เทรนด์ EV 2026: จับตานโยบายหนุน E-Bike ลดหย่อนภาษีได้?
- สรุปประเด็นสำคัญของนโยบาย EV ปี 2026
- ภาพรวมตลาด EV และ E-Bike ในประเทศไทยปี 2026
- นโยบายภาครัฐที่ขับเคลื่อนวงการ E-Bike สู่โอกาสใหม่
- เจาะลึกมาตรการลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุนสำหรับผู้ซื้อ E-Bike
- ความท้าทายและประเด็นที่ต้องจับตาในปี 2026
- ผู้เล่นหลักในตลาดและทิศทางในอนาคต
- สรุปและโอกาสในการเป็นเจ้าของ E-Bike กับ GIANT Shopping Mall
ปี 2026 นับเป็นปีที่น่าจับตามองสำหรับทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เทรนด์ EV 2026: จับตานโยบายหนุน E-Bike ลดหย่อนภาษีได้? ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง ภาครัฐได้ส่งสัญญาณชัดเจนในการผลักดันให้ยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อ หรือ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และรับมือกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิมผ่านนโยบายสนับสนุนต่างๆ
สรุปประเด็นสำคัญของนโยบาย EV ปี 2026
- มาตรการลดหย่อนภาษีครั้งใหญ่: ผู้ซื้อ E-Bike ส่วนบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 50,000 บาท ขณะที่ภาษีสรรพสามิตสำหรับ E-Bike ถูกปรับลดเหลือเพียง 1% ส่งผลให้ราคาจำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- เงินอุดหนุนและเงินคืนโดยตรง: ภาครัฐมีโครงการให้เงินคืน (Cashback) แก่ผู้ซื้อ E-Bike จำนวน 100,000 คันแรก เป็นจำนวน 5,000–10,000 บาทต่อคัน เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงแรก
- การเติบโตของตลาดแบบก้าวกระโดด: คาดการณ์ว่ายอดขาย E-Bike ในปี 2026 จะพุ่งสูงถึง 500,000 คัน เพิ่มขึ้น 150% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนรุ่นใหม่และธุรกิจเดลิเวอรี่
- สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ: ภาครัฐสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้า โดยให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีถึง 200% สำหรับการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ E-Bike
ภาพรวมตลาด EV และ E-Bike ในประเทศไทยปี 2026
ในปี 2026 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วภายใต้นโยบาย 30@30 ซึ่งตั้งเป้าให้มีการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเป็นสัดส่วน 30% ภายในปี 2030 ท่ามกลางกระแสดังกล่าว ยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อ โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ได้กลายเป็นดาวเด่นที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นทางออกที่ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านราคาที่เข้าถึงง่ายและความคล่องตัว
การเติบโตของ E-Bike ท่ามกลางกระแส EV
ข้อมูลจากสถาบันยานยนต์ไทยคาดการณ์ว่า ยอดขาย E-Bike ในปี 2026 อาจทะลุ 500,000 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 150% เมื่อเทียบกับปี 2025 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากปัญหาสภาพการจราจรที่แออัดในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ รวมถึงราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โมเดลที่ได้รับความนิยมในตลาดมีตั้งแต่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Yamaha และ Super Soco ไปจนถึงแบรนด์ท้องถิ่นที่ผลิตโดยกลุ่มบริษัทชั้นนำของไทย โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000–50,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าขนาดเล็ก (e-commerce delivery)
บริบทตลาด EV ในวงกว้างและเป้าหมายระดับภูมิภาค
หากพิจารณาภาพรวมของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด (รวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์) คาดว่าจะมียอดขายรวมกว่า 200,000 คันในปี 2026 โดย E-Bike จะมีสัดส่วนคิดเป็น 25% ของยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่สูงมาก การเติบโตนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน (ASEAN EV Hub) ของประเทศไทย โดยมีการส่งเสริมการนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่จากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง BYD และ CATL จากประเทศจีน ควบคู่ไปกับการสร้างฐานการประกอบในประเทศ เช่น โครงการ EV Hub ของกลุ่ม ปตท. ในจังหวัดระยอง เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
นโยบายภาครัฐที่ขับเคลื่อนวงการ E-Bike สู่โอกาสใหม่
รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่ม E-Bike ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ นโยบายเหล่านี้ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการลงทุน การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สิทธิประโยชน์จาก BOI และแผน EV 3.0+
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ขยายมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้นโยบาย BOI 2.0 โดยผู้ผลิต E-Bike ที่มีการลงทุนมากกว่า 300 ล้านบาท จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี, การยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและแบตเตอรี่ พร้อมทั้งเงินอุดหนุนค่าสาธารณูปโภค นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดให้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) 40% ภายในปี 2027 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมได้เปิดตัวแผน EV 3.0+ ในช่วงต้นปี 2026 โดยตั้งเป้าหมายอุดหนุนการซื้อ E-Bike จำนวน 100,000 คันภายในปีเดียวกัน พร้อมทั้งให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน (Swappable Battery) และระบบการชาร์จไฟอัจฉริยะ (Smart Charging)
