เทรนด์นโยบายปี 2026! ลุ้นรัฐหนุนภาษี E-Bike ดัน EV ขนาดเล็ก
- ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
- บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
- ทำความเข้าใจภาพรวม: ทำไมเทรนด์นโยบาย EV ปี 2026 จึงส่งผลกระทบโดยตรง
- เจาะลึกโครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569 และผลกระทบต่อราคารถยนต์
- สัญญาณตลาด EV ชะลอตัว: โอกาสของ E-Bike และทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า
- E-Bike และ Micro-mobility: อนาคตของการเดินทางในเมือง
- สรุป และทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับการเดินทางของคุณ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเปลี่ยนจากการอ้างอิงขนาดเครื่องยนต์ (CC) มาเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ประเภทอื่นๆ การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้เกิดการวิเคราะห์ถึงทิศทางตลาดในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความเป็นไปได้ของ เทรนด์นโยบายปี 2026! ลุ้นรัฐหนุนภาษี E-Bike ดัน EV ขนาดเล็ก ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่น่าจับตามองสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางเลือกการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น การมองหายานพาหนะทางเลือกจึงไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
- โครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569 ที่อิงตามการปล่อย CO2 ส่งผลให้ราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม 0% เป็น 2% และทำให้รถยนต์สันดาปภายในที่มีการปล่อยมลพิษสูงมีราคาแพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ตลาด EV ทั่วโลกและในประเทศไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากการลดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐและสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ผลิตหลายค่ายหันกลับมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น
- ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-mobility) เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคในเมือง เนื่องจากความคล่องตัว ความประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- แม้ยังไม่มีการประกาศนโยบายสนับสนุนด้านภาษีสำหรับ E-Bike อย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางของนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีมาตรการส่งเสริมในอนาคตอันใกล้
- การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับการใช้งานและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่ง E-Bike ตอบโจทย์ทั้งในด้านความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปี 2569 กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการปรับโครงสร้างภาษีที่ทำให้ราคารถยนต์ส่วนใหญ่สูงขึ้น ไม่เว้นแม้แต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เคยได้รับการยกเว้นภาษีมาก่อน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและการลดเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากต้องทบทวนแผนการซื้อรถยนต์ใหม่ ปัญหานี้สร้างแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน ทั้งจากราคาพลังงานที่ไม่แน่นอนและค่าบำรุงรักษายานยนต์ที่สูงขึ้น ในสภาวะเช่นนี้ การมองหาทางออกที่ยั่งยืนและคุ้มค่าจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน การเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-mobility) อย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นคำตอบที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย มีความคล่องตัวในการเดินทางในเมือง และตอบรับเทรนด์รักษ์โลกอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือและการรับประกันคุณภาพที่ทำให้ทุกการลงทุนคุ้มค่าที่สุด
ทำความเข้าใจภาพรวม: ทำไมเทรนด์นโยบาย EV ปี 2026 จึงส่งผลกระทบโดยตรง
การบังคับใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา ได้สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นโยบายดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการกำหนดราคารถยนต์รุ่นใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแปรที่กำหนดทิศทางการเดินทางและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในอนาคตอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบุคคลทั่วไปที่ใช้รถยนต์ในการเดินทางไปทำงาน นักศึกษาที่ต้องการความคล่องตัวและประหยัดค่าใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องพึ่งพายานพาหนะในการขนส่ง เหตุผลที่เทรนด์นี้มีความสำคัญเนื่องจากมันกระทบโดยตรงกับ “กระเป๋าเงิน” ของทุกคน ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์หนึ่งคันไม่ได้มีเพียงราคาซื้อ แต่ยังรวมถึงภาษี ค่าพลังงาน และค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ซึ่งนโยบายใหม่นี้ทำให้ต้นทุนดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เจาะลึกโครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569 และผลกระทบต่อราคารถยนต์
