5 วิธีชาร์จแบต e-Bike ให้ใช้ได้นาน ไม่บวมเสื่อมไว
- ภาพรวมของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- ทำความเข้าใจหัวใจของ e-Bike: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
- เจาะลึก 5 วิธีชาร์จแบต e-Bike ให้ใช้ได้นาน ไม่บวมเสื่อมไว
- การเก็บรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน
- สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องหยุดใช้งานทันที
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ใช่ พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การทราบถึง 5 วิธีชาร์จแบต e-Bike ให้ใช้ได้นาน ไม่บวมเสื่อมไว ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกคน เนื่องจากแบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวใจของยานพาหนะ ซึ่งมีราคาสูงและมีอายุการใช้งานที่จำกัด การดูแลรักษาและชาร์จอย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น แต่ยังช่วยรักษาประสิทธิภาพและรับประกันความปลอดภัยสูงสุดตลอดการขับขี่อีกด้วย
ภาพรวมของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า

การดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าอย่างเหมาะสมสามารถยืดอายุการใช้งานจากปกติ 2-3 ปี ให้ยาวนานขึ้นได้อีก ประเด็นสำคัญที่ควรตระหนักถึงมีดังนี้:
- รักษาระดับประจุที่เหมาะสม: หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (0%) หรือชาร์จเต็ม 100% ค้างไว้เป็นเวลานาน ช่วงประจุที่เหมาะสมที่สุดคือ 20-80%
- ใช้อุปกรณ์ของแท้: อะแดปเตอร์ชาร์จที่มากับตัวรถหรือที่ผู้ผลิตรับรองเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แรงดันไฟฟ้าและระบบการจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ทำงานสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์
- ควบคุมอุณหภูมิ: ความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ควรพักรถให้เย็นลงหลังใช้งานก่อนเริ่มชาร์จ และหลีกเลี่ยงการชาร์จกลางแดดจัด
- การจัดเก็บที่ถูกต้อง: หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่แห้งและเย็น โดยมีระดับประจุอยู่ที่ประมาณ 40-60%
- ตรวจสอบความปลอดภัย: หมั่นสังเกตความผิดปกติของแบตเตอรี่ เช่น อาการบวม รอยแตก หรือความร้อนที่สูงเกินไป และหยุดใช้งานทันทีหากพบปัญหา
ทำความเข้าใจหัวใจของ e-Bike: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
จักรยานไฟฟ้า (e-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Li-ion) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป ข้อดีของแบตเตอรี่ชนิดนี้คือมีความหนาแน่นของพลังงานสูง น้ำหนักเบา และไม่มีปัญหา “Memory Effect” เหมือนแบตเตอรี่รุ่นเก่า หมายความว่าไม่จำเป็นต้องรอให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% ก่อนทำการชาร์จใหม่
อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอายุการใช้งานที่จำกัด โดยนับเป็น “รอบการชาร์จ” (Charge Cycles) โดย 1 รอบการชาร์จจะนับเมื่อมีการใช้พลังงานไปครบ 100% (เช่น ใช้วันแรก 60% แล้วชาร์จจนเต็ม จากนั้นใช้วันที่สองอีก 40% จะนับรวมเป็น 1 รอบ) แบตเตอรี่ e-Bike โดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ประมาณ 500-1,000 รอบการชาร์จ ก่อนที่ความจุจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด (โดยทั่วไปจะเหลือความจุประมาณ 70-80% ของความจุเริ่มต้น)
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่คือความเครียด (Stress) ที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ ซึ่งมักเกิดจากสภาวะสุดขั้ว เช่น ระดับประจุที่สูงหรือต่ำเกินไป (ใกล้ 100% หรือ 0%) และอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจัด การปฏิบัติตามแนวทางการชาร์จที่ถูกต้องจึงเป็นการลดความเครียดดังกล่าวและช่วยถนอมเซลล์แบตเตอรี่ให้มีอายุยืนยาวที่สุด
เจาะลึก 5 วิธีชาร์จแบต e-Bike ให้ใช้ได้นาน ไม่บวมเสื่อมไว
การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์ของแบตเตอรี่มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของจักรยานไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ต่อไปนี้คือ 5 วิธีปฏิบัติที่ทุกคนสามารถทำตามได้ง่ายๆ
