แบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่: ชาร์จไวขึ้น วิ่งไกลกว่าเดิม
- ภาพรวมเทคโนโลยีแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- เจาะลึกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ E-Bike ที่สำคัญในปัจจุบัน
- การเปรียบเทียบคุณสมบัติแบตเตอรี่ Li-ion และ LFP
- นวัตกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนแบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่
- ทิศทางอนาคตของเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike
- ภาพสะท้อนตลาด E-Bike ในประเทศไทย
- แนวทางการดูแลรักษาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- บทสรุปและทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า
เทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งได้ส่งผลให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านความเร็วในการชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้ไกลขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานและกระตุ้นการเติบโตของตลาด E-Bike ทั่วโลก
ภาพรวมเทคโนโลยีแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- การชาร์จที่รวดเร็ว: เทคโนโลยีใหม่ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ลงอย่างมาก โดยบางรุ่นสามารถชาร์จถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง
- ระยะทางที่ไกลขึ้น: การพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น ทำให้ E-Bike รุ่นใหม่สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร และบางรุ่นอาจไปถึง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ความปลอดภัยและทนทาน: ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ทันสมัยและมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับสูง (IP67) ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
- นวัตกรรมแห่งอนาคต: การวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ชนิดใหม่ เช่น Solid-State และ Graphene กำลังจะเข้ามาปฏิวัติวงการ ทำให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง ปลอดภัยขึ้น และมีความจุสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
การมาถึงของ แบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่: ชาร์จไวขึ้น วิ่งไกลกว่าเดิม ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผู้ใช้เคยประสบ แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการเดินทางที่สะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังผลักดันให้จักรยานไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันสำหรับผู้คนจำนวนมากทั่วโลก
บทความนี้จะสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียด ตั้งแต่เทคโนโลยีหลักที่ใช้ในปัจจุบันไปจนถึงนวัตกรรมแห่งอนาคตที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการ รวมถึงภาพรวมของตลาดในประเทศไทย และแนวทางการดูแลรักษาเพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด
เจาะลึกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ E-Bike ที่สำคัญในปัจจุบัน
หัวใจของจักรยานไฟฟ้าทุกคันคือแบตเตอรี่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อน ปัจจุบัน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอุตสาหกรรม E-Bike คือแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion): มาตรฐานหลักของวงการ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นเทคโนโลยีที่แพร่หลายที่สุดในตลาด E-Bike ด้วยเหตุผลหลักคือความสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างคุณสมบัติต่างๆ จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ที่สูง ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่สามารถเก็บพลังงานได้ในปริมาณมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักและขนาด ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ E-Bike ที่มีน้ำหนักเบาและมีระยะทางวิ่งที่น่าพอใจได้
นอกจากนี้ แบตเตอรี่ Li-ion ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทั่วไปสามารถรองรับรอบการชาร์จเต็ม (Full Charge Cycle) ได้ประมาณ 500 ถึง 1,000 รอบ ก่อนที่ความจุจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปเป็นเวลาหลายปี (ประมาณ 3-5 ปี) เซลล์แบตเตอรี่คุณภาพสูงจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง เช่น Samsung หรือ Panasonic มักถูกนำมาใช้ใน E-Bike ระดับพรีเมียม เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงสุด
แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP): ทางเลือกที่เน้นความทนทาน
แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate หรือ LiFePO4) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจาก Li-ion อย่างชัดเจน ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของ LFP คือความปลอดภัยที่เหนือกว่า เนื่องจากโครงสร้างทางเคมีมีความเสถียรสูง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงเกินไปหรือการลุกไหม้ (Thermal Runaway) น้อยกว่ามาก
