม่เกิน 150,000 บาท และใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี: อัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1% ซึ่งช่วยให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายถูกลงและเข้าถึงง่ายขึ้น
เงื่อนไขเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมผู้ผลิตในประเทศที่ลงทุนตั้งฐานการผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดราคายานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคตอีกด้วย
ผลกระทบต่อผู้ผลิตและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า
นโยบาย EV 3.5 ได้สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการหลายรายได้ขานรับนโยบายด้วยการเร่งขยายฐานการผลิตในประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนและเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้การสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้เป้าหมายนี้เป็นจริง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 20 รุ่น และมี 9 รุ่นที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างเป็นทางการ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ การเติบโตของตลาดยังนำไปสู่การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีชาร์จ และศูนย์บริการ โดยปัจจุบันมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ E-Bike ทั่วประเทศกว่า 102 ราย รวมกว่า 200 สาขา ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
ทำไม E-Bike คือคำตอบของการเดินทางในเมืองอัจฉริยะ
แนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City) มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ซึ่งระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ สะอาด และยั่งยืน คือหนึ่งในองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ในบริบทนี้ E-Bike และ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ได้กลายเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางส่วนบุคคลในเมืองยุคใหม่ ด้วยเหตุผลที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนจากภาครัฐเป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยา แต่คุณค่าที่แท้จริงของยานพาหนะเหล่านี้อยู่ที่คุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้โดยตรง
แนวโน้มตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้เป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางออกที่ใช้งานได้จริงสำหรับชีวิตประจำวัน ยานพาหนะประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีจำหน่าย ณ GIANT Shopping Mall ได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการเหล่านี้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความคุ้มค่าที่จับต้องได้ ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางด้วยพลังงานสะอาดเป็นเรื่องง่ายและชาญฉลาดกว่าที่เคย
ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า: ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
แม้ว่าเงินอุดหนุน 10,000 บาทจากภาครัฐจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าดึงดูดใจ แต่ความประหยัดที่แท้จริงจากการใช้ E-Bike นั้นเกิดขึ้นในระยะยาว นั่นคือการประหยัดค่าเชื้อเพลิง การเติมพลังงานไฟฟ้าเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าราคาน้ำมันเบนซินหนึ่งลิตรอย่างเทียบไม่ติด ที่ GIANT Shopping Mall เราตระหนักถึงความสำคัญของความคุ้มค่านี้ จึงคัดสรร E-Bike ที่ไม่เพียงมีราคาที่แข่งขันได้ แต่ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่คุณภาพสูงที่ทนทานและมีค่าบำรุงรักษาต่ำ ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในทุกๆ กิโลเมตรของการเดินทาง
| ประเภทพาหนะ | ค่าเชื้อเพลิง/พลังงาน (โดยประมาณ) | ค่าบำรุงรักษา (โดยประมาณ) | รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน |
|---|---|---|---|
| E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | 150 – 250 บาท | 50 – 100 บาท | 200 – 350 บาท |
| รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป | 1,200 – 1,500 บาท | 300 – 500 บาท | 1,500 – 2,000 บาท |
| รถยนต์ส่วนตัว (Eco Car) | 2,500 – 3,000 บาท | 500 – 800 บาท | 3,000 – 3,800 บาท |
เทคโนโลยีและสมรรถนะที่ตอบโจทย์ชีวิตเมือง
ขณะที่นโยบายของรัฐส่งเสริมแบตเตอรี่เทคโนโลยีขั้นสูง (ขนาด 3 kWh ขึ้นไปเพื่อรับเงินอุดหนุน) E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ GIANT Shopping Mall ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูงเป็นมาตรฐาน ซึ่งไม่เพียงให้ระยะทางวิ่งที่ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอัจฉริยะที่จำเป็นสำหรับยานพาหนะใน ‘เมืองอัจฉริยะ’ อย่างแท้จริง เช่น หน้าจอดิจิทัลแสดงข้อมูลครบถ้วน, ระบบไฟ LED ส่องสว่างรอบคันเพื่อความปลอดภัย และการออกแบบที่เน้นความคล่องตัว เหมาะสำหรับการซอกแซกไปตามสภาพการจราจรที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
การสนับสนุนจากภาครัฐที่ทำให้การเป็นเจ้าของง่ายขึ้น