การบูรณาการ E-Bike เข้ากับเมืองใหญ่และทางเลือกที่ชาญฉลาดจาก GIANT Shopping Mall
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เริ่มโครงการนำร่องสร้างเลนจักรยานสำหรับ E-Bike ใน 10 เขต และให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเรียกรถ (Ride-hailing) ที่เปลี่ยนมาใช้ E-Bike ในการให้บริการ เมื่อนโยบายภาครัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นนี้ คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ควรจะซื้อ E-Bike หรือไม่” แต่เป็น “ควรจะเลือกรุ่นไหนและซื้อที่ไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด” ซึ่งคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้คือ GIANT Shopping Mall
ในขณะที่ภาครัฐผลักดันการวิจัยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ที่ GIANT Shopping Mall ได้คัดสรรยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง ให้ระยะทางวิ่งที่ไกลกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และใช้เวลาในการชาร์จไฟน้อยลง เหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความรวดเร็วและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือการใช้งานในธุรกิจเดลิเวอรี่ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุดบนเลนจักรยานใหม่ๆ ทั่วกรุงเทพฯ การเลือก E-bike จากเราจึงเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและพร้อมใช้งานได้ทันที
ลงทุนครั้งเดียว คุ้มค่ายาวนาน! E-Bike จาก GIANT Shopping Mall ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือเครื่องมือสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดและราคาที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด
นโยบายลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุนจากภาครัฐคือโอกาสทองของผู้บริโภค แต่ GIANT Shopping Mall ทำให้โอกาสนั้นคุ้มค่าขึ้นไปอีกระดับ ด้วยราคาจำหน่ายที่แข่งขันได้และการนำเสนอสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทำให้เมื่อรวมกับส่วนลดจากภาครัฐแล้ว ต้นทุนการเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าจากเราจึงต่ำลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่นยอดนิยม (GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์สันดาป (ทั่วไป) |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น (โดยประมาณ) | 25,000 – 45,000 บาท | 50,000 – 70,000 บาท |
| ค่าใช้จ่ายพลังงาน (ต่อ 100 กม.) | ~10 บาท (ค่าไฟฟ้า) | ~80-100 บาท (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษา (ต่อปี) | ต่ำ (500 – 1,500 บาท) | สูง (3,000 – 5,000 บาท) |
| สิทธิประโยชน์ทางภาษี 2026 | ลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท | ไม่มี |
| เงินอุดหนุนจากรัฐบาล | รับเงินคืน 5,000 – 10,000 บาท | ไม่มี |
เจาะลึกมาตรการลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุนสำหรับผู้ซื้อ E-Bike
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เทรนด์ E-Bike ในปี 2026 น่าสนใจ คือมาตรการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระของผู้ซื้อและจูงใจให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย มาตรการเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเงินอุดหนุนโดยตรง
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ไม่ควรพลาด
สำหรับบุคคลทั่วไป กรมสรรพากรได้แก้ไขประมวลรัษฎากร มาตรา 65 C.2/2568 ให้ผู้ซื้อ E-Bike สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 50,000 บาท ซึ่งสำหรับผู้มีรายได้ในฐานภาษี 30% จะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 15,000 บาท
ในส่วนของผู้ประกอบการและนิติบุคคลที่ต้องการปรับเปลี่ยนกลุ่มยานพาหนะ (Fleet) มาเป็น E-Bike เพื่อใช้ในธุรกิจขนส่งหรือเดลิเวอรี่ สามารถนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 100,000 บาทต่อคัน นอกจากนี้ การลงทุนในยานพาหนะไฟฟ้ายังสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายได้ถึง 200% ซึ่งช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างมหาศาล และยังได้รับเครดิตอาคารสีเขียว (Green Building Credits) อีกด้วย
ส่วนลดและเงินคืนโดยตรงจากภาครัฐ
นอกเหนือจากมาตรการทางภาษีแล้ว รัฐบาลยังได้ออกมาตรการสนับสนุนเชิงรุกที่เห็นผลทันที ได้แก่:
- การปรับลดภาษีสรรพสามิต: มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 โดย E-Bike ที่มีขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 10 kWh จะเสียภาษีสรรพสามิตเพียง 1% จากเดิมที่ยานยนต์สองล้อทั่วไปเสียในอัตรา 5% การปรับลดนี้ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลงทันทีประมาณ 10-15%
- การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอากรนำเข้า: E-Bike ที่มีราคาต่ำกว่า 50,000 บาท สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 0%) และรุ่นที่นำเข้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนจะได้รับการยกเว้นอากรนำเข้าทั้งหมด
- โครงการเงินคืน (Subsidy Cashback): รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการเงินคืนแก่ผู้ซื้อ E-Bike 100,000 รายแรก โดยจะได้รับเงินคืนเข้าสู่แอปพลิเคชัน EV Rider Card เป็นจำนวน 5,000–10,000 บาทต่อคัน ซึ่งเป็นส่วนลดโดยตรงที่ช่วยให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
