เทรนด์ใหม่! เมื่อ E-Bike อาจเปลี่ยนระยะทางเป็น Carbon Credit
- ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
- ขับขี่อย่างยั่งยืน: เมื่อทุกกิโลเมตรมีค่ามากกว่าที่เคย
- ทำความเข้าใจ Carbon Credit: สินทรัพย์จากอากาศบริสุทธิ์
- REVERLUTION: โครงการนำร่องที่เปลี่ยนเกม EV ในไทย
- จากรถยนต์สี่ล้อสู่สองล้อไฟฟ้า: ศักยภาพของ E-Bike ในตลาด Carbon Credit
- แอปพลิเคชันสะสมแต้มลดโลกร้อน: กลไกขับเคลื่อน Green Commute
- บทสรุป: ก้าวต่อไปของการเดินทางเพื่อความยั่งยืน
- เริ่มต้นการเดินทางเพื่อสิ่งแวดล้อมวันนี้
ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้ากำลังก่อตัวขึ้น เมื่อแนวคิด เทรนด์ใหม่! เมื่อ E-Bike อาจเปลี่ยนระยะทางเป็น Carbon Credit เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรมมากขึ้นในประเทศไทย การเดินทางที่ไม่ปล่อยมลพิษไม่ได้เป็นเพียงการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ยังสามารถสร้างมูลค่ากลับคืนมาสู่ผู้ใช้งานในรูปแบบของสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ ซึ่งโมเดลนี้ได้เริ่มต้นแล้วกับรถยนต์ไฟฟ้าและมีแนวโน้มที่จะขยายสู่จักรยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
- การเปลี่ยนระยะทางเป็นเครดิต: โครงการนำร่องในประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยอนุญาตให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนระยะทางการขับขี่เป็น Carbon Credit เพื่อแลกรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ
- ความหมายของ Carbon Credit: Carbon Credit คือหน่วยวัดที่ใช้แทนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดการปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ ซึ่งสามารถนำไปซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้
- ศักยภาพของ E-Bike: แม้ปัจจุบันโครงการจะเน้นที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานและกลไกการรับรองของภาครัฐ เช่น โครงการ T-VER มีความพร้อมที่จะขยายการรับรองไปยังยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่น รวมถึงจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike)
- อนาคตในปี 2026-2027: ช่วงเวลาดังกล่าวคาดว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่โมเดล “Green Credits” อาจถูกนำมาปรับใช้อย่างแพร่หลายกับ E-Bike ในไทย สร้างแรงจูงใจใหม่ให้ผู้คนหันมาใช้การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ขับขี่อย่างยั่งยืน: เมื่อทุกกิโลเมตรมีค่ามากกว่าที่เคย
แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นผลตอบแทนที่จับต้องได้กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก สำหรับประเทศไทย กระแสการตื่นตัวด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะในภาคการขนส่งซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ การเกิดขึ้นของโมเดลที่ให้ผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สามารถสะสมระยะทางเพื่อแลกเป็น Carbon Credit ถือเป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงพฤติกรรมส่วนบุคคลเข้ากับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศระดับประเทศและระดับโลก
ความสำคัญของเทรนด์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างแรงจูงใจทางการเงิน แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทุกครั้งที่เลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าแทนรถยนต์สันดาปภายใน ผู้ใช้งานไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังกำลัง “ผลิต” สินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตลาดคาร์บอน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวให้เติบโตต่อไป
ทำความเข้าใจ Carbon Credit: สินทรัพย์จากอากาศบริสุทธิ์
ก่อนจะเจาะลึกถึงศักยภาพของ E-Bike สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่า Carbon Credit คืออะไร และทำงานอย่างไรในบริบทนี้ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
Carbon Credit คืออะไร?
