วิธีล้างจักรยานไฟฟ้าให้ถูกวิธี มอเตอร์ไม่พัง ไฟไม่ช็อต
- หัวใจสำคัญของการล้างจักรยานไฟฟ้า
- ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเริ่มทำความสะอาด
- เทคนิคการล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียดและปลอดภัย
- จุดอันตรายที่ห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงใส่โดยเด็ดขาด
- รายการตรวจสอบความปลอดภัยหลังการล้าง
- การดูแลแบตเตอรี่: หัวใจของจักรยานไฟฟ้า
- สรุปและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพพร้อมบริการครบวงจร
การดูแลรักษายานพาหนะไฟฟ้าให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและปลอดภัยนั้น การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีล้างจักรยานไฟฟ้าให้ถูกวิธี มอเตอร์ไม่พัง ไฟไม่ช็อต เป็นหัวข้อที่ผู้ใช้งานทุกคนต้องให้ความใส่ใจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน การล้างที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาระบบไฟฟ้าลัดวงจร มอเตอร์เสียหาย หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
หัวใจสำคัญของการล้างจักรยานไฟฟ้า

การทำความสะอาดจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแตกต่างจากการล้างจักรยานทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีส่วนประกอบทางไฟฟ้าที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานจะช่วยให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างมั่นใจและไม่สร้างความเสียหายต่อยานพาหนะ
- ปิดระบบไฟฟ้าเสมอ: ก่อนเริ่มทำความสะอาดทุกครั้ง ต้องแน่ใจว่าระบบไฟฟ้าทั้งหมดถูกปิด และควรถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถหากสามารถทำได้ เพื่อตัดวงจรไฟฟ้าและลดความเสี่ยง
- หลีกเลี่ยงน้ำแรงดันสูง: ห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดโดยตรงไปยังบริเวณมอเตอร์ กล่องควบคุม หน้าจอแสดงผล และขั้วต่อสายไฟต่างๆ โดยเด็ดขาด เพราะแรงดันน้ำอาจแทรกซึมผ่านซีลกันน้ำและทำให้เกิดความเสียหายได้
- ใช้น้ำแต่น้อยและเช็ดให้แห้ง: เทคนิคที่ดีที่สุดคือการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด หรือฟองน้ำ ค่อยๆ เช็ดทำความสะอาด และหลังจากล้างเสร็จสิ้น ต้องเช็ดทุกส่วนให้แห้งสนิททันที โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้า
- ตรวจสอบก่อนใช้งาน: หลังจากการทำความสะอาดและทำให้แห้งสนิทแล้ว ควรตรวจสอบการทำงานของระบบเบรก ระบบไฟฟ้า และส่วนประกอบอื่นๆ อีกครั้งก่อนนำกลับไปใช้งานจริง
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเริ่มทำความสะอาด
การเตรียมความพร้อมที่ดีก่อนลงมือล้างจักรยานไฟฟ้าเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการวางรากฐานความปลอดภัยและช่วยให้กระบวนการทำความสะอาดราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งผู้ใช้งานและตัวรถ
เลือกพื้นที่ที่เหมาะสมและปลอดภัย
ควรเลือกพื้นที่สำหรับล้างจักรยานไฟฟ้าที่แห้ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก และอยู่ห่างจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าหรือปลั๊กไฟ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าช็อต หลีกเลี่ยงการล้างในบริเวณที่มีแดดจัดเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแห้งเร็วเกินไปและทิ้งคราบไว้บนพื้นผิวของตัวรถ
ปิดระบบไฟฟ้าและถอดแบตเตอรี่
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัย อันดับแรก ให้ปิดสวิตช์หลักของจักรยานไฟฟ้า ปิดหน้าจอแสดงผล และบิดกุญแจไปที่ตำแหน่งปิด หากจักรยานมีเบรกเกอร์ ควรตัดการทำงานของเบรกเกอร์ด้วย จากนั้น หากแบตเตอรี่ของจักรยานเป็นแบบที่สามารถถอดออกได้ ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถและนำไปเก็บไว้ในที่แห้งและปลอดภัย การทำเช่นนี้เป็นการตัดแหล่งพลังงานหลักออกจากระบบทั้งหมด ทำให้การทำความสะอาดด้วยน้ำมีความปลอดภัยสูงสุด