นอกจากความปลอดภัยแล้ว แบตเตอรี่ LFP ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถทนทานต่อรอบการชาร์จได้ถึง 1,000-2,000 รอบ หรือมากกว่านั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ข้อด้อยของ LFP คือมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำกว่า Li-ion ส่งผลให้แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าเมื่อมีความจุเท่ากัน จึงมักพบใน E-Bike ที่ไม่ได้เน้นเรื่องน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
การเปรียบเทียบคุณสมบัติแบตเตอรี่ Li-ion และ LFP
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทั้งสองชนิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปคุณสมบัติที่สำคัญได้ดังตารางต่อไปนี้
| คุณสมบัติ | ลิเธียมไอออน (Li-ion) | ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) |
|---|---|---|
| ความหนาแน่นพลังงาน | สูง (น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก) | ปานกลาง (น้ำหนักมากกว่า ขนาดใหญ่กว่า) |
| อายุการใช้งาน (รอบชาร์จ) | 500 – 1,000 รอบ | 1,000 – 2,000+ รอบ |
| ความปลอดภัย | ดี (ต้องมีระบบ BMS ที่ดี) | ยอดเยี่ยม (เสถียรภาพทางเคมีสูง) |
| ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ | ปานกลาง | ดี |
| ต้นทุน | สูงกว่า | ต่ำกว่า (ในระยะยาว) |
| การใช้งานหลัก | E-Bike ที่เน้นประสิทธิภาพสูงและน้ำหนักเบา | E-Bike ที่เน้นความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน |
นวัตกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนแบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่
การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ชนิดของเซลล์ แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมอีกหลายด้านที่ทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน E-Bike ให้ดียิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เทคโนโลยีการชาร์จเร็ว (Fast Charging)
หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของยานพาหนะไฟฟ้าในอดีตคือระยะเวลาในการชาร์จที่ยาวนาน แต่ปัญหานี้กำลังจะหมดไป ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จเร็วที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แบตเตอรี่ E-Bike รุ่นใหม่ๆ ในปี 2025 มาพร้อมกับความสามารถในการรับกระแสไฟที่สูงขึ้น ประกอบกับที่ชาร์จ (Charger) ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถลดเวลาการชาร์จลงได้อย่างมาก
แบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่บางรุ่น สามารถชาร์จพลังงานจาก 0% ถึง 80% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวให้กับผู้ใช้งาน สามารถแวะชาร์จระหว่างวันและเดินทางต่อได้อย่างรวดเร็ว
การเพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ
“Range Anxiety” หรือความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ แต่ด้วยการพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ให้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ (วัดในหน่วยวัตต์-ชั่วโมง หรือ Wh) ได้โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดหรือน้ำหนักมากนัก E-Bike ในปัจจุบันที่ใช้แบตเตอรี่แรงดัน 48V ถึง 52V สามารถทำระยะทางได้เฉลี่ย 64-96 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น E-Bike รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวในปี 2025 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ที่น่าทึ่ง โดยบางรุ่นสามารถทำระยะทางได้สูงสุดถึง 200 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดด้านระยะทางและทำให้ E-Bike กลายเป็นยานพาหนะที่สามารถใช้งานสำหรับการเดินทางไกลได้จริง
ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS)
ระบบจัดการแบตเตอรี่ หรือ Battery Management System (BMS) คือสมองกลที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของแบตเตอรี่ทั้งหมด BMS ในยุคใหม่มีความซับซ้อนและชาญฉลาดมากขึ้น ทำหน้าที่สำคัญหลายประการ เช่น
- การป้องกัน: ป้องกันการชาร์จไฟเกิน (Overcharging), การคายประจุมากเกินไป (Over-discharging), และการลัดวงจร (Short Circuit) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายได้
- การปรับสมดุลเซลล์ (Cell Balancing): ตรวจสอบและปรับแรงดันไฟฟ้าของเซลล์แบตเตอรี่แต่ละเซลล์ให้ใกล้เคียงกัน เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน
- การตรวจสอบอุณหภูมิ: ติดตามอุณหภูมิของแบตเตอรี่และตัดการทำงานหากมีความร้อนสูงเกินไป เพื่อป้องกันความเสียหาย
- การสื่อสารข้อมูล: ส่งข้อมูลสถานะต่างๆ ของแบตเตอรี่ เช่น เปอร์เซ็นต์คงเหลือ, จำนวนรอบการชาร์จ ไปยังหน้าจอแสดงผลหรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
มาตรฐานการป้องกันสภาพอากาศ (IP Rating)
เพื่อให้ E-Bike สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศ แบตเตอรี่ยุคใหม่จึงถูกออกแบบมาพร้อมกับมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับสูง โดยส่วนใหญ่มักจะผ่านมาตรฐาน IP67 ซึ่งหมายความว่าตัวแบตเตอรี่สามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์และสามารถจมน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร ได้เป็นเวลา 30 นาที คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถขับขี่ท่ามกลางสายฝนหรือในเส้นทางที่มีฝุ่นมากได้อย่างไร้กังวล
การออกแบบเพื่อการใช้งานที่คล่องตัว
