รัฐหนุน EV! E-Bike ลดหย่อนภาษีได้ไหม? เช็คสิทธิ์ที่นี่
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี E-Bike
- ทำความเข้าใจนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ
- เจาะลึกมาตรการรัฐ: ลดหย่อนภาษี EV หรือ ลดภาษีรถ EV?
- โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ปี 2569: อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย
- คำตอบสุดท้าย: E-Bike ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้หรือไม่?
- การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้คุ้มค่า
- บทสรุปและแนวทางการเลือกยานพาหนะไฟฟ้า
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้เกิดคำถามสำคัญในหมู่ผู้บริโภคว่า หากสนใจซื้อยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า รัฐหนุน EV! E-Bike ลดหย่อนภาษีได้ไหม? เช็คสิทธิ์ที่นี่ ซึ่งเป็นข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกมาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุมสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าทางเลือกใหม่นี้
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี E-Bike
- ยังไม่สามารถลดหย่อนได้โดยตรง: จากข้อมูลมาตรการภาษีล่าสุด ณ วันที่ 12 มกราคม 2569 การซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยังไม่สามารถนำไปใช้เป็นรายการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้
- การสนับสนุนผ่านโครงสร้างภาษี: นโยบายหลักของภาครัฐคือการสนับสนุนผ่านการปรับลด “ภาษีสรรพสามิต” สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายถึงผู้บริโภคถูกลง เป็นการสนับสนุนที่ต้นทาง ไม่ใช่สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ปลายทางของผู้ซื้อ
- โครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การคิดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์จะเปลี่ยนจากฐานขนาดเครื่องยนต์ (CC) ไปเป็นฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงต่อรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่มีอัตราภาษีต่ำเป็นพิเศษ
- เงินอุดหนุนและส่วนลด: มาตรการอย่าง EV 3.0 (สิ้นสุดแล้ว) และ EV 3.5 เป็นการให้ “เงินอุดหนุน” แก่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เพื่อนำไปเป็นส่วนลดราคาขายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี
ทำความเข้าใจนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 รวมถึงการสร้างความมั่นคงทางพลังงานโดยลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นตลาดและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งาน EV อย่างแพร่หลาย
ทำไมยานยนต์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นเมกะเทรนด์?
กระแสความนิยมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกและในประเทศไทยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลายประการ ทั้งในมิติของผู้บริโภคและภาพรวมของอุตสาหกรรม เหตุผลหลักประกอบด้วย:
- ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม: ผู้คนหันมาใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนมากขึ้น ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งไม่มีการปล่อยไอเสียจากท่อไอเสียโดยตรง จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์
- การประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน: แม้ราคาเริ่มต้นของรถยนต์ไฟฟ้าอาจสูงกว่ารถยนต์สันดาปในบางรุ่น แต่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (ค่าไฟฟ้า) ต่อกิโลเมตรนั้นต่ำกว่าค่าน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
- เทคโนโลยีและสมรรถนะ: ยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่มีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม การขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวล พร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย ดึงดูดผู้บริโภคที่ชื่นชอบนวัตกรรมใหม่ๆ
- ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า: เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป การบำรุงรักษายานยนต์ไฟฟ้าจึงมีรายการที่ต้องดูแลน้อยกว่า เช่น ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถต่ำลง
ใครคือผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบาย EV?
นโยบายสนับสนุน EV ของรัฐบาลส่งผลดีต่อหลายภาคส่วน ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ซื้อเท่านั้น:
- ผู้บริโภค: ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายขึ้น ผ่านการลดภาษีสรรพสามิตและเงินอุดหนุน ทำให้สามารถเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
- ผู้ผลิตและผู้นำเข้า: มาตรการภาษีที่จูงใจช่วยกระตุ้นยอดขายและทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการลงทุนตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่ ภายในประเทศ
- สังคมและประเทศโดยรวม: การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในเขตเมือง ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค
เจาะลึกมาตรการรัฐ: ลดหย่อนภาษี EV หรือ ลดภาษีรถ EV?
