นโยบายรัฐ 2026: E-Bike ลดหย่อนภาษีได้จริงหรือ?
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบาย E-Bike และภาษี
- เจาะลึกคำถาม: นโยบายรัฐ 2026: E-Bike ลดหย่อนภาษีได้จริงหรือ?
- ภาพรวมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ
- ไขข้อสับสน: “ลดภาษี” กับ “ลดหย่อนภาษี” แตกต่างกันอย่างไร?
- ทิศทางนโยบายภาษีปี 2569-2572 และผลกระทบต่อผู้ซื้อ E-Bike
- ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ E-Bike ในปี 2568-2569
- บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้า
กระแสความนิยมยานพาหนะไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้บริโภคจำนวนมากสงสัยคือ นโยบายรัฐ 2026: E-Bike ลดหย่อนภาษีได้จริงหรือ? บทความนี้จะวิเคราะห์โครงสร้างนโยบายภาครัฐอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อยานพาหนะไฟฟ้าประเภทนี้
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบาย E-Bike และภาษี
เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อจักรยานไฟฟ้าและการลดหย่อนภาษี สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:
- การลดหย่อนภาษีโดยตรง: ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีมาตรการที่อนุญาตให้ผู้ซื้อนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายจากการซื้อ E-Bike หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ไปใช้เป็นรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้โดยตรง
- ประโยชน์ทางอ้อมแก่ผู้บริโภค: สิทธิประโยชน์ที่ผู้ซื้อได้รับมาจากมาตรการของภาครัฐที่มุ่งเน้นไปยังฝั่งผู้ผลิตและผู้นำเข้า ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายถูกลง
- กลไกการสนับสนุนของรัฐ: รัฐบาลใช้เครื่องมือหลัก 2 ประเภท คือ 1) การลดอัตราภาษีสรรพสามิตและอากรขาเข้าสำหรับผู้ประกอบการ และ 2) การให้เงินอุดหนุนต่อคันแก่ผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการ
- ทิศทางนโยบายภาษีปี 2569: การปฏิรูปภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2569 (ค.ศ. 2026) เน้นไปที่การส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวผ่านบัญชี TISA (Thailand Individual Saving Account) และยังไม่มีการกล่าวถึงการซื้อสินค้าอย่าง E-Bike เป็นรายการลดหย่อนภาษี
- ความแตกต่างที่ต้องเข้าใจ: สิ่งสำคัญคือการแยกความหมายระหว่างคำว่า “ลดภาษี” ซึ่งส่วนใหญ่หมายถึงภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้าสำหรับผู้ประกอบการ กับ “ลดหย่อนภาษี” ซึ่งหมายถึงสิทธิของผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาในการนำค่าใช้จ่ายบางรายการมาหักออกจากเงินได้สุทธิ
เจาะลึกคำถาม: นโยบายรัฐ 2026: E-Bike ลดหย่อนภาษีได้จริงหรือ?
คำถามที่ว่า นโยบายรัฐ 2026: E-Bike ลดหย่อนภาษีได้จริงหรือ? เป็นประเด็นที่สร้างความสับสนและต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน คำตอบที่ถูกต้องตามโครงสร้างกฎหมายและมาตรการล่าสุดคือ “ไม่ได้” หากหมายถึงการนำใบกำกับภาษีจากการซื้อ E-Bike ไปกรอกในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) เพื่อหักลดหย่อนเหมือนรายการอื่นๆ เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต, ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย หรือเงินลงทุนในกองทุน RMF/SSF
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีสิทธิลดหย่อนภาษีโดยตรง ผู้บริโภคกลับได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐในรูปแบบอื่น นั่นคือการซื้อ E-Bike ได้ในราคาที่ต่ำลงกว่าที่ควรจะเป็น หากไม่มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ กลไกนี้เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านต้นทุน ทั้งผ่านการปรับลดโครงสร้างภาษีและการให้เงินอุดหนุน ซึ่งผู้ประกอบการจะนำประโยชน์ส่วนนี้ไปตั้งเป็นราคาขายที่จูงใจผู้บริโภคต่อไป ดังนั้น ประโยชน์ที่ได้รับจึงเป็น “ส่วนลด ณ จุดขาย” ไม่ใช่ “การลดหย่อน ณ สิ้นปีภาษี”
ภาพรวมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การทำความเข้าใจมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญ โดยสามารถแบ่งได้ตามประเภทของยานพาหนะ ดังนี้
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (4 ล้อ)
