ไขข้อสงสัย! 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังกลายเป็นทางเลือกการเดินทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ด้วยความสามารถในการผสานความสะดวกสบายของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับการออกกำลังกายที่ไม่หนักจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดและความเชื่อที่ไม่ถูกต้องมากมายที่ทำให้หลายคนลังเลที่จะเปิดใจให้กับนวัตกรรมนี้ บทความนี้จะมา ไขข้อสงสัย! 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้อย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
- จักรยานไฟฟ้าในปัจจุบันได้รับการพัฒนาทางเทคโนโลยีไปมาก ทำให้มีประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวยงาม และเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
- น้ำหนักของจักรยานไฟฟ้ามีหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นพับได้น้ำหนักเบาไปจนถึงรุ่นสมบุกสมบัน ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการได้
- การบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยพื้นฐานคล้ายกับจักรยานทั่วไป แต่มีการดูแลเพิ่มเติมในส่วนของแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าซึ่งทำได้ไม่ยาก
- ความปลอดภัยในการขับขี่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ การปฏิบัติตามกฎจราจร และการเลือกใช้จักรยานที่ได้มาตรฐานเป็นหลัก ไม่ใช่ความเร็วของตัวรถเพียงอย่างเดียว
- ตลาดจักรยานไฟฟ้ามีสินค้าหลายระดับราคาและคุณภาพ การศึกษาข้อมูลและเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือเป็นกุญแจสำคัญในการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย
ทำความเข้าใจจักรยานไฟฟ้า: เทรนด์ใหม่ของการเดินทาง
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประกอบกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดในเขตเมือง จักรยานไฟฟ้าได้ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นคำตอบสำหรับความท้าทายเหล่านี้ มันไม่ใช่เพียงจักรยานที่ติดมอเตอร์ แต่เป็นยานพาหนะที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การขี่เพื่อสันทนาการ หรือการออกกำลังกายเบาๆ กลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์จากจักรยานไฟฟ้าจึงมีหลากหลาย ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศที่ต้องการหลีกเลี่ยงรถติด นักเรียนนักศึกษา ผู้สูงอายุที่ต้องการยานพาหนะที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย ไปจนถึงผู้ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ E-Bike จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อทลายกำแพงแห่งความลังเล และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสกับประโยชน์ของการเดินทางรูปแบบใหม่นี้
ไขทุกข้อข้องใจ: 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมักสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ถูกต้องให้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ จักรยานไฟฟ้าก็เช่นกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่กระจ่างชัด เราจะมาวิเคราะห์และหักล้าง 5 ความเชื่อที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้าด้วยข้อมูลที่เป็นจริง
ความเชื่อที่ 1: จักรยานไฟฟ้ามีแต่ข้อเสียและไม่เหมาะกับการใช้งานจริง
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่แพร่หลายที่สุดคือการมองว่าจักรยานไฟฟ้าเป็นเพียงของเล่นที่ไม่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หรือมีข้อจำกัดมากเกินไปจนไม่คุ้มค่า หลายคนอาจนึกภาพจักรยานไฟฟ้าในยุคแรกๆ ที่มีดีไซน์เทอะทะ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และมีประสิทธิภาพต่ำ
ความเป็นจริง: ปัจจุบัน เทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้าได้ก้าวกระโดดไปไกลมาก ผู้ผลิตชั้นนำได้ลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา ทำให้ E-Bike สมัยใหม่มีประสิทธิภาพสูง การออกแบบที่สวยงามลงตัว และกลายเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างน่าทึ่ง
