รัฐหนุน EV! ส่องมาตรการ E-Bike ปี 2026-27 ที่ต้องรู้
รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านนโยบายและมาตรการสนับสนุนต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็น รัฐหนุน EV! ส่องมาตรการ E-Bike ปี 2026-27 ที่ต้องรู้ ซึ่งเป็นที่จับตามองของผู้ที่สนใจในยานพาหนะพลังงานสะอาด ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและกลุ่มจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike การทำความเข้าใจในมาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการซื้อได้อย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับทิศทางของตลาดในอนาคต
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุน EV ทั้ง EV3 และ EV3.5 เพื่อกระตุ้นตลาดและดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
- อุตสาหกรรม EV ในไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนจากยอดจดทะเบียนและมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- กฎระเบียบใหม่สำหรับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2026 กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตและใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย
- การวางแผนซื้อ E-Bike ในช่วงปี 2026-2027 ควรพิจารณาทั้งมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและข้อบังคับใหม่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังทวีความสำคัญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การที่รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุน ผ่านการออกมาตรการต่างๆ ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สำหรับผู้บริโภค การติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการเหล่านี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องและสอดรับกับนโยบายในอนาคต
ภาพรวมมาตรการสนับสนุน EV ของรัฐบาลไทย
นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้งานในประเทศเพื่อลดมลพิษและสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ผ่านโครงการต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งเงินอุดหนุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาด EV
ทำความรู้จักโครงการ EV3 และ EV3.5
โครงการ EV3 และ EV3.5 คือมาตรการหลักที่รัฐบาลใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง มาตรการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ
หัวใจสำคัญของโครงการคือการสร้างแรงจูงใจในการผลิตเพื่อส่งออก โดยมีการให้เครดิตชดเชยการผลิตในอัตรา 1.5 เท่า สำหรับการผลิตที่เน้นการส่งออก ซึ่งหมายความว่าหากผู้ผลิตผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก 1 คัน จะได้รับการนับเครดิตเทียบเท่ากับการผลิต 1.5 คัน เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เพิ่มความเข้มข้นในการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อรักษาประสิทธิภาพของโครงการ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดรถยนต์โลก ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและรักษาโมเมนตัมการเติบโตของตลาดในประเทศ
การขยายระยะเวลาและเงื่อนไขสำคัญ
เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2025 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการขยายและปรับปรุงมาตรการสนับสนุนในโครงการ EV3 และ EV3.5 โดยมีการขยายกรอบระยะเวลาที่สำคัญออกไป เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีเวลามากขึ้นในการปรับตัวและเข้าร่วมโครงการ ซึ่งรายละเอียดการขยายเวลาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง
| โครงการ | กำหนดการสิ้นสุดการขาย (เดิม) | กำหนดการสิ้นสุดการขาย (ใหม่) | กำหนดการสิ้นสุดการจดทะเบียน (ใหม่) |
|---|---|---|---|
| EV3 | – | 31 ธันวาคม 2025 | 31 มกราคม 2026 |
| EV3.5 | 31 ธันวาคม 2026 | 31 ธันวาคม 2026 | 31 มกราคม 2027 |
การขยายกำหนดการจดทะเบียนออกไปอีกหนึ่งเดือนสำหรับทั้งสองโครงการ ช่วยลดแรงกดดันและอำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการซื้อขายและส่งมอบรถในช่วงปลายปี ซึ่งมักจะมีความต้องการสูง การปรับปรุงนี้จึงเป็นการตอบสนองต่อเสียงจากภาคอุตสาหกรรมและสร้างความยืดหยุ่นให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐได้ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในด้านการผลิต การลงทุน และการยอมรับของผู้บริโภค ตัวเลขต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของนโยบายและทิศทางที่สดใสของตลาด EV ในประเทศไทย
ตัวเลขการเติบโตและการลงทุนที่น่าจับตา
