Micromobility เทรนด์โลก: E-Bike ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่
Micromobility กำลังกลายเป็นกระแสหลักของการเดินทางในเมืองทั่วโลก โดยเฉพาะยานพาหนะขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น ท่ามกลางปัญหาการจราจรที่แออัดและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น เทรนด์นี้จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนเมืองยุคใหม่
- Micromobility คือ การเดินทางระยะสั้นในเขตเมืองโดยใช้ยานพาหนะน้ำหนักเบา เช่น จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ตลาด Micromobility ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าสูงถึง 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
- เทรนด์ EV 2568 มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมด้านความปลอดภัย เช่น ระบบ AI, เซ็นเซอร์, และ GPS เพื่อตรวจจับอุบัติเหตุและการใช้งานที่ผิดกฎหมาย
- เมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางรูปแบบนี้ เช่น การเพิ่มช่องทางจักรยานและกำหนดเขตจำกัดความเร็ว
- จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในการแก้ปัญหาการเดินทางในเมือง เนื่องจากมีระบบมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และเทคโนโลยีช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง
Micromobility คืออะไรและเหตุใดจึงกลายเป็นเทรนด์สำคัญ
Micromobility เทรนด์โลก: E-Bike ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของวิถีการเดินทางในเมือง การเดินทางรูปแบบนี้หมายถึงการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กและน้ำหนักเบาสำหรับการเดินทางในระยะทางสั้นๆ ซึ่งเป็นระยะทางส่วนใหญ่ของการเดินทางในแต่ละวันของคนเมือง ยานพาหนะเหล่านี้มักเป็นระบบไฟฟ้า เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) ซึ่งมอบความยืดหยุ่นและความยั่งยืนที่การเดินทางรูปแบบเดิมให้ไม่ได้
นิยามของการเดินทางระยะสั้นในเมือง
Micromobility มุ่งเน้นไปที่การเดินทาง “ไมล์แรก” และ “ไมล์สุดท้าย” (first-mile/last-mile) ซึ่งคือระยะทางสั้นๆ จากบ้านไปยังระบบขนส่งสาธารณะ หรือจากสถานีไปยังที่ทำงาน การเดินทางรูปแบบนี้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของระบบขนส่งมวลชน ทำให้การเดินทางโดยรวมสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ยานพาหนะที่ใช้จะต้องมีน้ำหนักเบา คล่องตัว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของชีวิตเมืองที่เร่งรีบ
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ Micromobility ได้รับความนิยม
หลายปัจจัยผลักดันให้ Micromobility กลายเป็นเทรนด์ระดับโลก ปัจจัยหลักคือปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหามลพิษทางอากาศกระตุ้นให้ผู้คนมองหาทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น อีกทั้งราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้คนหันมาพิจารณายานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่ำกว่ารถยนต์อย่างมาก ข้อมูลระบุว่า 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกพร้อมที่จะเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์มาเป็นทางเลือกอื่น และโครงการพัฒนาใหม่ๆ กว่า 70% มุ่งเป้าไปที่พื้นที่เมืองหนาแน่น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับ Micromobility
การเติบโตของตลาด Micromobility ทั่วโลก
ตลาด Micromobility ทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภคและแรงสนับสนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ตัวเลขการคาดการณ์ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่สดใสของการเดินทางรูปแบบใหม่นี้
ภาพรวมมูลค่าตลาดและการคาดการณ์ในอนาคต
ข้อมูลการวิจัยตลาดแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจ:
- ตลาด Micromobility ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 62,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 75,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568
- ในช่วงปี 2568-2572 ตลาดนี้คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 26.4% และมีมูลค่าสูงถึง 186,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การประเมินอีกแหล่งหนึ่งระบุว่าตลาดมีมูลค่า 160,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากบริการแบ่งปัน (Sharing) สกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยี
ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่า Micromobility ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังจะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศการเดินทางในเมือง โดยเฉพาะยอดขายจักรยานไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 25% ในอีก 5 ปีข้างหน้า และการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเมืองใหญ่ที่เพิ่มขึ้นถึง 30%
แนวโน้มการเติบโตในภูมิภาคต่างๆ
การเติบโตของตลาด Micromobility มีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดยมีเอเชียและยุโรปเป็นผู้นำตลาด แต่ภูมิภาคอื่นก็มีศักยภาพในการเติบโตสูงเช่นกัน
| ภูมิภาค/พื้นที่สำคัญ | การคาดการณ์การเติบโต | ยานพาหนะยอดนิยม |
|---|---|---|
| จีน | เติบโตสองเท่าเป็น 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ; การใช้งานเพิ่มขึ้น 30% ต่อปี | จักรยานไฟฟ้า, โมเปดไฟฟ้า |
| ยุโรป | เติบโตถึง 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | จักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
| อเมริกาเหนือ | เติบโตถึง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า |
| อินเดีย/อินโดนีเซีย | เติบโตกว่า 60% ต่อปีสำหรับรถสองล้อไฟฟ้า | โมเปดไฟฟ้า |
| ตะวันออกกลาง/แอฟริกา | เติบโตถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | N/A |
โดยเฉพาะในจีน มีการเติบโตของการใช้งานถึง 30% ต่อปี และญี่ปุ่นตั้งเป้าผู้ใช้งาน 1.5 ล้านคนภายในปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับอย่างกว้างขวางในทวีปเอเชีย
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): คำตอบของการเดินทางในเมืองใหญ่