- ประสิทธิภาพและเทคโนโลยี: มอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กลงแต่ทรงพลังมากขึ้น ระบบช่วยปั่น (Pedal-Assist System) ทำงานได้อย่างชาญฉลาดและนุ่มนวล ทำให้ผู้ขี่สามารถเลือกระดับความช่วยเหลือได้ตามต้องการ ตั้งแต่การออกแรงน้อยๆ ไปจนถึงการขึ้นทางชันได้อย่างสบาย แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีน้ำหนักเบาลง แต่เก็บประจุได้มากขึ้น ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (บางรุ่นอาจไปได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร)
- ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและการจราจร: จักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะพลังงานสะอาดที่ไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศ การใช้งาน E-Bike แทนรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังช่วยลดความแออัดบนท้องถนน ทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้น
- การใช้งานที่หลากหลาย: จักรยานไฟฟ้าไม่ได้มีไว้สำหรับเดินทางไปทำงานเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับกิจกรรมอื่นๆ เช่น การไปซื้อของ (ด้วยรุ่นที่ติดตั้งตะกร้าหรือที่บรรทุกสัมภาระ), การขี่ท่องเที่ยวชมเมือง หรือแม้กระทั่งการขี่ในเส้นทางธรรมชาติ (สำหรับ E-MTB หรือจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า)
จักรยานไฟฟ้าในปัจจุบันไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในโลกสมัยใหม่
ความเชื่อที่ 2: จักรยานไฟฟ้าหนักเกินไปและใช้งานลำบาก
น้ำหนักคืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลายคนกังวล ภาพของจักรยานที่ต้องมีทั้งมอเตอร์และแบตเตอรี่ทำให้เกิดความคิดว่ามันจะต้องหนักมากจนเคลื่อนย้ายลำบาก โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารที่ไม่มีลิฟต์
ความเป็นจริง: แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าจะมีน้ำหนักมากกว่าจักรยานทั่วไปเนื่องจากส่วนประกอบเพิ่มเติม แต่ตลาดในปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน น้ำหนักไม่ใช่ปัญหาที่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปหากเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน
น้ำหนักของจักรยานไฟฟ้าโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ 13.6 กิโลกรัม ถึง 45.4 กิโลกรัม ซึ่งความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและวัสดุของจักรยาน:
- จักรยานไฟฟ้าพับได้ (Folding E-Bikes): เป็นประเภทที่มีน้ำหนักเบาที่สุด ออกแบบมาเพื่อการพกพาโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะ หรือมีพื้นที่จัดเก็บจำกัด บางรุ่นมีน้ำหนักไม่ถึง 15 กิโลกรัม ซึ่งง่ายต่อการยกและเคลื่อนย้าย
- จักรยานไฟฟ้าสำหรับในเมือง (Urban/Commuter E-Bikes): มีน้ำหนักอยู่ในระดับกลางๆ โดยเน้นที่ความสบายและฟังก์ชันการใช้งาน มักมีน้ำหนักประมาณ 20-28 กิโลกรัม ซึ่งยังคงจัดการได้ไม่ยากสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- จักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า (E-Mountain Bikes): เป็นประเภทที่มีน้ำหนักมากที่สุด เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน แบตเตอรี่ความจุสูง และมอเตอร์กำลังแรงเพื่อรับมือกับเส้นทางวิบาก น้ำหนักอาจสูงถึง 25-30 กิโลกรัมขึ้นไป
นอกจากนี้ หากแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังสามารถปั่นแบบปกติได้ แม้อาจจะรู้สึกหนืดกว่าจักรยานทั่วไปเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้หนักเหมือน “เข็นครกขึ้นภูเขา” อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด และด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นได้น้อยลงมาก
ความเชื่อที่ 3: การดูแลรักษายุ่งยากและเสียบ่อย
ความกังวลเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนทำให้หลายคนเชื่อว่าการดูแลรักษาจักรยานไฟฟ้าเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น และมีโอกาสเสียได้ง่ายกว่าจักรยานธรรมดา
ความเป็นจริง: การบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้ามีพื้นฐานที่ไม่แตกต่างจากจักรยานทั่วไปมากนัก ผู้ใช้สามารถดูแลรักษาเบื้องต้นได้ด้วยตนเองเพื่อยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาจุกจิก
การดูแลหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของจักรยานทั่วไป และส่วนของระบบไฟฟ้า:
- การดูแลส่วนจักรยานทั่วไป:
- ลมยาง: ตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ การเติมลมให้เหมาะสมจะช่วยให้ขี่ได้นุ่มนวลและประหยัดพลังงานแบตเตอรี่
- ระบบเบรก: ตรวจสอบผ้าเบรกและสายเบรกเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าระบบเบรกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- โซ่และระบบขับเคลื่อน: ทำความสะอาดและหล่อลื่นโซ่เป็นประจำเพื่อลดการสึกหรอและทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่น
- การดูแลส่วนระบบไฟฟ้า:
- แบตเตอรี่: นี่คือหัวใจของจักรยานไฟฟ้า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเกลี้ยงเป็นประจำ, ไม่ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนหากไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ, และเก็บแบตเตอรี่ในที่แห้งและอุณหภูมิเหมาะสม
- มอเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: ระบบเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิด (Sealed unit) และทนทานต่อสภาพอากาศระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าที่ตัวมอเตอร์หรือหน้าจอโดยตรง การทำความสะอาดควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดก็เพียงพอ
สำหรับคำถามที่ว่า “ขี่ลุยฝนได้ไหม?” คำตอบคือ จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ (Water-resistant) ในระดับที่สามารถขี่ผ่านฝนปรอยๆ หรือแอ่งน้ำเล็กๆ ได้ แต่ไม่ใช่กันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ (Waterproof) ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการขี่ลุยฝนตกหนักเป็นเวลานาน หรือจอดตากฝนทิ้งไว้ และหลังจากการขี่ลุยฝนควรเช็ดทำความสะอาดให้แห้งเสมอเพื่อป้องกันความชื้นสะสม
ความเชื่อที่ 4: จักรยานไฟฟ้าอันตรายเพราะความเร็วสูง
ความสามารถในการทำความเร็วได้สูงกว่าจักรยานทั่วไปทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้ทางคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เช่น จำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือไม่
ความเป็นจริง: ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วสูงสุดของยานพาหนะเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ทั้งทักษะและพฤติกรรมของผู้ขับขี่, การปฏิบัติตามกฎจราจร, และคุณภาพของตัวจักรยาน
- การควบคุมอยู่ในมือผู้ขี่: แม้ว่า E-Bike จะมีมอเตอร์ช่วย แต่ผู้ขี่ยังคงเป็นผู้ควบคุมความเร็วทั้งหมด ระบบช่วยปั่นส่วนใหญ่จะทำงานเมื่อมีการออกแรงปั่นเท่านั้น และผู้ขี่สามารถเลือกระดับความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสภาพการจราจรและความเร็วที่ต้องการได้
- อุปกรณ์ป้องกันและความพร้อม: การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการใช้สัญญาณไฟในเวลากลางคืน และการตรวจสอบสภาพจักรยาน (เบรก, ยาง, ไฟ) ก่อนใช้งานทุกครั้ง
- กฎหมายและข้อบังคับ: สำหรับประเทศไทย ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 จักรยานที่ใช้กำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าช่วยขับเคลื่อน หากมีกำลังไม่เกินที่กฎหมายกำหนดและมีความเร็วไม่เกินอัตราที่กำหนด จะไม่ถือว่าเป็น “รถ” ที่ต้องจดทะเบียนหรือต้องใช้ใบขับขี่ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานควรศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป
- ความเร็วที่เหมาะสม: การขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรชะลอความเร็วในบริเวณที่มีคนพลุกพล่านหรือทางแยก และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ความเชื่อที่ 5: มีแต่สินค้าราคาถูก คุณภาพต่ำ และเสี่ยงโดนหลอก
การมีสินค้าที่ไม่มีแบรนด์และราคาถูกมากในตลาดออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากกังวลว่าจะได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน และอาจเป็นอันตรายในการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า