ผลจากการดำเนินมาตรการ EV3 และ EV3.5 ทำให้มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 10 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของตลาดไทย ตัวเลขการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มียานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนภายใต้โครงการ EV3 และ EV3.5 รวมทั้งสิ้น 209,623 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 175,064 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 34,559 คัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนในปี 2025 ที่เพิ่มขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ยังมาพร้อมกับการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท การลงทุนมหาศาลนี้ครอบคลุมตั้งแต่การตั้งโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ไปจนถึงการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์และยั่งยืน
กฎระเบียบใหม่สำหรับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าปี 2026
นอกเหนือจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างรถยนต์และรถกระบะแล้ว ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความปลอดภัยและมาตรฐานในการใช้งานบนท้องถนน โดยในปี 2026 จะมีการบังคับใช้กฎหมายจราจรฉบับใหม่ในบางพื้นที่ ซึ่งผู้ใช้งานยานพาหนะประเภทนี้จำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ข้อบังคับที่ผู้ใช้งานต้องทราบ
กฎระเบียบใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีความสามารถในการทำความเร็วเกิน 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นยานพาหนะที่มีความเร็วสูงและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากไม่มีการควบคุมดูแลที่เหมาะสม ข้อบังคับหลักที่ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตามประกอบด้วย:
- ใบอนุญาตขับขี่: ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ประเภท A (Category A license) ซึ่งเป็นใบอนุญาตสำหรับรถจักรยานยนต์ เพื่อยืนยันว่าผู้ขับขี่มีความรู้ความเข้าใจในกฎจราจรและมีทักษะการขับขี่ที่ปลอดภัย
- อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย: การสวมหมวกนิรภัยเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ
- เอกสารประจำยานพาหนะ: ผู้ขับขี่จะต้องมีเอกสารเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะนั้นๆ ติดตัวไว้เสมอ ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารการจดทะเบียนหรือเอกสารแสดงคุณสมบัติของรถ
การไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเหล่านี้อาจมีบทลงโทษที่รุนแรง แม้ว่ารายละเอียดของค่าปรับในประเทศไทยยังไม่ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่หากอ้างอิงจากกฎระเบียบในต่างประเทศ เช่น ในบราซิล บทลงโทษอาจรวมถึงการตัดคะแนนใบขับขี่ การยึดรถ และค่าปรับเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ที่ใช้งานหรือวางแผนจะซื้อ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูง ควรเตรียมความพร้อมสำหรับกฎระเบียบใหม่นี้ล่วงหน้า
สรุปและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต E-Bike
จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่าทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีความชัดเจนและได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ การขยายมาตรการ EV3 และ EV3.5 ควบคู่ไปกับการออกกฎระเบียบใหม่สำหรับ E-Bike ในปี 2026-2027 เป็นการส่งสัญญาณว่าระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังถูกพัฒนาให้ครอบคลุมและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อยานพาหนะไฟฟ้าจึงควรนำปัจจัยเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจ
การวางแผนเลือกซื้อ E-Bike ให้คุ้มค่า
สำหรับผู้ที่สนใจใน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การวางแผนในช่วงปี 2026-2027 ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นช่วงที่มาตรการสนับสนุนของรัฐบาลยังคงมีผลบังคับใช้ ซึ่งอาจหมายถึงโอกาสในการได้รับเงินอุดหนุน ส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ที่อาจจะประกาศออกมาในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อควรคำนึงถึงกฎระเบียบใหม่ที่จะบังคับใช้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสนใจรุ่นที่มีความเร็วสูงเกิน 32 กม./ชม. ผู้ซื้อควรเตรียมพร้อมเรื่องการทำใบอนุญาตขับขี่และศึกษาข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัย การเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีความรู้ความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ช่องทางการติดต่อและเลือกซื้อ E-Bike คุณภาพ
สำหรับผู้ที่มองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง ที่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายประเภท พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อมูลเชิงลึกด้านนโยบายล่าสุดของภาครัฐ เพื่อให้การตัดสินใจของคุณคุ้มค่าและสอดคล้องกับเทรนด์ EV ในอนาคต
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่ร้าน ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นผ่านช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE หรือ LINE
- สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์ได้โดยตรง