1. ควบคุมระดับประจุ: ไม่ปล่อยให้หมด ไม่ชาร์จจนเต็มค้าง
หลักการที่สำคัญที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคือการรักษาระดับประจุให้อยู่ในช่วง “ปลอดภัย” หรือช่วงที่เซลล์แบตเตอรี่มีความเครียดน้อยที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ระหว่าง 20% ถึง 80%
การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% เป็นประจำจะทำให้เซลล์เกิดความเครียดสูงและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอย่างมาก ในทางกลับกัน การชาร์จจนเต็ม 100% และเสียบปลั๊กค้างไว้เป็นเวลานานก็สร้างแรงดันไฟฟ้าสูงภายในเซลล์ ซึ่งเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพเช่นเดียวกัน ดังนั้น แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดคือ:
- เริ่มชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30%: ไม่ควรรอให้สัญลักษณ์เตือนแบตเตอรี่ต่ำปรากฏขึ้นหรือจนกว่ารถจะดับ การชาร์จในช่วงนี้จะช่วยลดภาระของเซลล์ได้ดี
- ถอดปลั๊กเมื่อชาร์จถึงประมาณ 80-90%: สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป การชาร์จถึงระดับนี้ก็เพียงพอต่อการเดินทางส่วนใหญ่ และเป็นระดับที่ปลอดภัยต่ออายุแบตเตอรี่อย่างมาก
2. ไม่ต้องชาร์จเต็ม 100% ทุกครั้งเพื่อถนอมเซลล์แบตเตอรี่
แม้ว่าการชาร์จให้เต็ม 100% จะให้ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่การทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวันอาจไม่เป็นผลดีในระยะยาว การชาร์จแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในช่วง 80-100% จะใช้เวลานานขึ้นและสร้างความร้อนสะสมมากกว่าช่วงอื่น เนื่องจากระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) จะค่อยๆ ลดกระแสไฟลงเพื่อป้องกันการชาร์จเกิน (Overcharging) แต่ก็ยังคงสร้างแรงดันไฟฟ้าสูงในเซลล์อยู่ดี
คำแนะนำคือ ให้วางแผนการชาร์จตามการใช้งานจริง:
- ใช้งานระยะสั้นในแต่ละวัน: ชาร์จแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับ 80-90% ก็เพียงพอ
- วางแผนเดินทางไกล: ชาร์จให้เต็ม 100% เฉพาะในคืนก่อนวันเดินทางหรือช่วงเช้าก่อนออกเดินทาง เพื่อให้แบตเตอรี่อยู่ในสภาวะเต็ม 100% เป็นเวลาสั้นที่สุด
การปรับพฤติกรรมการชาร์จเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ จะช่วยเพิ่มจำนวนรอบการชาร์จทั้งหมดของแบตเตอรี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
| พฤติกรรมการชาร์จ | ผลกระทบต่อแบตเตอรี่ | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| ชาร์จในช่วง 20-80% | เซลล์มีความเครียดต่ำที่สุด ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน | เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานประจำวัน |
| ปล่อยให้หมด 0% บ่อยครั้ง | สร้างความเครียดสูงให้เซลล์ เร่งการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว | ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด |
| ชาร์จเต็ม 100% ทุกครั้ง | แรงดันไฟฟ้าสูงในเซลล์ ลดอายุการใช้งานลงเล็กน้อยในระยะยาว | ทำเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไกล |
| ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นประจำ | แบตเตอรี่ค้างอยู่ที่ 100% เป็นเวลานานและอาจเกิดความร้อนสะสม | ควรถอดปลั๊กเมื่อเต็ม หรือใช้ที่ชาร์จอัจฉริยะ |
3. เลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ
การใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีราคาถูกเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อุปกรณ์ชาร์จของแท้ที่มาพร้อมกับตัวรถถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ของ e-Bike รุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ BMS ทำหน้าที่เป็นสมองกลของแบตเตอรี่ คอยควบคุมแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟ และอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย หากใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ตรงรุ่น อาจจ่ายไฟผิดแรงดันหรือไม่มีระบบตัดไฟเมื่อชาร์จเต็ม ซึ่งอาจสร้างความเสียหายถาวรแก่เซลล์แบตเตอรี่หรือร้ายแรงถึงขั้นทำให้เกิดการลัดวงจรและไฟไหม้ได้