เทคนิคการล้างจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียดและปลอดภัย
หลังจากเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำความสะอาด การปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้จักรยานไฟฟ้าของคุณสะอาดหมดจดและปลอดภัยจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำ
ขั้นตอนที่ 1: การกำจัดคราบสกปรกเบื้องต้น
ก่อนที่จะใช้น้ำ ควรเริ่มจากการทำความสะอาดแบบแห้งก่อน ใช้แปรงขนนุ่มหรือผ้าแห้งปัดฝุ่น ทราย และเศษโคลนที่แห้งกรังออกจากตัวถังและส่วนประกอบต่างๆ การทำเช่นนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่เม็ดทรายหรือสิ่งสกปรกจะไปขีดข่วนสีรถหรือทำความเสียหายให้กับซีลยางในระหว่างการเช็ดถู
ขั้นตอนที่ 2: การป้องกันจุดเสี่ยง
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฝาปิดช่องชาร์จถูกปิดอย่างสนิท สำหรับส่วนประกอบที่บอบบางอื่นๆ เช่น หน้าจอแสดงผล, ชุดสวิตช์ควบคุม, ขั้วต่อแบตเตอรี่ (บริเวณที่ถอดแบตเตอรี่ออก) และกล่องควบคุม ควรใช้ถุงพลาสติกหรือผ้าแห้งคลุมไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าไปโดยตรง ห้ามใช้วัสดุเปียกยัดเข้าไปในช่องหรือขั้วต่อต่างๆ เด็ดขาด
ขั้นตอนที่ 3: การทำความสะอาดตัวถังและส่วนประกอบ
ใช้ฟองน้ำหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำที่ผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับจักรยานโดยเฉพาะแบบเจือจาง บิดให้หมาดที่สุดแล้วค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณเฟรม, ตะเกียบ, ล้อ, และชิ้นส่วนภายนอกอื่นๆ หากจำเป็นต้องใช้น้ำจากสายยาง ควรเป็นการปล่อยน้ำไหลเบาๆ เพื่อล้างฟองออก ไม่ควรใช้หัวฉีดที่ปรับความแรงของน้ำได้ และย้ำอีกครั้งว่าห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
ขั้นตอนที่ 4: การดูแลชุดขับเคลื่อน
สำหรับโซ่และชุดเกียร์ ควรทำความสะอาดแยกต่างหากโดยใช้แปรงสำหรับล้างโซ่และน้ำยาล้างโซ่โดยเฉพาะ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้น้ำยาทำความสะอาดกระเด็นเข้าไปในบริเวณดุมล้อมอเตอร์หรือขั้วต่อสายไฟที่อยู่ใกล้เคียง หลังจากล้างโซ่จนสะอาดแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดโซ่ให้แห้งสนิท จากนั้นจึงหยอดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับโซ่จักรยานใหม่ และเช็ดน้ำมันส่วนเกินออกเพื่อป้องกันฝุ่นมาเกาะ
ขั้นตอนที่ 5: การเช็ดให้แห้งสนิท
ขั้นตอนสุดท้ายแต่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำให้จักรยานแห้งสนิท ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดและแห้งเช็ดน้ำออกจากทุกส่วนของจักรยาน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบริเวณขั้วต่อไฟฟ้า, ช่องชาร์จ, รอยต่อสายไฟ, บริเวณใต้เบาะ, และซอกมุมต่างๆ ที่น้ำอาจขังอยู่ได้ อย่าเพิ่งใส่แบตเตอรี่กลับเข้าไปหรือเปิดระบบไฟฟ้าจนกว่าจะมั่นใจว่าทุกส่วนแห้งสนิทอย่างแท้จริง
| หัวข้อการเปรียบเทียบ | วิธีที่ถูกต้อง (แนะนำ) | วิธีที่ผิด (มีความเสี่ยงสูง) |
|---|---|---|
| แรงดันน้ำ | ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด, ฟองน้ำ หรือสายยางปล่อยน้ำไหลเบาๆ | ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (High-Pressure Washer) |
| สถานะระบบไฟฟ้า | ปิดระบบทั้งหมดและถอดแบตเตอรี่ออก (ถ้าทำได้) | เปิดระบบทิ้งไว้ หรือไม่ได้ถอดแบตเตอรี่ |
| การจัดการจุดเสี่ยง | ปิดฝาช่องชาร์จ, คลุมหน้าจอและขั้วต่อ | ฉีดน้ำโดยตรงไปยังทุกส่วนโดยไม่มีการป้องกัน |
| การทำให้แห้ง | ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้แห้งสนิททันที | ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ หรือใช้ลมแรงเป่า |
| ผลลัพธ์ที่คาดหวัง | สะอาด, ปลอดภัย, ยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้า | เกิดไฟฟ้าลัดวงจร, ซีลกันน้ำเสียหาย, มอเตอร์พัง, แบตเตอรี่เสื่อม |
จุดอันตรายที่ห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงใส่โดยเด็ดขาด
