สรุปดราม่า ‘บังคับทำ พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้า’ ปี 2026: ข่าวลือหรือเรื่องจริง? วิเคราะห์แนวโน้มกฎหมายที่ชาวสองล้อต้องรู้
- ภาพรวมสถานการณ์กฎหมายจักรยานไฟฟ้าในปัจจุบัน
- ถอดรหัสต้นตอของดราม่า: ทำไมข่าว พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้าจึงแพร่สะพัด?
- ข้อกฎหมายปัจจุบันที่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าต้องเผชิญ: สรุปข้อหาและค่าปรับ
- แนวโน้มกฎหมายในอนาคต: ประเทศไทยและเพื่อนบ้านกำลังมุ่งไปทางไหน
- เลือกจักรยานไฟฟ้าอย่างไรให้ถูกกฎหมายและปลอดภัย: ทางออกสำหรับผู้ใช้งานยุคใหม่
- บทสรุปและคำแนะนำสำหรับชาวสองล้อ
- ค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ ที่ GIANT Shopping Mall
ประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเกี่ยวกับหัวข้อ สรุปดราม่า ‘บังคับทำ พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้า’ ปี 2026: ข่าวลือหรือเรื่องจริง? วิเคราะห์แนวโน้มกฎหมายที่ชาวสองล้อต้องรู้ ได้สร้างความสับสนและกังวลใจให้แก่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจำนวนมาก หลายคนเผชิญกับความไม่แน่นอนว่ายานพาหนะคู่ใจที่ใช้เดินทางในชีวิตประจำวันจะกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ และต้องเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) หรือไม่ ปัญหาเหล่านี้เกิดจากความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายเดิมกับเทคโนโลยียานพาหนะที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกปรับโดยไม่รู้ตัว และขาดความมั่นใจในการเดินทาง
บทความนี้จะเจาะลึกข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อไขข้อกระจ่างว่าข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ พร้อมวิเคราะห์กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งาน ที่สำคัญที่สุดคือการชี้ทางออกที่ชัดเจนและปลอดภัยที่สุด ซึ่งก็คือการเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและถูกกฎหมายจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างสบายใจ แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ตัดปัญหาความกังวลเรื่องกฎหมายและค่าปรับที่อาจตามมาในอนาคต
ภาพรวมสถานการณ์กฎหมายจักรยานไฟฟ้าในปัจจุบัน
เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือต้องทราบประเด็นหลักที่ก่อให้เกิดความสับสนและการถกเถียงเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย การสรุปประเด็นสำคัญต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ไม่มี พ.ร.บ. ใหม่เฉพาะทาง: ณ ต้นปี 2569 ยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ฉบับใหม่สำหรับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ข่าวที่แพร่กระจายเป็นผลมาจากการตีความและการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีอยู่เดิมอย่างเข้มงวดขึ้น
- การบังคับใช้กฎหมายเดิมที่เข้มข้น: ดราม่าที่เกิดขึ้นมีต้นตอมาจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มกวดขันวินัยจราจรและบังคับใช้ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 กับยานพาหนะไฟฟ้าบางประเภทที่เข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามคำนิยามของกฎหมาย
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย: ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์สูงหรือทำความเร็วได้เกินกำหนด อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาใช้รถไม่จดทะเบียน ซึ่งมีโทษปรับสูงถึง 10,000 บาท และหากไม่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ อาจมีโทษเพิ่มเติมอีก
- ความสำคัญของการเลือกซื้อ: ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งานคือการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่สเปกไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย และใช้งานตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและค่าปรับต่างๆ
ถอดรหัสต้นตอของดราม่า: ทำไมข่าว พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้าจึงแพร่สะพัด?