ความเป็นจริง: ตลาดจักรยานไฟฟ้ามีความหลากหลายสูง มีตั้งแต่สินค้าราคาประหยัดไปจนถึงแบรนด์ระดับไฮเอนด์ การเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดและพิจารณาส่วนประกอบสำคัญจะช่วยให้ได้จักรยานไฟฟ้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย
ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ:
- เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ: ควรเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือร้านค้าที่มีชื่อเสียง มีที่ตั้งชัดเจน และมีการรับประกันสินค้าที่โปร่งใส การซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าของแท้และบริการหลังการขายที่ดี
- ตรวจสอบคุณภาพแบตเตอรี่: แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่แพงและสำคัญที่สุด ควรเลือกใช้แบตเตอรี่จากผู้ผลิตเซลล์ที่มีชื่อเสียง เช่น Samsung, LG, Panasonic ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูงกว่าแบตเตอรี่ที่ไม่ระบุที่มา
- พิจารณาระบบมอเตอร์: มอเตอร์มี 2 ประเภทหลักคือ Hub Motor (ติดตั้งที่ดุมล้อ) และ Mid-drive Motor (ติดตั้งบริเวณแกนบันได) ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน Mid-drive มักให้ประสบการณ์การขี่ที่เป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพในการขึ้นทางชันที่ดีกว่า แต่ก็มีราคาสูงกว่า
- โครงสร้างและระบบเบรก: ตรวจสอบวัสดุของเฟรม (อลูมิเนียม, คาร์บอนไฟเบอร์) และคุณภาพของระบบเบรก ควรเลือกระบบเบรกแบบดิสก์เบรก (Disc Brakes) ซึ่งให้กำลังในการหยุดที่ดีกว่า โดยเฉพาะในสภาพถนนเปียก
- การรับประกันและบริการหลังการขาย: ตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันของส่วนประกอบต่างๆ โดยเฉพาะเฟรม, มอเตอร์, และแบตเตอรี่ ร้านค้าที่ดีควรมีบริการซ่อมบำรุงและอะไหล่รองรับ
การลงทุนในจักรยานไฟฟ้าที่มีคุณภาพจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ แม้จะมีราคาสูงกว่า แต่ก็เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและประสบการณ์การใช้งานที่ดีในระยะยาว
ตารางเปรียบเทียบ: ความเชื่อและความจริงเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
| ความเชื่อผิดๆ (Myth) | ความเป็นจริง (Reality) |
|---|---|
| ไม่เหมาะกับการใช้งานจริง | เทคโนโลยีล้ำสมัยทำให้มีประสิทธิภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้จริง |
| มีน้ำหนักมากเกินไป | มีหลายประเภทและน้ำหนักแตกต่างกัน (13.6 – 45.4 กก.) สามารถเลือกรุ่นที่เบาและพกพาสะดวกได้ |
| บำรุงรักษายาก | การดูแลไม่ต่างจากจักรยานทั่วไปมากนัก เน้นการดูแลแบตเตอรี่และหลีกเลี่ยงความชื้น |
| อันตรายเพราะความเร็วสูง | ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการขับขี่อย่างรับผิดชอบ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน และการเคารพกฎจราจร |
| มีแต่ของคุณภาพต่ำ | ตลาดมีสินค้าหลากหลายเกรด ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด |
บทสรุป: ก้าวข้ามความเข้าใจผิดสู่การเดินทางที่ยั่งยืน
การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงช่วยให้เราสามารถมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของจักรยานไฟฟ้าได้ ความเชื่อผิดๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเกิดจากข้อมูลที่ล้าสมัยหรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จักรยานไฟฟ้าในปัจจุบันเป็นยานพาหนะที่ผ่านการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นทางเลือกที่สะดวก ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว การเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าไม่เพียงแต่เป็นการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ยังเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมเมืองที่น่าอยู่และการเดินทางที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จักรยานไฟฟ้าคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike รุ่นต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมให้คำปรึกษาและบริการอย่างมืออาชีพ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