Carbon Credit คือ ใบรับรองหรือสิทธิที่สามารถซื้อขายได้ ซึ่งเป็นตัวแทนของสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่กำหนด โดยทั่วไปแล้ว 1 Carbon Credit จะมีค่าเท่ากับการลดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) หรือก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าปริมาณ 1 ตัน (tCO2e) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ
แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้องค์กรหรือโครงการต่างๆ ลดการปล่อยมลพิษ หากองค์กรใดสามารถดำเนินงานโดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้รับเครดิตส่วนต่างนั้น ซึ่งสามารถนำไปขายให้กับองค์กรอื่นที่ปล่อยเกินเกณฑ์ได้ ทำให้การลดมลพิษกลายเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้
กลไกการทำงานในภาคสมัครใจ
ในกรณีของการนำมาปรับใช้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไป จะอยู่ในรูปแบบของ “ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ” (Voluntary Carbon Market) ซึ่งไม่ได้ถูกบังคับโดยกฎหมาย แต่เป็นการสร้างโครงการขึ้นมาเพื่อส่งเสริมกิจกรรมลดโลกร้อน โดยมีหลักการทำงานดังนี้:
- การดำเนินกิจกรรม: ผู้ใช้งานเลือกขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าหรือ E-Bike แทนรถที่ใช้น้ำมัน ซึ่งเป็นการ “หลีกเลี่ยง” การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การรวบรวมข้อมูล: แพลตฟอร์มหรือผู้พัฒนาโครงการจะรวบรวมข้อมูลระยะทางการขับขี่จากยานพาหนะของผู้เข้าร่วม
- การคำนวณและรับรอง: ข้อมูลระยะทางจะถูกนำไปคำนวณตามหลักการและระเบียบวิธีที่ได้รับการยอมรับจากมาตรฐานสากล (เช่น Verra) หรือมาตรฐานระดับประเทศ (เช่น T-VER) เพื่อแปลงเป็นปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก และออกเป็น Carbon Credit
- การสร้างมูลค่า: ผู้พัฒนาโครงการจะนำ Carbon Credit ที่รวบรวมได้ไปจำหน่ายในตลาดคาร์บอน และนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมามอบเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานที่เข้าร่วมโครงการ
การเปลี่ยนระยะทางการขับขี่ EV ให้เป็น Carbon Credit จึงเปรียบเสมือนการแปลง “พฤติกรรมรักษ์โลก” ของแต่ละบุคคล ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ที่มีมูลค่าและสามารถแลกเปลี่ยนได้
REVERLUTION: โครงการนำร่องที่เปลี่ยนเกม EV ในไทย
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดและเป็นผู้บุกเบิกเทรนด์นี้ในประเทศไทย คือโครงการ REVERLUTION ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง BYD และ Rever Automotive โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถนำระยะทางการขับขี่มาแลกเป็น Carbon Credit ได้อย่างเป็นระบบ
พลิกไมล์สะสมสู่เครดิตที่จับต้องได้
โครงการ REVERLUTION ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า จากเดิมที่ประโยชน์หลักคือการประหยัดค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษา ไปสู่การเป็นผู้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถวัดผลและได้รับผลตอบแทนกลับคืนมา หัวใจของโครงการคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลการขับขี่จากรถยนต์ของผู้ใช้ เข้ากับกระบวนการคำนวณและรับรอง Carbon Credit ตามมาตรฐานสากลอย่าง Verra ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
ขั้นตอนการเข้าร่วมและประโยชน์ที่ได้รับ
กระบวนการสำหรับผู้ใช้รถยนต์ BYD ในประเทศไทยถูกออกแบบมาให้ง่ายและเข้าถึงได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
- การสมัครเข้าร่วม: เจ้าของรถยนต์ BYD ทุกรุ่นสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน REVER หรือ REVERSHARGER โดยต้องให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลการขับขี่
- การสะสมระยะทาง: ระบบจะทำการรวบรวมข้อมูลระยะทาง (ไมล์) ที่ขับขี่โดยอัตโนมัติจากตัวรถ
- การคำนวณและแปลงค่า: แพลตฟอร์มจะนำข้อมูลระยะทางไปคำนวณเป็นอัตราการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานที่กำหนด และประเมินอัตราแลกเปลี่ยนเป็น Carbon Credit ที่ดีที่สุด ณ เวลานั้น