ความเข้าใจผิดที่แพร่หลายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้าไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มา แต่มีรากฐานมาจากความซับซ้อนของกฎหมายปัจจุบันที่ยังตามไม่ทันนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสร้าง “พื้นที่สีเทา” ที่นำไปสู่การตีความและบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างกัน
ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีและกฎหมายเก่า
ปัญหาหลักเกิดจาก พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้กำกับดูแลยานพาหนะบนท้องถนน ถูกร่างขึ้นก่อนที่จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย กฎหมายดังกล่าวได้นิยาม “รถจักรยานยนต์” โดยพิจารณาจากกำลังของเครื่องยนต์เป็นหลัก ทำให้จักรยานไฟฟ้าสมรรถนะสูงบางรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้ามากเกินไป หรือทำความเร็วได้สูง อาจถูกเจ้าหน้าที่ตีความว่าเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะต้องดำเนินการจดทะเบียน เสียภาษี และทำ พ.ร.บ. ภาคบังคับ เช่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์ทั่วไป ช่องว่างนี้เองที่ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากซึ่งเข้าใจว่าตนเองขับขี่ “จักรยาน” ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายโดยไม่คาดคิด
การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นในปี 2569
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มบังคับใช้มาตรการต่างๆ อย่างจริงจังมากขึ้นในปี 2569 เพื่อลดอุบัติเหตุและจัดระเบียบการจราจร ซึ่งรวมถึงระบบตัดคะแนนใบขับขี่และการกวดขันจับกุมยานพาหนะที่ไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย การบังคับใช้ที่เข้มงวดนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เมื่อมีกรณีผู้ใช้ถูกจับและปรับเป็นเงินจำนวนมาก ข่าวจึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย จนเกิดความเข้าใจผิดว่ามีการออกกฎหมายใหม่เพื่อบังคับให้จักรยานไฟฟ้าทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วอย่างเคร่งครัดนั่นเอง
ข้อกฎหมายปัจจุบันที่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าต้องเผชิญ: สรุปข้อหาและค่าปรับ
เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าจำเป็นต้องทราบถึงข้อกฎหมายและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นสองส่วนหลัก คือ บทลงโทษตาม พ.ร.บ. รถยนต์ และกฎจราจรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
บทลงโทษตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
กฎหมายฉบับนี้เป็นหัวใจสำคัญของปัญหา หากจักรยานไฟฟ้าถูกตีความว่าเป็น “รถ” ที่ต้องจดทะเบียน ผู้ใช้จะมีความผิดตามมาตราต่างๆ ดังนี้:
- มาตรา 6: ห้ามมิให้ผู้ใดนำรถที่มิได้จดทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นข้อหาหลักที่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าสมรรถนะสูงมักจะเผชิญ
- มาตรา 64: ห้ามผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ผู้ที่ขับขี่จักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กฎจราจรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกเหนือจาก พ.ร.บ. รถยนต์แล้ว ยังมีกฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ ที่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงค่าปรับ:
- พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535: ห้ามขับขี่รถจักรยานหรือจักรยานยนต์บนทางเท้า หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท
- กฎการใช้ช่องทางจราจร: ผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าต้องขับขี่ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด หรือในช่องทางที่จัดไว้สำหรับจักรยานเท่านั้น ไม่ควรขับขี่ในเลนหลักที่เป็นช่องทางเดินรถของรถยนต์ความเร็วสูง
- การสวมหมวกนิรภัย: แม้จักรยานไฟฟ้าบางประเภทจะไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ตามประกาศที่เริ่มเข้มงวดขึ้นในปี 2568 เพื่อความปลอดภัย ผู้ขับขี่และผู้โดยสารควรสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง
| การกระทำความผิด | กฎหมายที่เกี่ยวข้อง | บทลงโทษสูงสุด |
|---|---|---|
| ใช้รถ (จักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่าย) โดยไม่จดทะเบียน | พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 (มาตรา 6) | ปรับไม่เกิน 10,000 บาท |
| ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ | พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 (มาตรา 64) | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
| ขับขี่บนทางเท้า | พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ พ.ศ. 2535 | ปรับไม่เกิน 5,000 บาท |
| ไม่สวมหมวกนิรภัย | พ.ร.บ. จราจรทางบก | ปรับไม่เกิน 500 บาท |
แนวโน้มกฎหมายในอนาคต: ประเทศไทยและเพื่อนบ้านกำลังมุ่งไปทางไหน
เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มในอนาคต จะเห็นได้ว่าหน่วยงานภาครัฐทั้งในไทยและต่างประเทศต่างตระหนักถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กให้มีความปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น
สถานการณ์ในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่มีการร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้าโดยตรงในปี 2569 แต่แนวโน้มที่ชัดเจนคือการบังคับใช้กฎหมายเดิมจะยังคงความเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะการเพ่งเล็งไปที่ยานพาหนะที่ไม่มีการจดทะเบียนและมีสมรรถนะสูง หากสถิติอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับจักรยานไฟฟ้ายังคงเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้สูงที่ในอนาคตจะมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายหรือออกข้อบังคับเพิ่มเติมเพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย กำหนดคุณสมบัติของยานพาหนะที่สามารถใช้งานบนทางสาธารณะได้ และอาจรวมถึงการกำหนดให้ยานพาหนะบางประเภทต้องมีการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ประสบเหตุ
บทเรียนจากต่างประเทศ: กรณีศึกษาจากมาเลเซีย
เมื่อมองไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย จะเห็นทิศทางที่ชัดเจนในการจัดการปัญหานี้ รัฐบาลมาเลเซียกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการแก้ไข “พระราชบัญญัติการขนส่งทางถนน” เพื่อให้ครอบคลุมยานพาหนะขนาดเล็ก (Micro-mobility vehicles) เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้าเป็นการเฉพาะ กฎหมายใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะกำหนดให้ยานพาหนะที่สามารถทำความเร็วเกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำเป็นต้องจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ สาเหตุหลักที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากความกังวลด้านความปลอดภัยหลังจากมีอุบัติเหตุร้ายแรงเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาความรำคาญที่เกิดจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ จนบางเทศบาลถึงกับสั่งห้ามใช้งานในพื้นที่ใจกลางเมือง และห้างสรรพสินค้าบางแห่งก็ห้ามจำหน่ายยานพาหนะประเภทนี้ กรณีของมาเลเซียสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มระดับภูมิภาคที่กฎหมายจะถูกปรับปรุงให้เข้มงวดขึ้นเพื่อสร้างความปลอดภัยและจัดระเบียบการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
เลือกจักรยานไฟฟ้าอย่างไรให้ถูกกฎหมายและปลอดภัย: ทางออกสำหรับผู้ใช้งานยุคใหม่
ท่ามกลางความสับสนทางกฎหมายและความเสี่ยงที่จะถูกปรับ ผู้ใช้งานจำนวนมากต่างตั้งคำถามว่าจะเลือกซื้อและใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย คำตอบไม่ได้อยู่ที่การหลีกเลี่ยงการใช้งาน แต่คือการเลือกซื้ออย่างชาญฉลาดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ การเลือกยานพาหนะที่มีคุณสมบัติและสเปกถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็น “จักรยาน” ไม่ใช่ “รถจักรยานยนต์” คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางได้อย่างสบายใจ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากผู้ใช้ซื้อจักรยานไฟฟ้าดัดแปลงหรือรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงเกินเกณฑ์ ซึ่งทำให้ยานพาหนะเหล่านั้นเข้าข่ายต้องจดทะเบียนทันที
