ลุ้นรัฐเคาะ ‘ส่วนลด E-Bike’ เฟสใหม่ปลายปี 2026? หวังลดฝุ่น PM2.5
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- บทนำสู่แนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้าและมาตรการภาครัฐ
- ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และทิศทางในอนาคต
- Micro-mobility: ทางออกใหม่สำหรับเมืองใหญ่และโอกาสจาก ‘ส่วนลดจักรยานไฟฟ้า’
- เปรียบเทียบความคุ้มค่า: ทำไม E-Bike จาก GIANT Shopping Mall คือตัวเลือกที่ชาญฉลาด
- บทสรุป: ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางในเมืองกับ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประเด็นเรื่องมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าจึงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเกิดการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ภาครัฐอาจพิจารณาขยายขอบเขตการสนับสนุนมาสู่กลุ่มยานพาหนะขนาดเล็ก หรือ Micro-mobility ซึ่งทำให้เกิดคำถามที่น่าติดตามว่า จะมีการ **ลุ้นรัฐเคาะ ‘ส่วนลด E-Bike’ เฟสใหม่ปลายปี 2026? หวังลดฝุ่น PM2.5** หรือไม่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางในเมืองใหญ่ของประเทศไทย
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- การสิ้นสุดมาตรการเดิม: มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2568 ทำให้เกิดการคาดการณ์ถึงนโยบายเฟสใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อ โดยอาจมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างออกไป
- แนวโน้ม Micro-mobility: กระแสความนิยมในยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลกในฐานะทางออกของปัญหารถติดและมลพิษในเขตเมือง ซึ่งอาจเป็นต้นแบบให้ภาครัฐพิจารณา
- เป้าหมายลด PM2.5: การลดมลพิษทางอากาศยังคงเป็นวาระสำคัญ การส่งเสริม E-Bike ซึ่งไม่มีการปล่อยไอเสียโดยตรง ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
- ความไม่แน่นอนของนโยบาย: แม้จะมีกระแสคาดการณ์ แต่ยังไม่มีการยืนยันนโยบายส่วนลด E-Bike สำหรับช่วงปลายปี 2566 อย่างเป็นทางการ ทำให้การตัดสินใจของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องพิจารณาจากความคุ้มค่าและประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก
บทนำสู่แนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้าและมาตรการภาครัฐ
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และปัญหาการจราจรที่หนาแน่นในเขตเมืองใหญ่ กลายเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้กระตุ้นให้ทั้งภาครัฐและประชาชนต้องมองหาทางออกที่ยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ ประเด็นที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองคือการ **ลุ้นรัฐเคาะ ‘ส่วนลด E-Bike’ เฟสใหม่ปลายปี 2026? หวังลดฝุ่น PM2.5** ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังต่อการขยายนโยบายสนับสนุนให้ครอบคลุมยานพาหนะที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์การเดินทางระยะสั้นในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายจากค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น การมองหาทางเลือกที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน การมีพาหนะส่วนตัวที่คล่องตัวและต้นทุนต่ำอย่างจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การรอคอยนโยบายที่ไม่แน่นอนอาจทำให้เสียโอกาสในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ดังนั้น การพิจารณาโซลูชันที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น ผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก GIANT Shopping Mall จึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้
เหตุใดมาตรการสนับสนุน E-Bike จึงมีความสำคัญ
มาตรการสนับสนุน E-Bike มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของเมืองใหญ่ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายมิติพร้อมกัน ประการแรก E-Bike ช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศโดยตรง ณ จุดใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์สันดาปที่เป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจก ประการที่สอง E-Bike มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนในวงกว้างสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาดได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ประการสุดท้าย การส่งเสริม E-Bike ยังช่วยลดความแออัดของการจราจร เนื่องจากใช้พื้นที่บนท้องถนนและที่จอดรถน้อยลง ทำให้การเดินทางในเมืองมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายนี้
กลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายสนับสนุน E-Bike ครอบคลุมประชากรหลากหลายกลุ่มในเขตเมือง ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องการพาหนะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน (Commuters) เพื่อเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้า ที่ทำงาน หรือสถานที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังรวมถึงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและธุรกิจเดลิเวอรี่ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพที่มองหาพาหนะที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการเดินทางในละแวกบ้าน การสนับสนุนทางการเงินจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและจูงใจให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้หันมาใช้ E-Bike อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น
ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และทิศทางในอนาคต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ เพื่อกระตุ้นตลาดและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งาน EV ในประเทศ มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดราคายานยนต์ไฟฟ้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ
มาตรการ EV 3.0 และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: บทเรียนและความสำเร็จ
มาตรการ EV 3.0 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถือเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความตื่นตัวและกระตุ้นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างก้าวกระโดด โดยให้เงินอุดหนุนสูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน ควบคู่ไปกับการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตและอากรนำเข้า ส่งผลให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นลดลงมาอยู่ในระดับที่แข่งขันกับรถยนต์สันดาปได้
ในส่วนของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มาตรการที่ดำเนินการระหว่างปี 2565-2568 ได้ให้เงินอุดหนุน 18,000 บาทต่อคัน สำหรับรถที่เข้าเงื่อนไข เช่น ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3 kWh ขึ้นไป หรือวิ่งได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 75 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาตรการนี้ช่วยให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าสามารถทำราคาที่ดึงดูดใจผู้บริโภคได้มากขึ้น และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศ บทเรียนสำคัญจากมาตรการเหล่านี้คือ เงินอุดหนุนโดยตรงมีผลอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และการกำหนดเงื่อนไขด้านเทคโนโลยีสามารถยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ในตลาดได้
ความคาดหวังต่อ EV 3.5 และช่องว่างที่รอการเติมเต็ม
เมื่อมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง คาดว่าจะมีการสานต่อด้วยมาตรการ EV 3.5 ซึ่งอาจมีการปรับลดวงเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าลงเหลือประมาณ 50,000 บาทต่อคัน การปรับลดนี้อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะสั้น แต่ยังคงเป็นการส่งสัญญาณว่าภาครัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนตลาด EV ต่อไป อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักได้ทิ้ง “ช่องว่าง” ในการสนับสนุนยานพาหนะประเภทอื่นที่อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าในการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดของเมืองใหญ่ เช่น การจราจรติดขัด และการเดินทางในระยะทางสั้นๆ ซึ่งเป็นที่มาของกระแสคาดการณ์ว่านโยบายในอนาคตอาจหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่ม Micro-mobility มากขึ้น เพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้และสร้างทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายและยั่งยืนอย่างแท้จริง
Micro-mobility: ทางออกใหม่สำหรับเมืองใหญ่และโอกาสจาก ‘ส่วนลดจักรยานไฟฟ้า’
ในขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่กำลังดำเนินไป แนวคิดเรื่อง “Micro-mobility” หรือ “จุลยานยนต์” ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สำคัญและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจราจรในเขตเมือง แนวคิดนี้หมายถึงยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก เช่น จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อการเดินทางในระยะทางสั้นๆ หรือที่เรียกว่า “Last-mile connectivity”
แนวคิด Micro-mobility กับบริบทของประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีเมืองใหญ่ที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัดรุนแรงและวิกฤตฝุ่น PM2.5 เป็นประจำทุกปี Micro-mobility ถือเป็นทางออกที่ตรงจุด การเดินทางส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นการเดินทางระยะสั้น การใช้ยานพาหนะขนาดเล็กเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนน แต่ยังเป็นการลดการปล่อยมลพิษจากต้นทางได้อย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจพิจารณามาตรการส่วนลดสำหรับยานพาหนะกลุ่มนี้ในช่วงปลายปี 2566 เพื่อเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
กรณีศึกษาจากต่างประเทศ: แรงผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลง
หลายประเทศทั่วโลกได้นำนโยบายสนับสนุน Micro-mobility มาใช้และเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา มีมาตรการจูงใจหลายรูปแบบในปี 2568-2569 ทั้งเครดิตภาษี ณ จุดขาย (Point-of-sale tax credit) เงินคืน (Rebate) จากหน่วยงานเมืองที่ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือแม้กระทั่งส่วนลดจากบริษัทสาธารณูปโภค มาตรการเหล่านี้ล้วนมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาเป็น E-Bike สำหรับการเดินทางไปทำงาน ซึ่งช่วยลดทั้งการปล่อยมลพิษและปัญหาการจราจรได้อย่างชัดเจน โมเดลความสำเร็จเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิดความหวังว่าประเทศไทยอาจนำแนวทางคล้ายคลึงกันมาปรับใช้