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มาตรการ EV 3.0 และมาตรการต่อเนื่อง (EV 3.5) มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นตลาดและส่งเสริมการผลิตในประเทศ โดยมีมาตรการหลักประกอบด้วย:
- การลดอากรขาเข้า: สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) ที่นำเข้าทั้งคัน มีการลดอากรขาเข้าสูงสุดถึง 40% ในช่วงปี 2565-2566 เพื่อทำให้ราคานำเข้าถูกลง
- การลดภาษีสรรพสามิต: อัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าถูกปรับลดจาก 8% เหลือเพียง 2% และสำหรับรถกระบะไฟฟ้าเหลือ 0% โดยมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
- เงินอุดหนุนต่อคัน: รัฐบาลให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำไปเป็นส่วนลดให้กับผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 kWh ขึ้นไป จะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อคัน
มาตรการทั้งหมดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเป็นกลไกที่ทำงานฝั่งอุปทาน (Supply-side) คือการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่ผู้ซื้อโดยตรง
กลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและ E-Bike
ในส่วนของยานพาหนะสองล้อไฟฟ้า โครงสร้างการสนับสนุนมีลักษณะคล้ายคลึงกับรถยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- โครงการความร่วมมือกับกรมสรรพสามิต: ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสามารถลงนามเข้าร่วมโครงการ EV กับกรมสรรพสามิต เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินอุดหนุน
- การส่งต่อประโยชน์สู่ผู้บริโภค: เมื่อผู้ประกอบการได้รับเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว จะต้องนำไปหักลดเป็นส่วนลดในราคาขายปลีกให้กับผู้ซื้อทันที ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีผู้ผลิตบางรายที่เข้าร่วมโครงการ สามารถลดราคามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าลงได้ถึงคันละประมาณ 18,000 บาท
ดังนั้น สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อ E-Bike หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากนโยบายรัฐในปัจจุบันคือการซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลงตั้งแต่หน้าร้าน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากเงินอุดหนุนและโครงสร้างภาษีที่รัฐปรับให้แก่ผู้ประกอบการนั่นเอง
ไขข้อสับสน: “ลดภาษี” กับ “ลดหย่อนภาษี” แตกต่างกันอย่างไร?
ความสับสนส่วนใหญ่เกิดจากการใช้คำว่า “ลดภาษี” ในบริบทของนโยบาย EV ซึ่งมักทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าตนเองจะได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การทำความเข้าใจความแตกต่างของคำศัพท์ทั้งสองเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนทางการเงินที่ถูกต้อง
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การลดภาษี (Tax Reduction) | การลดหย่อนภาษี (Tax Deduction) |
|---|---|---|
| คำจำกัดความ | การปรับลดอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากตัวสินค้าหรือบริการ เช่น ภาษีสรรพสามิต, อากรขาเข้า | สิทธิในการนำค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด ไปหักออกจากเงินได้พึงประเมินก่อนคำนวณภาษี |
| ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง | ผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, ผู้ประกอบการ | ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
| กลไกการทำงาน | รัฐบาลลดอัตราภาษีที่จัดเก็บ ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง | ผู้เสียภาษีรวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่าย (เช่น ใบเสร็จ) และยื่นในแบบแสดงรายการภาษีประจำปี |
| ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น | ราคาขายปลีกของสินค้าถูกลง เนื่องจากผู้ประกอบการส่งต่อประโยชน์ให้ผู้บริโภค | จำนวนเงินได้สุทธิที่ต้องนำไปคำนวณภาษีลดลง ทำให้เสียภาษีน้อยลงหรือได้รับเงินคืนภาษี |
| ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับ EV/E-Bike | ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV จาก 8% เหลือ 2% ทำให้ค่ายรถยนต์ตั้งราคาขายได้ต่ำลง | (ยังไม่มี) ไม่สามารถนำค่าซื้อ E-Bike มาหักลดหย่อนได้เหมือนค่าเบี้ยประกันหรือดอกเบี้ยบ้าน |
ทิศทางนโยบายภาษีปี 2569-2572 และผลกระทบต่อผู้ซื้อ E-Bike