- การรับเครดิตและใช้สิทธิ: หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติ ผู้ใช้งานจะได้รับ Carbon Credit เข้าสู่บัญชีในแอปพลิเคชัน ซึ่งสามารถตรวจสอบสถานะและนำไปใช้แลกเป็นส่วนลดค่าบริการต่างๆ เช่น ค่าชาร์จไฟฟ้ากับเครือข่าย REVERSHARGER รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์โดยตรงให้กับผู้ขับขี่ แต่ยังเป็นต้นแบบที่พิสูจน์ให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับผลประโยชน์ของผู้บริโภคสามารถเกิดขึ้นได้จริง และมีศักยภาพที่จะขยายผลไปยังยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ต่อไป
จากรถยนต์สี่ล้อสู่สองล้อไฟฟ้า: ศักยภาพของ E-Bike ในตลาด Carbon Credit
แม้ว่าปัจจุบันโครงการที่เด่นชัดที่สุดจะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า แต่แนวโน้มและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า จักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คือเป้าหมายถัดไปที่มีศักยภาพสูงในการนำโมเดลนี้มาปรับใช้
โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ: T-VER
ประเทศไทยมีโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ซึ่งบริหารจัดการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งโครงการ T-VER ได้มีการพัฒนาระเบียบวิธี (Methodology) สำหรับการคำนวณคาร์บอนเครดิตจากการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าไว้อยู่แล้ว
ระเบียบวิธีดังกล่าวครอบคลุมการคำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จาก 2 แนวทางหลัก คือ:
- คำนวณจากระยะทางการขับขี่: ใช้สูตรคำนวณ เช่น
BEy = ∑ EFBL,km.i × DDi,y × Ni,y × 10^{-6}ซึ่งพิจารณาจากค่าแฟคเตอร์การปล่อยมลพิษของรถยนต์พื้นฐาน, ระยะทางที่ขับขี่ต่อปี และจำนวนยานพาหนะไฟฟ้า - คำนวณจากปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ: พิจารณาจากปริมาณพลังงานไฟฟ้า (kWh) ที่ใช้ในการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า
ที่สำคัญคือกรอบการทำงานของ T-VER ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ดังจะเห็นได้จากกรณีของ “รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า” ที่สามารถเข้าร่วมโครงการและสร้าง T-VER Credit ได้สำเร็จมาแล้ว สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ากลไกภาครัฐมีความพร้อมและยืดหยุ่นพอที่จะรองรับการขยายผลมาสู่ E-Bike ในอนาคต หากมีผู้พัฒนาโครงการที่สนใจเข้ามาดำเนินการ
สัญญาณบวกจากภาคธุรกิจ
ในภาคเอกชนเองก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ แม้จะยังไม่ถึงขั้นการแลกเป็นเครดิตโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของ E-Bike ในการลดคาร์บอน เช่น ความร่วมมือระหว่างกรุงศรีและไทยฮอนด้า ในการนำจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda BENLY e: มาใช้ในกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้เป็นการปูทางและสร้างความคุ้นเคยให้กับตลาดว่า E-Bike เป็นเครื่องมือสำคัญในการเดินทางที่ยั่งยืน
ความท้าทายและแนวโน้มในอนาคต (2026-2027)
การจะทำให้โมเดลนี้เกิดขึ้นจริงกับ E-Bike ยังคงมีความท้าทายบางประการที่ต้องก้าวข้าม:
- การรวบรวมข้อมูล: E-Bike ส่วนใหญ่ในปัจจุบันอาจยังไม่มีระบบเชื่อมต่อ (Connectivity) ที่สามารถส่งข้อมูลระยะทางการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและอัตโนมัติเหมือนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันเสริมเพื่อแก้ปัญหานี้
- ความร่วมมือใน Ecosystem: จำเป็นต้องเกิดความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต E-Bike, ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน และหน่วยงานที่ปรึกษาด้าน Carbon Credit เพื่อสร้างโครงการที่สมบูรณ์
- ขนาดของโครงการ (Scale): การรวบรวมคาร์บอนเครดิตจากผู้ใช้รายย่อยจำนวนมากต้องอาศัยระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้คุ้มค่ากับการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงผลักดันจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งสู่เป้าหมายคาร์บอนต่ำภายในปี 2573 และการเติบโตของตลาด EV ในไทย ทำให้คาดการณ์ได้ว่าในช่วงปี 2026-2027 เราจะได้เห็นผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดนี้ และอาจมีโครงการสำหรับ E-Bike เปิดตัวขึ้นอย่างแน่นอน