การทำความเข้าใจในรายละเอียดของโครงสร้างภาษีใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถวางแผนการเงินและเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับความต้องการได้อย่างดีที่สุด การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์โดยกรมสรรพสามิตในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์จากขนาดเครื่องยนต์ (CC) สู่การปล่อยมลพิษ (CO2)
ในอดีต การคำนวณภาษีสรรพสามิตรถยนต์จะอิงตามขนาดความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ (CC) ซึ่งเป็นมาตรวัดทางกายภาพ แต่เกณฑ์ใหม่ได้เปลี่ยนไปใช้ “อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” (กรัมต่อกิโลเมตร) เป็นตัวชี้วัดหลัก การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า และในทางกลับกัน รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูงจะต้องแบกรับภาระภาษีที่หนักขึ้น
กลุ่มยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบหลัก
การปรับโครงสร้างภาษีส่งผลกระทบต่อยานยนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันไป ดังนี้:
- รถยนต์ไฟฟ้า (EV): กลุ่มที่น่าจับตามองที่สุดคือรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ซึ่งจากเดิมได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต (อัตรา 0%) ได้ถูกปรับขึ้นเป็น 2% แม้จะดูเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก แต่เมื่อรวมกับราคารถยนต์ที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ก็ทำให้ราคาจำหน่ายปลายทางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะไฟฟ้าและ EV ขนาดเล็ก
- รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) และไฮบริด (Hybrid): รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงรถไฮบริด (HV/PHEV) จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราเริ่มต้นที่ 13% และจะเพิ่มขึ้นตามขั้นบันไดหากมีอัตราการปล่อย CO2 สูง ซึ่งอาจสูงถึง 10% หรือมากกว่านั้น ทำให้ราคารถยนต์กลุ่มนี้โดยรวมแพงขึ้น โดยเฉพาะรุ่นเก่าที่ไม่ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษใหม่
- การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุน: ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างภาษี มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐที่เคยช่วยลดราคารถ EV ได้ถึงคันละกว่า 100,000 บาท ได้สิ้นสุดลง ทำให้แรงจูงใจในการซื้อรถ EV ลดน้อยลงไปอีก ส่งผลให้ผู้ซื้อต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนมากขึ้น
สัญญาณตลาด EV ชะลอตัว: โอกาสของ E-Bike และทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า
ท่ามกลางความผันผวนของนโยบายและราคาพลังงาน การมองหาทางเลือกการเดินทางที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การชะลอตัวของตลาด EV ได้เปิดประตูให้ยานยนต์ทางเลือกอย่าง E-Bike เข้ามามีบทบาทและกลายเป็นคำตอบสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่
ภาพรวมตลาดโลกและผลกระทบในไทย
ข้อมูลวิจัยชี้ให้เห็นว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาและการที่รัฐบาลหลายประเทศลดหรือยกเลิกมาตรการอุดหนุน สถานการณ์นี้ส่งผลให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่งต้องปรับกลยุทธ์ หันกลับไปให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์ไฮบริดซึ่งเป็นทางออกที่อยู่ระหว่างกลางและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนมาถึงตลาดในประเทศไทยเช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ให้ข้อสังเกตว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างรถไฮบริดและรถ EV ซึ่งผู้บริโภคจำเป็นต้องพิจารณาจากรูปแบบการใช้งานจริงเป็นหลัก
ทางออกที่ชาญฉลาดในยุคแห่งความผันผวน
เมื่อการเป็นเจ้าของรถยนต์หนึ่งคันมีต้นทุนที่สูงขึ้นและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากราคาตัวรถ ภาษี และค่าพลังงาน คำถามที่สำคัญคือ “มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าหรือไม่?” คำตอบคือ “มี” และทางเลือกนั้นคือยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ Micro-mobility
ในขณะที่ตลาดรถยนต์กำลังอยู่ในช่วงขาลง กระแสความนิยมของ จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือทางออกที่แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด:
- ความคุ้มค่าด้านราคา: ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการลงทุนกับ E-Bike นั้นต่ำกว่าการซื้อรถยนต์หลายสิบเท่า ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายจุกจิกเรื่องภาษีประจำปี ค่าประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างมหาศาล
- เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์: E-Bike สมัยใหม่จาก GIANT Shopping Mall มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ให้ระยะทางไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ให้พละกำลังเพียงพอสำหรับการเดินทางในเมือง และฟีเจอร์ความปลอดภัยครบครัน นี่คือยานพาหนะที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ไม่ใช่ของเล่น