นี่คือเหตุผลที่การเลือกซื้อยานพาหนะจากแหล่งที่เชื่อถือได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่ GIANT Shopping Mall ไม่เพียงแต่นำเสนอ จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสูงสุด แต่ยังให้ความสำคัญกับอุปกรณ์เสริมทุกชิ้น โดยเฉพาะอะแดปเตอร์ชาร์จที่ผ่านการรับรองและออกแบบมาเพื่อรุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ การเลือกซื้อจากเราหมายถึงการได้รับระบบที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทุกชิ้นส่วนทำงานร่วมกันอย่างลงตัวเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด สเปกของสินค้าแต่ละรุ่นได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าแบตเตอรี่และระบบชาร์จมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุด การลงทุนกับสินค้าคุณภาพจาก GIANT Shopping Mall จึงเป็นการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ก่อนเวลาอันควร และมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ บริการหลังการขายที่ครบวงจรยังพร้อมให้คำแนะนำและจัดหาอะไหล่แท้เมื่อถึงเวลาที่ต้องบำรุงรักษา
การลงทุนในจักรยานไฟฟ้าคุณภาพสูงพร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจรจาก GIANT Shopping Mall คือการรับประกันความคุ้มค่าและความปลอดภัยในระยะยาว ช่วยให้แบตเตอรี่ของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุยืนยาวที่สุด
4. หลีกเลี่ยงความร้อน: พักแบตเตอรี่ให้เย็นลงก่อนชาร์จ
อุณหภูมิเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การใช้งาน e-Bike อย่างหนัก เช่น การขี่ขึ้นทางลาดชันเป็นเวลานาน การใช้ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง หรือการขับขี่กลางแดดจัด จะทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนสะสม การนำแบตเตอรี่ที่ร้อนจัดไปเสียบชาร์จทันทีจะยิ่งเป็นการเพิ่มความร้อนและความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งจะเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพและอาจลดความจุถาวรของแบตเตอรี่ลงได้
ดังนั้น หลังจากการใช้งานหนัก ควรจอดรถในที่ร่มและรอประมาณ 30-60 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกว่าตัวแบตเตอรี่มีอุณหภูมิลดลงใกล้อุณหภูมิห้องปกติก่อนที่จะเริ่มทำการชาร์จ ในทำนองเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่ในบริเวณที่โดนแสงแดดโดยตรงหรือในสถานที่ที่ร้อนอบอ้าว เช่น ในรถที่จอดตากแดด
5. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและถอดปลั๊กเมื่อชาร์จเต็ม
ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่ ควรเลือกชาร์จในพื้นที่แห้ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก และห่างจากวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย เช่น ผ้าม่าน กองกระดาษ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้า ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่บนเตียงนอนหรือโซฟาโดยเด็ดขาด
แม้ว่า e-Bike รุ่นใหม่ๆ จะมีระบบ BMS ที่ช่วยตัดการชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% แล้ว แต่การเสียบปลั๊กทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นประจำก็ยังไม่ใช่แนวทางปฏิบัติที่แนะนำที่สุด เพราะอาจเกิดความผิดพลาดของระบบหรือเกิดความร้อนสะสมได้ เมื่อไฟแสดงสถานะการชาร์จเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือแจ้งว่าเต็มแล้ว ควรถอดปลั๊กออกเพื่อเป็นการถนอมแบตเตอรี่และเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การเก็บรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน
หากมีความจำเป็นต้องเก็บจักรยานไฟฟ้าไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน (ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป) การจัดเก็บแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีจะช่วยรักษาสภาพของเซลล์ไว้ได้ดีที่สุด