การทำความเข้าใจว่าส่วนใดของจักรยานไฟฟ้าที่บอบบางและไวต่อความเสียหายจากน้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าหลายรุ่นจะถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติกันน้ำในระดับหนึ่ง (IP Rating) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทนต่อการฉีดน้ำที่มีแรงดันสูงได้ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อและซีลต่างๆ ซึ่งอาจมีช่องว่างให้น้ำแทรกซึมเข้าไปสร้างความเสียหายภายในได้ การตระหนักถึงจุดเสี่ยงเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูงได้
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษเหล่านี้คือศูนย์รวมของระบบไฟฟ้าและกลไกที่ซับซ้อน การที่น้ำเล็ดลอดเข้าไปได้อาจหมายถึงการสิ้นสุดอายุการใช้งานของส่วนประกอบนั้นๆ ด้วยเหตุนี้ การเลือกซื้อ E-bike ที่มีคุณภาพการประกอบที่ดีเยี่ยมและมาตรฐานการกันน้ำที่เชื่อถือได้จากผู้จัดจำหน่ายที่ไว้ใจได้อย่าง GIANT Shopping Mall จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า จักรยานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานจะมีการออกแบบซีลและการป้องกันสายไฟที่ดีกว่า ช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่ระบบได้ง่าย ทำให้การดูแลรักษาตามวิธีที่ถูกต้องนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและยืดอายุการใช้งานของรถได้อย่างแท้จริง ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่ามีคุณภาพการประกอบที่แน่นหนา พร้อมทีมงานที่สามารถให้คำแนะนำเรื่องมาตรฐานการกันน้ำของแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้ยานพาหนะที่ทนทานและเหมาะสมกับการใช้งานในทุกสภาวะ
การลงทุนในจักรยานไฟฟ้าคุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall ไม่เพียงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า แต่ยังหมายถึงความทนทานและมาตรฐานความปลอดภัยที่วางใจได้ในการดูแลรักษาระยะยาว
จุดที่ต้องหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำใส่โดยตรงประกอบด้วย:
- มอเตอร์และดุมล้อ: ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์กลาง (Mid-drive) หรือมอเตอร์ดุมล้อ (Hub motor) บริเวณนี้มีซีลและรอยต่อสายไฟที่น้ำแรงดันสูงสามารถทะลุเข้าไปได้
- ขั้วแบตเตอรี่และแท่นยึด: เป็นจุดเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าหลัก การมีความชื้นหรือน้ำขังอาจทำให้เกิดสนิมหรือไฟฟ้าลัดวงจร
- กล่องควบคุม (Controller): เปรียบเสมือนสมองของจักรยานไฟฟ้า การที่น้ำเข้าจะทำให้ระบบรวนหรือเสียหายถาวร
- หน้าจอแสดงผลและชุดสวิตช์: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มีความบอบบางและไม่ได้ออกแบบมาให้ทนแรงดันน้ำโดยตรง
- ช่องชาร์จ: แม้จะมีฝาปิด แต่ก็ควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าไปขังอยู่ภายใน
- ใต้เบาะนั่ง: ในจักรยานบางรุ่น บริเวณใต้เบาะอาจเป็นที่ติดตั้งแบตเตอรี่หรือกล่องควบคุม
- ลูกปืนล้อและจุดหมุน: น้ำแรงดันสูงสามารถชะล้างจาระบีหล่อลื่นออกไปและทำให้เกิดสนิมและความเสียหายตามมา
รายการตรวจสอบความปลอดภัยหลังการล้าง
หลังจากทำความสะอาดและเช็ดจักรยานจนแห้งสนิทแล้ว ก่อนที่จะนำไปใช้งานหรือชาร์จไฟ ควรมีการตรวจสอบครั้งสุดท้ายเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานเป็นปกติ
- ตรวจเช็คขั้วต่อ: ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่และขั้วต่อสายไฟต่างๆ ว่าไม่มีหยดน้ำ, คราบสกปรก, หรือร่องรอยของสนิม หากพบความชื้นให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้ง
- สำรวจสภาพสายไฟ: มองหาสายไฟที่อาจหลุดหลวม, แตก, หรือมีรอยไหม้ หากพบความผิดปกติควรหยุดใช้งานและนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
- ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่: สำรวจตัวแบตเตอรี่ว่ามีอาการบวม, แตกร้าว หรือเสียรูปทรงหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย ห้ามนำไปใช้งานหรือชาร์จไฟเด็ดขาด