ท่ามกลางยานพาหนะ Micromobility ที่หลากหลาย จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike โดดเด่นขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองได้อย่างครอบคลุมที่สุด ด้วยการผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายเบาๆ และเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยผ่อนแรง ทำให้การเดินทางไกลขึ้นและง่ายขึ้น
การตอบสนองต่อวิถีชีวิตคนเมือง
E-Bike แก้ปัญหาสำคัญหลายประการสำหรับผู้ใช้งานในเมือง:
- การเดินทางไกล: มอเตอร์ช่วยผ่อนแรงทำให้สามารถเดินทางได้ไกลกว่าจักรยานธรรมดาโดยไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป เหมาะสำหรับการเดินทางไปทำงาน
- ประสิทธิภาพสูง: มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานช่วยลดความกังวลเรื่องพลังงานหมดระหว่างทาง
- ลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety): เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การแสดงผลระยะทางที่เหลือเป็นเวลา ช่วยให้ผู้ใช้งานวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ
- ความยั่งยืน: เป็นทางเลือกการเดินทางที่ไม่ปล่อยมลพิษ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
เมืองใหญ่ในยุโรป เช่น มิลาน โรม ลิสบอน บาร์เซโลนา และปารีส กำลังลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานจักรยานอย่างจริงจัง เช่น การเพิ่มช่องทางจักรยานหลายร้อยกิโลเมตร ขณะที่เยอรมนีสนับสนุนด้วยการจำกัดความเร็วรถยนต์ในเขตเมืองที่ 30 กม./ชม. และออกตั๋วขนส่งสาธารณะราคาถูก
นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2568
เทรนด์ EV 2568 ในกลุ่ม Micromobility มุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสบการณ์และความปลอดภัยของผู้ใช้งานผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง บริษัทสตาร์ทอัพทั่วโลกกำลังแข่งขันกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
นวัตกรรมจากสตาร์ทอัพชั้นนำ:
- Grundler Bikes: พัฒนา E-Bike ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยสายพานคาร์บอน (Carbon belt drive) ซึ่งทนทานและต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่าโซ่ พร้อมเซ็นเซอร์แรงบิด (Torque sensor) เพื่อการตอบสนองของมอเตอร์ที่นุ่มนวล และแบตเตอรี่แบบถอดได้เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการชาร์จ
- ILUS Bike: นำเสนอจักรยานไฟฟ้าสำหรับบริการ Sharing ที่มีน้ำหนักเบา ติดตั้ง GPS และออกแบบเป็นโมดูลเพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุง
- Punk Electric: สร้างความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมยางที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ (Self-healing tires) เพื่อลดปัญหาสำหรับผู้ใช้งาน
- นวัตกรรมอื่นๆ: รวมถึงระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัส, อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย, การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดการกลุ่มยานพาหนะ (Fleet management) และการออกแบบที่เน้นน้ำหนักเบา
ศูนย์กลางของสตาร์ทอัพด้าน Micromobility กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่อย่างลอนดอน บังกาลอร์ ดูไบ เบอร์ลิน และปารีส ซึ่งเป็นแหล่งรวมของนวัตกรรมที่จะกำหนดทิศทางของตลาดในอนาคต
ความท้าทายและบริบทที่กว้างขึ้นของการเดินทางยุคใหม่
แม้ว่า Micromobility จะมีศักยภาพมหาศาล แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ ทั้งในด้านความปลอดภัย กฎระเบียบ และการปรับตัวของเมืองให้เข้ากับการเดินทางรูปแบบใหม่นี้
ความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานในเมือง
ความปลอดภัยยังคงเป็นข้อกังวลหลัก แม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุก็ตาม บริษัทอย่าง Bolt กำลังทดสอบระบบที่ใช้ AI, เซ็นเซอร์, กล้อง และ GPS เพื่อตรวจจับอุบัติเหตุหรือการขับขี่บนทางเท้าในเมืองซานโฮเซ แต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ทั้งการสร้างช่องทางสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กที่ปลอดภัยและแยกออกจากรถยนต์ รวมถึงการออกกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อควบคุมการใช้งาน
การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ด้านการเดินทาง
การเติบโตของ Micromobility เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งคือการปรับเปลี่ยนมุมมองการออกแบบเมืองจากการยึดรถยนต์เป็นศูนย์กลาง (Car-centric) ไปสู่การให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะ, บริการ Sharing, และยานพาหนะความเร็วต่ำ แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG), การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ในบริบทนี้ E-Bike และยานพาหนะ Micromobility อื่นๆ ไม่ได้เข้ามาแทนที่ระบบขนส่งมวลชน แต่ทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมที่สำคัญ ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางให้สมบูรณ์และไร้รอยต่อมากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบของศูนย์กลางการเดินทาง (Mobility hub) และระบบการเดินทางหลายรูปแบบ (Intermodal systems) ที่ผสมผสานการเดินทางหลากหลายประเภทเข้าด้วยกัน
สรุป: อนาคตของการเดินทางในเมืองกับ Micromobility
Micromobility ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมากกว่าเทรนด์ แต่เป็นวิวัฒนาการที่จำเป็นของการเดินทางในเมือง ด้วยการเติบโตของตลาดที่แข็งแกร่งและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จักรยานไฟฟ้าและยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลขนาดเล็กอื่นๆ กำลังกลายเป็นคำตอบที่ยั่งยืนสำหรับปัญหาการจราจร มลพิษ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูง การปรับตัวของเมืองต่างๆ ทั่วโลกเพื่อรองรับการเดินทางรูปแบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตที่การเดินทางจะมีความยืดหยุ่น สะดวก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่มองหาโซลูชันการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางของคุณ
เยี่ยมชมและเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @705dancc
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
ร้านเปิดบริการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