หนึ่งในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ่อยครั้งคือการสับสนระหว่าง “การลดหย่อนภาษีเงินได้” กับ “การลดภาษีสรรพสามิต” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตอบคำถามว่าการซื้อ E-Bike ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในรูปแบบใด
ความแตกต่างที่ต้องรู้: “การลดหย่อนภาษีเงินได้” กับ “การลดภาษีสรรพสามิต”
เพื่อให้เกิดความชัดเจน จำเป็นต้องทำความเข้าใจความหมายของภาษีทั้งสองประเภทนี้:
- การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: คือ สิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายบางรายการ (เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต, ค่าเลี้ยงดูบุตร, เงินบริจาค) มาหักออกจากเงินได้สุทธิ เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายน้อยลง การที่จะนำค่าใช้จ่ายใดมาลดหย่อนได้นั้น จะต้องมีกฎหมายหรือประกาศจากกรมสรรพากรระบุไว้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน การซื้อจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังไม่ถูกกำหนดให้เป็นรายการที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ได้
- การลดภาษีสรรพสามิต: คือ ภาษีที่เก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท ซึ่งมักเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยภาษีนี้จะถูกรวมอยู่ในโครงสร้างราคาสินค้าตั้งแต่ต้นทาง (จากโรงงานหรือผู้นำเข้า) การที่รัฐบาลประกาศ ลดอัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า หมายถึงการลดต้นทุนของผู้ผลิต ทำให้สามารถตั้งราคาขายปลีกให้แก่ผู้บริโภคได้ถูกลง นี่คือมาตรการหลักที่รัฐใช้สนับสนุน EV ในปัจจุบัน
ดังนั้น การสนับสนุนจากรัฐสำหรับ EV คือการทำให้ “ราคารถถูกลง” ผ่านการลดภาษีสรรพสามิต ไม่ใช่การให้ผู้ซื้อนำใบเสร็จไป “หักลดหย่อนภาษีประจำปี”
มาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5: เงินอุดหนุนโดยตรงจากภาครัฐ
นอกจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตแล้ว รัฐบาลยังใช้มาตรการเชิงรุกผ่านแพ็กเกจเงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นตลาดในระยะเริ่มต้นอีกด้วย
- มาตรการ EV 3.0: เป็นมาตรการระยะแรกที่สิ้นสุดไปแล้ว โดยให้เงินอุดหนุนแก่รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลดราคา ณ จุดจำหน่ายโดยตรง ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างความตื่นตัวและเพิ่มยอดขาย EV ได้อย่างก้าวกระโดด
- มาตรการ EV 3.5: เป็นมาตรการต่อเนื่องที่เริ่มใช้หลังจาก EV 3.0 สิ้นสุดลง แม้ว่าวงเงินอุดหนุนต่อคันจะลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาและทำให้ตลาด EV เติบโตอย่างต่อเนื่อง มาตรการนี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของเงินอุดหนุนโดยตรงนี้
โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ปี 2569: อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจนและยั่งยืน
จาก CC สู่ CO₂: การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเกณฑ์ภาษี
เดิมทีประเทศไทยใช้อัตราความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ (CC) เป็นเกณฑ์หลักในการคำนวณภาษีสรรพสามิต ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า แต่โครงสร้างใหม่นี้จะเปลี่ยนไปใช้ อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เป็นเกณฑ์หลักแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงคือ:
- ส่งเสริมรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ: รถยนต์ที่ปล่อย CO₂ น้อย จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ได้เปรียบสูงสุด: เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% ไม่มีการปล่อย CO₂ จากการใช้งาน จึงได้รับการจัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุด ซึ่งจะทำให้ราคาสามารถแข่งขันกับรถยนต์สันดาปได้ดียิ่งขึ้น
- รถยนต์สันดาปขนาดเล็กอาจเสียภาษีเพิ่มขึ้น: รถยนต์สันดาปที่แม้จะมีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่หากมีอัตราการปล่อย CO₂ สูง ก็อาจต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นกว่าเดิมภายใต้โครงสร้างใหม่นี้
เปรียบเทียบอัตราภาษีสรรพสามิตยานยนต์ประเภทต่างๆ ภายใต้โครงสร้างใหม่
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบอัตราภาษีสรรพสามิต (เริ่ม 1 ม.ค. 2569) สำหรับยานยนต์ประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
| ประเภทยานยนต์ | เงื่อนไขสำคัญ | อัตราภาษีสรรพสามิต (เริ่ม 1 ม.ค. 2569) |
|---|---|---|
| รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) | รถยนต์นั่ง (เก๋ง) | 2% (จากเดิม 8%) |
| รถกระบะ | 2% (จากเดิม 0%) | |
| รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) | วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ ≥ 80 กม./ชาร์จ | 5% |
| วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ < 80 กม./ชาร์จ | 10% | |
| รถยนต์ไฮบริด (HEV) และสันดาป (ICE) | คิดตามอัตราการปล่อย CO₂ | แปรผันตามค่า CO₂ (รถที่ปล่อยมลพิษมาก จะเสียภาษีสูงขึ้น) |
คำตอบสุดท้าย: E-Bike ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้หรือไม่?