นอกเหนือจากประสิทธิภาพแล้ว การออกแบบแบตเตอรี่ยังได้รับการปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงมากขึ้น E-Bike จำนวนมากในปัจจุบันมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกมาชาร์จแยกจากตัวรถได้ ทำให้สะดวกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบแบตเตอรี่แบบโมดูลาร์ (Modular Design) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพกพาแบตเตอรี่สำรองและสับเปลี่ยนระหว่างการเดินทางไกลได้อย่างง่ายดาย
ทิศทางอนาคตของเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike
แม้ว่าเทคโนโลยีลิเธียมไอออนในปัจจุบันจะก้าวหน้าไปมาก แต่วงการวิจัยและพัฒนาก็ยังคงเดินหน้าค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery)
แบตเตอรี่โซลิดสเตตคือหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในวงการรถไฟฟ้า EV ความแตกต่างที่สำคัญคือการใช้อิเล็กโทรไลต์ (สารนำไอออน) ที่เป็นของแข็ง แทนของเหลวที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลดีหลายประการ:
- ความปลอดภัยสูงขึ้น: การไม่มีอิเล็กโทรไลต์เหลวที่ติดไฟได้ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ลดลงอย่างมาก
- ความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น: สามารถเก็บพลังงานได้มากกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในขนาดและน้ำหนักที่เท่ากัน ซึ่งหมายถึงระยะทางที่ไกลขึ้น
- อายุการใช้งานยาวนานขึ้น: มีความทนทานต่อการเสื่อมสภาพจากการชาร์จซ้ำๆ ได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำมาใช้งานจริงและยังมีต้นทุนการผลิตที่สูง แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นการนำมาใช้ใน E-Bike และยานพาหนะไฟฟ้าอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้
ศักยภาพของกราฟีน (Graphene) ในแบตเตอรี่
กราฟีนเป็นวัสดุอัศจรรย์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายด้าน ทั้งความแข็งแกร่ง การนำไฟฟ้า และน้ำหนักที่เบามาก นักวิจัยกำลังศึกษาการนำกราฟีนมาประยุกต์ใช้ในแบตเตอรี่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น การนำกราฟีนมาผสมในขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความเร็วในการชาร์จและคายประจุ หรือการใช้เป็นสารเคลือบเพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ แม้จะยังอยู่ในขั้นทดลองเป็นส่วนใหญ่ แต่ Graphene Battery ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของแหล่งเก็บพลังงาน
ภาพสะท้อนตลาด E-Bike ในประเทศไทย
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ได้ส่งผลโดยตรงต่อตลาด E-Bike ในประเทศไทยเช่นกัน ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มให้ความสนใจจักรยานไฟฟ้าสมรรถนะสูงมากขึ้น ทำให้มีผู้ผลิตนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ EV Bike รุ่นใหม่อย่าง ZEEHO AE8 หรือ NIU NQi GTS ซึ่งมาพร้อมกับมอเตอร์กำลังสูงและแบตเตอรี่ที่สามารถทำระยะทางได้ประมาณ 70-100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและเดินทางระยะสั้น
นอกจากนี้ E-Bike รุ่นใหม่ๆ ในไทยยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่, ตำแหน่งของรถ, และตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ตลาด E-Bike กำลังมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นและตอบสนองไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้ใช้งานในปัจจุบัน
แนวทางการดูแลรักษาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
แม้ว่าแบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่จะมีความทนทานสูง แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด โดยทั่วไปแล้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี หรือคิดเป็น 800-1,000 รอบการชาร์จเต็ม
ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญคือการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยที่ชาร์จที่เหมาะสมและมีมาตรฐาน หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% บ่อยครั้ง และไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำจนเกินไป การชาร์จในช่วงกระแสไฟที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาแบตเตอรี่บวมและเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตจะช่วยให้แบตเตอรี่ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปอีกหลายปี
บทสรุปและทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า
สรุปได้ว่า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ E-Bike ยุคใหม่: ชาร์จไวขึ้น วิ่งไกลกว่าเดิม ได้มาถึงจุดที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างครอบคลุม ด้วยนวัตกรรมการชาร์จเร็วที่ช่วยประหยัดเวลา, ระยะทางที่ไกลขึ้นจนสามารถใช้งานเดินทางข้ามเมืองได้, ระบบจัดการที่ปลอดภัยและชาญฉลาด, และความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ทำให้จักรยานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงของเล่นอีกต่อไป แต่เป็นยานพาหนะทางเลือกที่ใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่กำลังจะมาถึงในอนาคต เช่น แบตเตอรี่โซลิดสเตต ยิ่งตอกย้ำว่าศักยภาพของ E-Bike นั้นยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปจนถึง E-bike สมรรถนะสูง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับได้ที่ร้าน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