การเลือกซื้อ จักรยานไฟฟ้า ที่ได้มาตรฐานจากผู้จัดจำหน่ายที่เชี่ยวชาญจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่ยั่งยืนที่สุด ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง สินค้าของเราทุกรุ่นถูกคัดสรรและตรวจสอบสเปกมาอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในเกณฑ์ของจักรยานที่สามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย มอเตอร์มีกำลังวัตต์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ในระดับที่ปลอดภัย ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตีความว่าเป็นรถจักรยานยนต์และเสี่ยงต่อการถูกปรับหลักหมื่น นอกจากนี้ เทรนด์การใช้งานในเมืองที่มุ่งเน้นความคล่องตัว ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังสอดคล้องกับรุ่นยอดนิยมของเราที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยเฉพาะ การลงทุนกับจักรยานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานจากเราไม่เพียงช่วยประหยัดค่าน้ำมันในแต่ละวัน แต่ยังเป็นการป้องกันค่าใช้จ่ายก้อนโตจากค่าปรับในระยะยาวอีกด้วย
ไม่ต้องเสี่ยงกับค่าปรับหลักหมื่น ไม่ต้องกังวลเรื่องการจดทะเบียน เลือกจักรยานไฟฟ้ามาตรฐานจาก GIANT Shopping Mall ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ถูกกฎหมาย 100%
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้ามาตรฐานจาก GIANT | จักรยานไฟฟ้าดัดแปลง/ไม่ได้มาตรฐาน |
|---|---|---|
| การปฏิบัติตามกฎหมาย | ผ่านการตรวจสอบ สเปกอยู่ในเกณฑ์กฎหมาย ไม่ต้องจดทะเบียน | มีความเสี่ยงสูง อาจถูกตีความเป็นรถจักรยานยนต์ ต้องจดทะเบียน |
| ความปลอดภัย | ระบบเบรก มอเตอร์ และโครงสร้างได้มาตรฐานความปลอดภัย | อุปกรณ์ไม่มีมาตรฐาน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย |
| การรับประกัน | มีการรับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ที่ชัดเจนจากผู้จำหน่าย | ส่วนใหญ่ไม่มีการรับประกัน หรือรับประกันระยะสั้น |
| บริการหลังการขาย | มีศูนย์บริการและอะไหล่รองรับ พร้อมให้คำปรึกษา | หาอะไหล่ซ่อมยาก ไม่มีช่างผู้ชำนาญ |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | ลงทุนครั้งเดียวจบ ไม่ต้องกังวลค่าปรับ เดินทางสบายใจ | ราคาซื้ออาจถูกกว่า แต่เสี่ยงต่อค่าปรับและค่าซ่อมบำรุงสูง |
บทสรุปและคำแนะนำสำหรับชาวสองล้อ
โดยสรุปแล้ว ดราม่าเรื่องการบังคับทำ พ.ร.บ. จักรยานไฟฟ้าในปี 2569 เป็นผลมาจากความเข้าใจผิดต่อการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีอยู่เดิมอย่างเข้มงวด มากกว่าที่จะเป็นการออกกฎหมายฉบับใหม่ สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานและมีสมรรถนะสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้เป็น “จักรยาน” มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดำเนินคดีและเสียค่าปรับจำนวนมาก
ดังนั้น เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:
- ตรวจสอบสเปกยานพาหนะ: ก่อนซื้อหรือใช้งาน ควรตรวจสอบกำลังมอเตอร์ (วัตต์) และความเร็วสูงสุดของจักรยานไฟฟ้าให้แน่ใจว่าไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์
- เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ: การซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่มีมาตรฐานอย่าง GIANT Shopping Mall จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพและสเปกถูกต้องตามกฎหมาย
- ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด: สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง ขับขี่ในช่องทางที่กำหนด ไม่ขับขี่บนทางเท้า และให้สัญญาณจราจรอย่างถูกต้อง
- ติดตามข่าวสาร: หมั่นติดตามข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การเตรียมความพร้อมและมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ช่วยให้ชาวสองล้อสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางที่สะดวกสบายและประหยัดด้วยยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจได้อย่างยั่งยืน
ค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ ที่ GIANT Shopping Mall
การเลือกจักรยานไฟฟ้าที่เหมาะสมไม่ได้จบแค่ดีไซน์ที่สวยงามหรือราคาที่ถูกใจ แต่ยังรวมถึงความมั่นใจในการขับขี่ที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านยานพาหนะไฟฟ้าที่พร้อมมอบทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เราจำหน่ายจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายรุ่นที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ โดยยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยและสเปกที่ถูกต้องตามกฎหมาย
หยุดความกังวลเรื่องค่าปรับและความไม่แน่นอนทางกฎหมาย แล้วมาเริ่มต้นการเดินทางที่ชาญฉลาดและสบายใจกับเราวันนี้
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