หลังจากพิจารณาข้อมูลมาตรการต่างๆ ของภาครัฐทั้งหมดแล้ว สามารถสรุปคำตอบสำหรับคำถามหลักได้อย่างชัดเจน
สรุปสถานะปัจจุบันของสิทธิ์ลดหย่อนภาษี E-Bike
ณ ปัจจุบัน การซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยังไม่สามารถนำไปใช้เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลมอบให้มุ่งเน้นไปที่การลด “ภาษีสรรพสามิต” ในระดับโครงสร้างราคาของยานยนต์เป็นหลัก ซึ่งส่งผลดีต่อรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์เป็นสำคัญ แต่ยังไม่มีประกาศหรือกฎหมายเฉพาะที่ระบุให้ E-Bike เป็นรายการลดหย่อนภาษีได้
แล้ว E-Bike ได้รับประโยชน์อะไรจากนโยบายรัฐ?
แม้จะไม่ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีโดยตรง แต่ผู้ใช้งาน E-Bike ยังคงได้รับประโยชน์ทางอ้อมและประโยชน์ในตัวของมันเอง ดังนี้:
- การเติบโตของตลาด: นโยบายสนับสนุน EV โดยรวมช่วยสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดการยอมรับยานพาหนะไฟฟ้าในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลให้ในอนาคตมีผู้ผลิตและจำหน่าย E-Bike มากขึ้น เกิดการแข่งขันด้านราคาและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค
- ความประหยัดโดยธรรมชาติ: หัวใจสำคัญของ E-Bike คือการประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงที่ผู้ใช้ได้รับทันที โดยไม่ต้องรอสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การเลือกใช้ E-Bike ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการลดมลพิษทางอากาศและเสียงในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ของนโยบายภาครัฐ
ช่องทางการตรวจสอบสิทธิ์และข้อมูลที่ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลล่าสุดหรือตรวจสอบเงื่อนไขของยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สนใจ ควรติดต่อสอบถามโดยตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อความถูกต้องแม่นยำ:
- กรมสรรพสามิต: สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิต, เงื่อนไขของยานยนต์ที่ได้รับสิทธิ์, และรายละเอียดมาตรการ EV 3.5
- กรมสรรพากร: สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะประกาศหากมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้คุ้มค่า
เมื่อทราบถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ แล้ว การตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานจึงเป็นขั้นตอนต่อไปที่สำคัญ
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ
- ลักษณะการใช้งาน: ใช้เดินทางในระยะใกล้หรือไกล? ใช้ในเส้นทางเรียบหรือทางลาดชัน? คำตอบเหล่านี้จะช่วยกำหนดสเปกของมอเตอร์และขนาดแบตเตอรี่ที่เหมาะสม
- ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง: เลือกรุ่นที่สามารถวิ่งได้ระยะทางครอบคลุมการใช้งานในแต่ละวันอย่างเพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง
- คุณภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่: แบตเตอรี่เป็นหัวใจของ E-Bike ควรเลือกรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่คุณภาพดี มีการรับประกันที่น่าเชื่อถือ
- บริการหลังการขาย: การมีศูนย์บริการที่พร้อมให้คำปรึกษาและซ่อมบำรุงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว
ประโยชน์ของการใช้ E-Bike ในชีวิตประจำวัน
- ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง: ประหยัดค่าน้ำมัน ค่าโดยสารรถสาธารณะ และค่าบำรุงรักษาเมื่อเทียบกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
- ความคล่องตัว: เหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น สามารถลัดเลาะและหาที่จอดได้ง่ายกว่า
- ส่งเสริมสุขภาพ: แม้จะมีระบบไฟฟ้าช่วย แต่ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกที่จะปั่นออกกำลังกายได้ เป็นการผสมผสานระหว่างการเดินทางและการออกกำลังกาย
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะอาด ไม่สร้างมลพิษทางอากาศและเสียง
บทสรุปและแนวทางการเลือกยานพาหนะไฟฟ้า
โดยสรุปแล้ว แม้ว่านโยบายภาครัฐจะสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ แต่รูปแบบการสนับสนุนหลักในปัจจุบันคือการลดอัตราภาษีสรรพสามิตและให้เงินอุดหนุนบางส่วน ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ร่วมโครงการถูกลง แต่ยังไม่มีมาตรการที่ให้สิทธิ์นำการซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามา ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่แท้จริงของ E-Bike อยู่ที่ความประหยัด ความคล่องตัว และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคุณค่าที่ผู้ใช้งานจะได้รับในทุกๆ วัน การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากความต้องการในการใช้งานและประโยชน์ในระยะยาวเป็นสำคัญ
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง สามารถค้นหาผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลายรุ่นได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่พร้อมให้คำแนะนำและบริการอย่างมืออาชีพ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทร: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