- ระดับประจุที่เหมาะสมในการเก็บ: ไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ในสภาพที่เต็ม 100% หรือหมด 0% ระดับประจุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดเก็บระยะยาวคือประมาณ 40-60% ซึ่งเป็นระดับที่เซลล์มีความเสถียรและมีการคายประจุเอง (Self-discharge) ในอัตราที่ต่ำ
- สภาพแวดล้อมในการเก็บ: ควรเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมคือระหว่าง 10-20°C หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นสูงหรือโดนแสงแดดโดยตรง
- การตรวจสอบเป็นระยะ: ทุกๆ 1-2 เดือน ควรนำแบตเตอรี่มาตรวจสอบระดับประจุ หากพบว่าประจุลดลงต่ำกว่า 20% ควรนำไปชาร์จกลับขึ้นมาให้อยู่ในระดับ 40-60% อีกครั้ง อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุจนหมดและทิ้งไว้ในสภาพนั้นเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายถาวรและไม่สามารถกลับมาชาร์จได้อีก
| คุณสมบัติ | อะแดปเตอร์แท้จาก GIANT Shopping Mall | อะแดปเตอร์ทั่วไป (ไม่มีแบรนด์) |
|---|---|---|
| ความเข้ากันได้ | ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ BMS ของรถแต่ละรุ่น จ่ายไฟแม่นยำ | อาจจ่ายแรงดัน/กระแสไฟไม่ตรง ทำให้ BMS ทำงานผิดพลาด |
| มาตรฐานความปลอดภัย | ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล มีระบบป้องกันครบวงจร | มักไม่มีมาตรฐานรับรอง วัสดุคุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อการลัดวงจร |
| ผลกระทบต่อแบตเตอรี่ | ถนอมเซลล์แบตเตอรี่ ยืดอายุการใช้งานสูงสุด | เร่งการเสื่อมสภาพ ทำให้แบตเตอรี่บวม หรือเสียหายถาวร |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | ลงทุนครั้งเดียว ใช้งานได้ยาวนาน ปลอดภัย ประหยัดค่าเปลี่ยนแบตฯ | ราคาถูกในตอนแรก แต่อาจต้องเสียค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ราคาสูงในภายหลัง |
| การรับประกัน | มีการรับประกันและบริการหลังการขายจากผู้จัดจำหน่าย | ไม่มีการรับประกัน เสียแล้วต้องทิ้ง |
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องหยุดใช้งานทันที
ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง หากสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ ของแบตเตอรี่ ควรหยุดใช้งานและหยุดชาร์จทันที และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโดยเร็วที่สุด สัญญาณอันตรายที่ต้องระวังมีดังนี้:
- อาการบวม (Swelling): ตัวเคสของแบตเตอรี่มีลักษณะบวมหรือโป่งออกมาอย่างเห็นได้ชัด
- ความร้อนผิดปกติ: แบตเตอรี่ร้อนจัดแม้จะไม่ได้ใช้งานหรือเพิ่งเริ่มชาร์จได้ไม่นาน
- กลิ่นไหม้: ได้กลิ่นพลาสติกไหม้หรือสารเคมีออกมาจากตัวแบตเตอรี่
- รอยแตกหรือความเสียหายภายนอก: มีรอยร้าวหรือความเสียหายที่ตัวเคส ซึ่งอาจทำให้น้ำหรือความชื้นเข้าไปได้
- มีควันหรือเสียงผิดปกติ: หากมีควันออกมาหรือได้ยินเสียงฟู่ (hissing) หรือเสียงแตก (cracking) ให้รีบนำแบตเตอรี่ออกจากตัวอาคารไปยังที่โล่งและปลอดภัยทันที
ข้อควรระวัง: ห้ามพยายามเจาะ กด แกะ หรือซ่อมแซมแบตเตอรี่ที่เสียหายด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ควรติดต่อผู้ผลิตหรือศูนย์บริการที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ใช่ พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญในการใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด การปฏิบัติตามเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระดับประจุที่เหมาะสม การใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้ การควบคุมอุณหภูมิ และการชาร์จอย่างปลอดภัย จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตั้งแต่แรก ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกซื้อและการดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ เพื่อให้การลงทุนของคุณคุ้มค่าและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัยในระยะยาว
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา สามารถติดต่อได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือพูดคุยกับเราโดยตรงผ่าน LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