เมื่อมองไปในอนาคต โดยเฉพาะช่วงปี 2569-2572 (ค.ศ. 2026-2029) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งสำคัญ ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังชี้ให้เห็นว่าทิศทางของนโยบายไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
การปฏิรูปโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แผนการปฏิรูปภาษีบุคคลธรรมดาที่อยู่ระหว่างการพิจารณา มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชนให้มากขึ้น โดยมีแนวทางหลักคือการปรับปรุงสูตรการลดหย่อนจากการลงทุนรวม ซึ่งอาจมีการกำหนดเพดานสูงสุด และอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปตามระดับรายได้ของผู้เสียภาษี
บัญชีลงทุนเพื่อการออมแห่งชาติ (TISA)
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การจัดตั้งบัญชีลงทุนใหม่ในชื่อ “TISA” หรือ Thailand Individual Saving Account ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้ประชาชนสามารถลงทุนในหุ้นไทยหรือกองทุนรวม แล้วนำเงินลงทุนดังกล่าวไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของประชากรเป็นลำดับแรก
จากทิศทางดังกล่าว จึงสรุปได้ว่านโยบายภาษีในช่วงปี 2526-2529 นั้น มุ่งเน้นไปที่การปรับโครงสร้างการลดหย่อนด้านการลงทุนเป็นหลัก และยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะมีการเพิ่มรายการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าหรือ E-Bike เข้ามาในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ E-Bike ในปี 2568-2569
สำหรับผู้ที่วางแผนจะซื้อจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในช่วงเวลานี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายภาครัฐ ควรพิจารณาประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบการเข้าร่วมมาตรการ EV ของแบรนด์: ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรสอบถามผู้จำหน่ายว่าแบรนด์ E-Bike รุ่นนั้นๆ ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุน EV กับกรมสรรพสามิตแล้วหรือไม่ หากเข้าร่วม ราคาจำหน่ายมักจะถูกกว่ารุ่นที่ไม่ได้เข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
- ความถูกต้องทางกฎหมายและการจดทะเบียน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายานพาหนะไฟฟ้ารุ่นที่สนใจนั้นสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ถูกต้องตามกฎหมาย (มีป้ายทะเบียนและ พ.ร.บ.) เนื่องจากเป็นเงื่อนไขสำคัญในการได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาครัฐหลายโครงการ และยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความคุ้มครองตามกฎหมายเมื่อใช้งานบนท้องถนน
- วางแผนการเงินตามความเป็นจริง: ควรมองว่าประโยชน์จากภาครัฐคือ “ส่วนลดราคา ณ วันที่ซื้อ” ไม่ใช่ “การลดหย่อนภาษีในอนาคต” การตั้งความคาดหวังที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำ และไม่ผิดหวังหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคตอันใกล้
- เปรียบเทียบความคุ้มค่าหลังหักเงินอุดหนุน: การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของราคาที่ต้องจ่ายจริง (ราคาขายหักเงินอุดหนุน) เทียบกับคุณสมบัติ สมรรถนะ และบริการหลังการขายของ E-Bike รุ่นนั้นๆ แทนที่จะคาดหวังสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยังไม่มีอยู่จริง
บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้า
โดยสรุป สำหรับคำถามที่ว่า “นโยบายรัฐ 2026: E-Bike ลดหย่อนภาษีได้จริงหรือ?” คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในปัจจุบันคือ ไม่ได้ ในความหมายของการนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์ทางอ้อมผ่านราคาจำหน่ายที่ถูกลง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนแก่ฝั่งผู้ผลิตและผู้นำเข้า
ดังนั้น การวางแผนซื้อ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรเปลี่ยนมุมมองจากการคาดหวังเรื่องการลดหย่อนภาษี มาเป็นการพิจารณาความคุ้มค่าของ “ราคาที่จ่ายจริง” หลังหักเงินอุดหนุนแล้ว เปรียบเทียบกับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณของตนเองเป็นสำคัญ
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่หลากหลายและมีคุณภาพ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเพื่อให้การตัดสินใจของคุณคุ้มค่าที่สุด
สามารถติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