| คุณสมบัติ | โมเดลรถยนต์ไฟฟ้า (โครงการ REVERLUTION) | โมเดลจักรยานยนต์ไฟฟ้า (ศักยภาพในอนาคต) |
|---|---|---|
| ยานพาหนะ | รถยนต์ไฟฟ้า BYD ทุกรุ่น | E-Bike, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เข้าร่วมโครงการ |
| แพลตฟอร์ม | แอปพลิเคชัน REVER/REVERSHARGER | แอปพลิเคชันเฉพาะที่พัฒนาโดยผู้ผลิตหรือพันธมิตร |
| การคำนวณเครดิต | อิงตามมาตรฐานสากล (Verra) โดยคำนวณจากระยะทางที่ขับขี่จริง | อาจอิงตามมาตรฐาน T-VER ของไทย หรือมาตรฐานสากล โดยคำนวณจากระยะทางหรือปริมาณการชาร์จ |
| สิทธิประโยชน์ | ส่วนลดค่าชาร์จไฟฟ้า, สิทธิพิเศษจากพันธมิตร | อาจเป็นส่วนลดค่าบริการ, แลกสินค้า/เครื่องดื่ม, ส่วนลดการบำรุงรักษา หรือผลตอบแทนทางการเงิน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้บริการแล้วในประเทศไทย | อยู่ในขั้นแนวคิดและมีศักยภาพสูง รอการพัฒนาโครงการที่เป็นรูปธรรม |
แอปพลิเคชันสะสมแต้มลดโลกร้อน: กลไกขับเคลื่อน Green Commute
หัวใจสำคัญที่จะทำให้เทรนด์นี้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ใช้ E-Bike คือการพัฒนา “แอปพลิเคชันสะสมแต้มลดโลกร้อน” ที่ใช้งานง่ายและให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจ แนวคิดนี้เป็นการนำหลักการ Gamification หรือการนำองค์ประกอบของเกมมาใช้เพื่อสร้างความสนุกสนานและแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ลองจินตนาการถึงแอปพลิเคชันที่สามารถ:
- ติดตามการเดินทาง: บันทึกทุกระยะทางที่คุณเดินทางด้วย E-Bike โดยอัตโนมัติ
- แสดงผลกระทบเชิงบวก: แสดงผลให้เห็นว่าการขับขี่ของคุณช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้เท่าไหร่เมื่อเทียบกับการใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
- แปลงเป็นคะแนนสะสม: ทุกกิโลเมตรที่ขับขี่จะถูกเปลี่ยนเป็น “Green Points” หรือ “Eco Coins”
- แลกของรางวัล: นำคะแนนที่สะสมไว้ไปแลกรับสิทธิประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น กาแฟฟรี, ส่วนลดร้านอาหาร, ตั๋วชมภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับ E-Bike
แอปพลิเคชันในลักษณะนี้จะทำให้ “Green Commute” หรือการเดินทางสีเขียว กลายเป็นกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ดีต่อโลก แต่ยังสนุกและคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้งานอีกด้วย เป็นการสร้างวงจรเชิงบวกที่กระตุ้นให้เกิดการใช้งาน E-Bike อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
บทสรุป: ก้าวต่อไปของการเดินทางเพื่อความยั่งยืน
เทรนด์ใหม่! เมื่อ E-Bike อาจเปลี่ยนระยะทางเป็น Carbon Credit ไม่ใช่เพียงจินตนาการอีกต่อไป แต่เป็นทิศทางแห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึง การถือกำเนิดของโครงการนำร่องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง และได้วางรากฐานสำคัญไว้แล้ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี, การยอมรับของผู้บริโภค และกรอบการทำงานของภาครัฐผ่านโครงการ T-VER
สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่เข้าถึงง่ายและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายถัดไปที่มีศักยภาพมหาศาลในการต่อยอดความสำเร็จนี้ การเปลี่ยนทุกกิโลเมตรของการเดินทางให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางในวงกว้าง นำพาสังคมไทยก้าวสู่เป้าหมายการขนส่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อนาคตของการเดินทางที่ทุกการขับขี่มีความหมายมากกว่าแค่การไปถึงจุดหมายกำลังรออยู่ข้างหน้า
เริ่มต้นการเดินทางเพื่อสิ่งแวดล้อมวันนี้
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงและมองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางในเมืองและนอกเมือง GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพสูงหลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถเข้ามาเลือกชมและทดลองขับขี่ได้ที่ร้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878