- ทดสอบการทำงานของกลไก: ลองหมุนล้อเพื่อฟังเสียงผิดปกติจากมอเตอร์หรือลูกปืน ทดสอบการทำงานของระบบเบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลังว่ายังทำงานได้ดีดังเดิม
- เปิดระบบและทดลองขับขี่: ใส่แบตเตอรี่กลับเข้าที่ เปิดระบบไฟฟ้า และทดลองโหมดช่วยปั่นต่างๆ ในพื้นที่ปลอดภัยและมีความเร็วต่ำ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าและการส่งกำลังทำงานได้อย่างราบรื่น
หากพบปัญหาใดๆ เช่น แบตเตอรี่บวม, มีกลิ่นไหม้, ระบบตัดไฟบ่อยครั้ง, หรือมีเสียงดังผิดปกติจากมอเตอร์ ควรนำจักรยานเข้ารับการตรวจสอบที่ศูนย์บริการทันที
การดูแลแบตเตอรี่: หัวใจของจักรยานไฟฟ้า
แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงและสำคัญที่สุดของจักรยานไฟฟ้า การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพไว้ได้ยาวนานที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการหลังการล้างทำความสะอาด
ข้อควรระวังในการชาร์จหลังล้าง
ห้ามทำการชาร์จแบตเตอรี่ทันทีหลังจากล้างรถเสร็จ หรือแม้กระทั่งหลังจากการขับขี่ในขณะที่แบตเตอรี่ยังมีความร้อนสะสมอยู่ ควรรอให้แบตเตอรี่เย็นลงสู่-อุณหภูมิปกติและแห้งสนิทเสียก่อน โดยทั่วไปแนะนำให้รออย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อให้ความชื้นที่อาจหลงเหลืออยู่ระเหยออกไปจนหมด ควรตรวจสอบขั้วชาร์จทั้งที่ตัวแบตเตอรี่และที่สายชาร์จว่าแห้งและสะอาดก่อนเสียบชาร์จทุกครั้ง และควรทำการชาร์จในบริเวณที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก
| หัวข้อการดูแล | การดูแลด้วยตนเอง (เบื้องต้น) | การเข้ารับบริการจากผู้เชี่ยวชาญ (GIANT Shopping Mall) |
|---|---|---|
| การทำความสะอาด | ทำความสะอาดตามขั้นตอนที่แนะนำ, ล้างโซ่, หยอดน้ำมัน | บริการทำความสะอาดเชิงลึก พร้อมตรวจสอบจุดที่เข้าถึงยาก |
| การตรวจสอบระบบไฟฟ้า | ตรวจสอบด้วยสายตา, เช็คการเชื่อมต่อภายนอก | ใช้เครื่องมือพิเศษตรวจเช็คสุขภาพแบตเตอรี่, การทำงานของ Controller และมอเตอร์ |
| การบำรุงรักษาระบบเบรก/เกียร์ | ตั้งเบรก/เกียร์เบื้องต้น, เปลี่ยนผ้าเบรก | ปรับตั้งอย่างละเอียดโดยช่างผู้ชำนาญ, ไล่น้ำมันเบรกไฮดรอลิก |
| อะไหล่ | อาจหาอะไหล่เทียบเท่าหรือไม่ตรงรุ่น | รับประกันการใช้อะไหล่แท้จากผู้ผลิต ครบวงจร |
| ความน่าเชื่อถือ | ขึ้นอยู่กับทักษะและความรู้ส่วนบุคคล | มั่นใจในมาตรฐานการบริการ, มีการรับประกันงานซ่อม |
สรุปและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
สรุปแล้ว วิธีล้างจักรยานไฟฟ้าให้ถูกวิธี มอเตอร์ไม่พัง ไฟไม่ช็อต นั้นสามารถทำได้และไม่ซับซ้อน เพียงแค่ต้องใส่ใจในรายละเอียดและปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด หัวใจสำคัญคือการ “เช็ดและพรมน้ำเบาๆ” ไม่ใช่การ “ฉีดอัดทั้งคัน” ควรเริ่มต้นด้วยการปิดระบบไฟฟ้าและถอดแบตเตอรี่, ปกป้องจุดเชื่อมต่อที่สำคัญ, หลีกเลี่ยงการใช้น้ำแรงดันสูงโดยเด็ดขาด, เช็ดทุกส่วนให้แห้งสนิททันทีหลังทำความสะอาด, และทำการตรวจสอบความปลอดภัยทุกครั้งก่อนกลับมาใช้งาน การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีไม่เพียงแต่จะทำให้จักรยานไฟฟ้าดูใหม่อยู่เสมอ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบไฟฟ้าที่มีราคาแพงและรับประกันความปลอดภัยในการขับขี่ทุกเส้นทาง
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพพร้อมบริการครบวงจร
การเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-bike ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้จัดจำหน่ายที่คัดสรรยานพาหนะไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ มีอะไหล่แท้ครบวงจร และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลจักรยานไฟฟ้าของคุณอย่างมืออาชีพ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshopping
Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