ตลาด ยานยนต์อนาคต กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคที่ปรับตัวได้เร็วกว่าย่อมได้รับประโยชน์มากกว่าใคร E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่ GIANT Shopping Mall ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายของคนเมือง ตั้งแต่การเดินทางไปทำงาน, การไปซื้อของในชีวิตประจำวัน, ไปจนถึงการใช้งานเพื่อการขนส่งขนาดเล็ก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่หลากหลายของวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
ไม่ต้องรออนาคต! สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า ประหยัดกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้แล้ววันนี้กับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ที่ซึ่งนวัตกรรมและความคุ้มค่ามาบรรจบกัน
การเลือก E-Bike ที่ใช่: เปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด
เมื่อตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมาใช้ E-Bike แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานและไลฟ์สไตล์มากที่สุด ตลาดในปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่จักรยานไฟฟ้าแบบพับได้สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการพกพา ไปจนถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกลขึ้น การทำความเข้าใจในคุณสมบัติหลักของแต่ละประเภทจะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน
เปรียบเทียบรุ่นยอดนิยมตามการใช้งาน
เพื่อช่วยในการตัดสินใจ GIANT Shopping Mall ได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบ E-Bike ประเภทต่างๆ ที่ได้รับความนิยม เพื่อให้เห็นภาพรวมของสมรรถนะ ราคา และความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน
| ประเภท E-Bike | ลักษณะเด่น | ระยะทางต่อการชาร์จ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) | ขับขี่สบาย, ที่เก็บของใต้เบาะ, ดีไซน์ทันสมัย | 50 – 80 กม. | การเดินทางในเมือง, ใช้งานประจำวัน, ส่งของระยะสั้น |
| จักรยานไฟฟ้าพับได้ (Folding E-Bike) | น้ำหนักเบา, พับเก็บได้, พกพาสะดวก | 30 – 50 กม. | ผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ, พื้นที่จำกัด |
| จักรยานไฟฟ้าสามล้อ (Electric Tricycle) | ทรงตัวง่าย, ปลอดภัย, มีตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่ | 40 – 60 กม. | ผู้สูงอายุ, การบรรทุกของ, การเดินทางในหมู่บ้าน/ชุมชน |
| จักรยานไฟฟ้าส่งของ (Cargo E-Bike) | โครงสร้างแข็งแรง, รับน้ำหนักได้มาก, แบตเตอรี่ทนทาน | 60 – 100 กม. | ธุรกิจเดลิเวอรี่, การขนส่งสินค้าในเมือง |
การเลือกรุ่นที่เหมาะสมควรพิจารณาจากระยะทางการเดินทางในแต่ละวัน, ลักษณะการใช้งาน (เช่น บรรทุกของหรือไม่), และความสะดวกในการจัดเก็บและชาร์จแบตเตอรี่ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ GIANT Shopping Mall พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ได้ E-Bike ที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด
อนาคตของ E-Bike ในประเทศไทย: สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก
ทิศทางของอุตสาหกรรม E-Bike ในประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การตอบสนองความต้องการในประเทศเท่านั้น แต่มองไกลไปถึงการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน นโยบายสนับสนุนของภาครัฐได้สร้างแรงดึงดูดมหาศาลต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งจะนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างงาน และการพัฒนาซัพพลายเชนของชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่งขึ้น
การที่ประเทศไทยมีพื้นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาทักษะแรงงานให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่, มอเตอร์ไฟฟ้า, และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สินค้า E-Bike ที่ผลิตในไทยมีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เมื่อประกอบกับมาตรการส่งเสริมการส่งออก คาดการณ์ได้ว่าภายในปี 2570 ประเทศไทยจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาด E-Bike โลก สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ และตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น “ฮับยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาค” ได้อย่างสมบูรณ์
เริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดกับ GIANT Shopping Mall วันนี้
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจนและคุณประโยชน์รอบด้านของ E-Bike ทำให้วันนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตัดสินใจลงทุนเพื่ออนาคตการเดินทางที่ประหยัดกว่า สะดวกสบายกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า GIANT Shopping Mall คือจุดหมายปลายทางที่รวบรวมยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงมาให้เลือกสรรอย่างครบครัน พร้อมบริการที่น่าประทับใจ
ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, E-bike, หรือจักรยานสามล้อไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ บริการหลังการขายที่ไว้วางใจได้ และบริการจัดส่งทั่วประเทศ
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
อย่าปล่อยให้โอกาสในการเป็นเจ้าของยานพาหนะแห่งอนาคตในราคาที่คุ้มค่าที่สุดหลุดลอยไป ก้าวสู่การเดินทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืนไปพร้อมกับเราที่ GIANT Shopping Mall