- สอดรับกับเทรนด์ตลาด: ขณะที่ผู้คนกำลังลังเลระหว่าง EV และไฮบริด ผู้บริโภคที่ชาญฉลาดได้ก้าวข้ามไปอีกขั้นด้วยการเลือกใช้ E-Bike ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและการลดมลพิษ การเป็นเจ้าของ E-Bike รุ่นยอดนิยมจาก GIANT Shopping Mall ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาการเดินทาง แต่ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ลงทุนครั้งเดียวจบ! เป็นเจ้าของ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall วันนี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีรถยนต์ที่ผันผวน ไม่ต้องจ่ายค่าพลังงานแพงๆ พร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
| รายการค่าใช้จ่าย | รถยนต์สันดาป (Eco Car) | รถยนต์ไฟฟ้า (Small EV) | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น (โดยประมาณ) | 600,000 บาท | 800,000 บาท | 15,000 บาท |
| ค่าพลังงาน (ต่อปี) | ~30,000 บาท | ~10,000 บาท | ~1,500 บาท |
| ค่าภาษีและประกันภัย (ต่อปี) | ~20,000 บาท | ~18,000 บาท | 0 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา (ต่อปี) | ~8,000 บาท | ~5,000 บาท | ~500 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายปีแรก (โดยประมาณ) | 658,000 บาท | 833,000 บาท | 17,000 บาท |
E-Bike และ Micro-mobility: อนาคตของการเดินทางในเมือง
เมื่อภาพรวมของตลาดรถยนต์ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย สปอตไลท์จึงส่องมาที่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ Micro-mobility ซึ่งกำลังกลายเป็นพระเอกสำหรับการเดินทางในเขตเมืองอย่างแท้จริง แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่จักรยานไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว
ความเป็นไปได้ของนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลไทยจะออกมาตรการสนับสนุนด้านภาษีสำหรับ E-Bike โดยตรง แต่เมื่อพิจารณาจากทิศทางของนโยบายพลังงานสะอาดและการมุ่งเป้าไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถือเป็นขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง การผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ E-Bike จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมการประหยัดพลังงานในภาพรวมได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ แนวโน้มอุตสาหกรรม E-Bike ทั่วโลกในปี 2026 ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลไทยต้องพิจารณาออกมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดนี้
ข้อได้เปรียบของการเลือกใช้ E-Bike ในยุคปัจจุบัน
การตัดสินใจเลือกใช้ E-Bike ในสถานการณ์ปัจจุบันมีข้อดีที่จับต้องได้หลายประการ:
- ความประหยัดสูงสุด: ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้านั้นน้อยกว่าการเติมน้ำมันอย่างเทียบไม่ติด และยังปลอดภาระค่าบำรุงรักษาที่ซับซ้อน
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การเดินทางด้วย E-Bike ไม่มีการปล่อยไอเสีย ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดฝุ่น PM2.5 ในเมือง
- ส่งเสริมสุขภาพ: แม้จะมีมอเตอร์ช่วย แต่ผู้ขับขี่ยังคงได้ออกกำลังกายเบาๆ ซึ่งดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต
- ความคล่องตัวสูง: สามารถลัดเลาะไปตามเส้นทางต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงปัญหารถติด และหาที่จอดได้ง่ายกว่ารถยนต์หลายเท่า
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่นมาตรฐาน | E-Bike แบบพับได้ | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
|---|---|---|---|
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 40 – 60 กม. | 30 – 50 กม. | 25 – 40 กม. |
| ความเร็วสูงสุด | 25 – 35 กม./ชม. | 25 กม./ชม. | 25 กม./ชม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 20 – 25 กก. | 15 – 20 กก. | 12 – 18 กก. |
| การใช้งานที่เหมาะสมที่สุด | การเดินทางระยะกลาง, การออกกำลังกาย, การใช้งานทั่วไป | การเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ, ผู้ที่มีพื้นที่จำกัด | การเดินทางระยะสั้น, “Last-mile” จากสถานีรถไฟฟ้า |
สรุป และทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับการเดินทางของคุณ
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เทรนด์นโยบายปี 2026! ลุ้นรัฐหนุนภาษี E-Bike ดัน EV ขนาดเล็ก ไม่ใช่เป็นเพียงการคาดการณ์ แต่เป็นทิศทางที่มีความเป็นไปได้สูง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภาษีที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และความไม่แน่นอนของตลาด EV การเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความประหยัด ความคล่องตัว และความยั่งยืน
การลงทุนใน E-Bike วันนี้ คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต เป็นการปลดล็อกอิสระในการเดินทางโดยไม่ต้องกังวลกับราคาพลังงานที่ผันผวนหรือค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ ที่มาพร้อมกับรถยนต์
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike คุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทาง พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายที่ครบวงจร เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับการเดินทางในทุกๆ วัน
ติดต่อสอบถามและเลือกชมสินค้าได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น: FACEBOOK PAGE
สั่งซื้อหรือสอบถามทางไลน์: LINE
เยี่ยมชมเว็บไซต์และ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