อย่างไรก็ตาม การรอคอยนโยบายภาครัฐอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทันที เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมีพร้อมให้เลือกสรรแล้วในปัจจุบัน ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงแนวโน้มของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ เราจึงได้คัดสรร จักรยานไฟฟ้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมัยใหม่ ให้ระยะทางที่ไกลกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เทียบเท่าหรือเหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ภาครัฐเคยกำหนดสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (≥75 กม./ชาร์จ) ทั้งยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่จำเป็น ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากเราในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายและประหยัดส่วนตัว แต่ยังเป็นการแสดงจุดยืนในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องรอ
ไม่ต้องรอส่วนลดจากรัฐ! ที่ GIANT Shopping Mall คุณเป็นเจ้าของ E-Bike คุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่าได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมประหยัดค่าเดินทางและเป็นส่วนหนึ่งในการลดฝุ่น PM2.5 ทันที
การลงทุนใน E-Bike จาก GIANT Shopping Mall คือการลงทุนในความคุ้มค่าระยะยาว แม้ยังไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ แต่ผลตอบแทนจากการประหยัดค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา และค่าเดินทางสาธารณะ สามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว
| ประเภทพาหนะ | ค่าพลังงาน/เชื้อเพลิง (บาท/ปี) | ค่าบำรุงรักษา (บาท/ปี) | รวมค่าใช้จ่าย (บาท/ปี) |
|---|---|---|---|
| E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | ~1,000 | ~500 | ~1,500 |
| มอเตอร์ไซค์สันดาป | ~12,000 | ~3,000 | ~15,000 |
| รถยนต์ส่วนตัว (Eco Car) | ~25,000 | ~5,000 | ~30,000 |
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: ทำไม E-Bike จาก GIANT Shopping Mall คือตัวเลือกที่ชาญฉลาด
การตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าสักคัน ไม่ได้จบที่ราคาขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บริการหลังการขาย และความน่าเชื่อถือของผู้จัดจำหน่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความคุ้มค่าในระยะยาว ที่ GIANT Shopping Mall เราให้ความสำคัญกับองค์ประกอบเหล่านี้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและมั่นใจได้ว่าการลงทุนของตนนั้นคุ้มค่าอย่างแท้จริง
| คุณสมบัติ | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | E-Bike ทั่วไป (ไม่มีแบรนด์) |
|---|---|---|
| การรับประกันแบตเตอรี่/มอเตอร์ | มี (ระบุชัดเจน, เช่น 1-2 ปี) | ไม่มี หรือสั้นมาก (เช่น 3-6 เดือน) |
| บริการหลังการขาย | มีศูนย์บริการและทีมช่างผู้ชำนาญ | หาศูนย์ซ่อมยาก อะไหล่ไม่ครบ |
| คุณภาพวัสดุ | โครงสร้างแข็งแรง ผ่านมาตรฐาน | วัสดุเกรดรอง ความทนทานต่ำ |
| มาตรฐานความปลอดภัย | ระบบเบรก, ยาง, และระบบไฟได้มาตรฐาน | ไม่มีการรับรองมาตรฐานที่ชัดเจน |
| ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย | มีหน้าร้านชัดเจน ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง | ผู้ขายออนไลน์รายย่อย เปลี่ยนไปเรื่อยๆ |
การพิจารณาความเสี่ยงและปัจจัยก่อนตัดสินใจ
การรอคอยนโยบายส่วนลดจากภาครัฐมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง นโยบายอาจไม่เกิดขึ้นตามที่คาดการณ์ หรืออาจมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนและจำกัดสิทธิ์เฉพาะบางกลุ่มหรือบางผลิตภัณฑ์เท่านั้น การชะลอการตัดสินใจซื้ออาจหมายถึงการต้องแบกรับภาระค่าเดินทางที่สูงต่อไป และพลาดโอกาสในการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในทางกลับกัน การเลือกซื้อ E-Bike คุณภาพจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall ในวันนี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ปราศจากความเสี่ยง ผู้ซื้อจะได้รับประโยชน์จากการประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทันที พร้อมความอุ่นใจจากสินค้าที่มีคุณภาพและการรับประกันที่ชัดเจน ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่จับต้องได้โดยไม่ต้องรอปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอน
บทสรุป: ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางในเมืองกับ GIANT Shopping Mall
แม้ว่าความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะออกมาตรการ **’ส่วนลด E-Bike’ เฟสใหม่ปลายปี 2026** เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จะเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง แต่ก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานของความไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทางเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ทั้งสำหรับตนเองและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
GIANT Shopping Mall คือคำตอบสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ชาญฉลาด คุ้มค่า และยั่งยืน เรามีจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อการพาณิชย์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน บริการหลังการขายที่ไว้วางใจได้ และราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้การเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าคุณภาพสูงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
อย่าปล่อยให้โอกาสในการประหยัดและรักษ์โลกหลุดลอยไปกับการรอคอยที่ไม่สิ้นสุด ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางในเมืองกับเราได้แล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามและเลือกชมสินค้าได้ที่ GIANT Shopping Mall:
- เยี่ยมชมและพูดคุยกับเราได้ที่ FACEBOOK PAGE
- สอบถามข้อมูลด่วนผ่าน LINE
- ดูสินค้าทั้งหมดและ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878