| รายการ | E-Bike (ราคา 35,000 บาท) | รถจักรยานยนต์ทั่วไป (ราคา 55,000 บาท) |
|---|---|---|
| ราคาตั้งต้น | 35,000 บาท | 55,000 บาท |
| ภาษีสรรพสามิต (โดยประมาณ) | 350 บาท (1%) | 2,750 บาท (5%) |
| เงินคืนจากรัฐบาล (สูงสุด) | -10,000 บาท | 0 บาท |
| ส่วนลดภาษีบุคคลธรรมดา (ฐาน 20%) | -7,000 บาท (35,000 x 20%) | 0 บาท |
| ราคาสุทธิหลังหักสิทธิประโยชน์ | 18,350 บาท | 57,750 บาท |
ความท้าทายและประเด็นที่ต้องจับตาในปี 2026
แม้ว่าแนวโน้มตลาดและนโยบายภาครัฐจะเอื้ออำนวยต่อการเติบโตของ E-Bike อย่างมาก แต่ยังคงมีความท้าทายและประเด็นที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชน
ความท้าทายสำคัญประการแรกคือการพึ่งพาการนำเข้าแบตเตอรี่จากประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านอุปทานขาดแคลนหากเกิดปัญหาระหว่างประเทศ แม้ว่าผู้ผลิตในประเทศอย่าง Energy Absolute (EA) จะกำลังเร่งขยายกำลังการผลิต แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ (Charging Station) ยังเป็นอีกหนึ่งช่องว่างสำคัญ ปัจจุบันมีสถานีชาร์จสาธารณะเพียงประมาณ 5,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณรถ EV ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กทม. ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จเป็น 20,000 แห่งภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
การแข่งขันในตลาดและกฎระเบียบที่ต้องรู้
การแข่งขันในตลาด E-Bike ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตจากจีน เช่น Xiaomi และ Segway ซึ่งนำเสนอสินค้าราคาถูก ทำให้ผู้ผลิตในประเทศต้องเผชิญกับแรงกดดัน อย่างไรก็ตาม นโยบายภาครัฐยังคงให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยมีการให้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมอีก 2,000 บาทสำหรับ E-Bike ที่มีสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศตามเกณฑ์
ด้านกฎระเบียบ ผู้ใช้จำเป็นต้องทราบว่า E-Bike ที่มีความเร็วเกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะถูกจัดประเภทเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่และสวมหมวกนิรภัยตามกฎหมาย ปัจจุบันยังคงมีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้นในปี 2025 เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจนสำหรับผู้ใช้งานทุกคน
ผู้เล่นหลักในตลาดและทิศทางในอนาคต
ตลาด E-Bike ในประเทศไทยปี 2026 ประกอบด้วยผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกไปจนถึงสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพ ซึ่งต่างแข่งขันกันเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ภาพรวมผู้ผลิตและแบรนด์ชั้นนำ
ผู้ผลิตรายสำคัญในตลาด ได้แก่ แบรนด์ญี่ปุ่นที่คุ้นเคยกันดีอย่าง Yamaha และ Honda ซึ่งได้เปิดตัวสายการผลิต EV Bike ในประเทศ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์จากจีนที่แข็งแกร่งอย่าง Yadea และ Niu ที่เข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทย เช่น EV Bike Public Co. ก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในตลาดเช่นกัน การมีผู้เล่นหลากหลายทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และราคา
การคาดการณ์และหมุดหมายสำคัญของตลาด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากนโยบายสนับสนุนยังคงดำเนินต่อไป ส่วนแบ่งการตลาดของ E-Bike ในกลุ่มยานยนต์สองล้อทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 15% ภายในปี 2027 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจ สำหรับหมุดหมายสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2026 คือการอนุมัติมาตรการส่งเสริมการส่งออก E-Bike จากคณะรัฐมนตรีในช่วงไตรมาสที่ 2 และการประชุมสุดยอด ASEAN EV Summit ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรม EV ไทยในระดับนานาชาติ
ในมุมมองของตลาดทุน นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำต่างแนะนำให้จับตาหุ้นในกลุ่มพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า เช่น EA และ GPSC ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของระบบนิเวศ EV ในประเทศ
สรุปและโอกาสในการเป็นเจ้าของ E-Bike กับ GIANT Shopping Mall
ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการยานยนต์ไทย ภาครัฐได้ปูทางไว้อย่างชัดเจนด้วยนโยบายลดหย่อนภาษี เงินอุดหนุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันให้ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกหลักในการเดินทาง นี่คือ “โอกาสทอง” ที่จะเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด พร้อมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพสูง ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การใช้งานเพื่อการพาณิชย์ หรือการขับขี่เพื่อสันทนาการ ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา และบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ ทำให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าของคุณเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุด
เตรียมตัวให้พร้อมรับเทรนด์แห่งอนาคตและสิทธิประโยชน์เต็มรูปแบบจากภาครัฐได้แล้ววันนี้ เลือกชมและทดลองขับขี่รุ่นที่ใช่สำหรับคุณได้ที่ GIANT Shopping Mall
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

