เจาะลึกมาตรการรัฐ EV ใหม่! E-Bike มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนไหม?
รัฐบาลได้อนุมัติการปรับปรุงมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งสร้างความสนใจอย่างกว้างขวางต่อทิศทางตลาดและสิทธิประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ นำมาสู่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ เจาะลึกมาตรการรัฐ EV ใหม่! E-Bike มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนไหม? บทความนี้จะวิเคราะห์รายละเอียดของนโยบายล่าสุด เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่ายานยนต์ประเภทใดบ้างที่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ประโยชน์ และจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) อยู่ในขอบเขตของมาตรการนี้หรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรการ EV ล่าสุด
- เป้าหมายหลัก: มาตรการ EV3 และ EV3.5 มุ่งเน้นการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), และรถยนต์ไฮบริด (HEV/MHEV) เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก
- ขอบเขตของมาตรการ: นโยบายปัจจุบันยังไม่มีการระบุถึงการให้เงินอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน
- การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: มีการขยายระยะเวลาการจำหน่ายและจดทะเบียนสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ พร้อมปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการ
- ผลกระทบด้านราคา: รถยนต์ EV นำเข้าจะสิ้นสุดการได้รับเงินอุดหนุนบางส่วนและมีอัตราภาษีสรรพสามิตที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสูงขึ้น ในขณะที่รถที่ผลิตในประเทศยังคงได้รับการสนับสนุนบางส่วนภายใต้เงื่อนไขใหม่
- แนวทางสำหรับผู้สนใจ E-Bike: ผู้ที่สนใจสิทธิประโยชน์สำหรับจักรยานไฟฟ้า ควรติดตามประกาศนโยบายเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอาจมีมาตรการแยกต่างหากในอนาคต
ภาพรวมมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV3 และ EV3.5
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ EV3 และ EV3.5 ซึ่งเป็นความต่อเนื่องของนโยบายที่ต้องการผลักดันการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในระยะยาว
เป้าหมายหลักของนโยบาย
นโยบายดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์หลักหลายประการ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เป้าหมายสำคัญประกอบด้วย:
- การส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิต EV ระดับโลก: ดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ และสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
- การเพิ่มความยืดหยุ่นและป้องกันปัญหาในตลาด: ป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาด (Oversupply) และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอุตสาหกรรม
- การมุ่งสู่เป้าหมายยานยนต์ไร้มลพิษ (ZEV): สนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- การกระตุ้นการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ: ส่งเสริมให้ผู้ผลิตหันมาใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทาน
สาระสำคัญของการปรับปรุงมาตรการ
การปรับปรุงนโยบาย EV3 และ EV3.5 ได้กำหนดเงื่อนไขและกรอบเวลาใหม่ที่ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคสามารถวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
1. การขยายกรอบเวลาจำหน่ายและจดทะเบียน: เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเพียงพอในการบริหารจัดการสต็อกและการผลิต จึงมีการขยายกำหนดเวลาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ
| มาตรการ | กำหนดการจำหน่ายภายใน | กำหนดการจดทะเบียนได้ถึง |
|---|---|---|
| EV3 | 31 ธันวาคม 2568 | 31 มกราคม 2569 |
| EV3.5 | 31 ธันวาคม 2570 | 31 มกราคม 2571 |
2. การขยายการผลิตข้ามมาตรการ: ผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการ EV3 สามารถนำยอดการผลิตไปชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ EV3.5 ได้ เพื่อรักษาฐานการผลิตและบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง
3. การผ่อนผันการนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่: อนุญาตให้นำเข้าเซลล์แบตเตอรี่และนับเป็นมูลค่าได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10% ของราคารถ เพื่อเร่งรัดให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศในระยะต่อไป
4. การปรับปรุงเงื่อนไขการชดเชย: มีการปรับปรุงการนับยอดชดเชยการส่งออกสำหรับมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 เป็น 1.5 เท่า และขยายเวลาจดทะเบียนเพิ่มอีก 1 เดือน เพื่อสร้างแรงจูงใจและเพิ่มความเข้มข้นของเงินอุดหนุน
ผลกระทบต่อตลาดและราคายานยนต์ไฟฟ้า
การเปลี่ยนแปลงนโยบายย่อมส่งผลโดยตรงต่อกลไกตลาดและโครงสร้างราคาของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งสามารถแบ่งผลกระทบออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มยานยนต์นำเข้าและกลุ่มที่ผลิตในประเทศ
กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าประเภทนำเข้า
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), และรถยนต์ไฮบริด (HEV/MHEV) ที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การสิ้นสุดเงินอุดหนุนจำนวน 75,000 บาท นอกจากนี้ อัตราภาษีสรรพสามิตจะถูกปรับกลับไปเป็น 10% จากเดิมที่เคยได้รับการลดหย่อนเหลือเพียง 2% การเปลี่ยนแปลงทั้งสองส่วนนี้คาดว่าจะส่งผลให้ราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 120,000–300,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและเซกเมนต์ของรถ
กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ
ในทางกลับกัน รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศยังคงได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วนเพื่อรักษาระดับราคาที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม เงินอุดหนุนภายใต้มาตรการ EV3.5 จะมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับมาตรการก่อนหน้า ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการผลิตสำหรับปี 2569 เป็นต้นไป
ตัวอย่างเช่น ค่ายรถยนต์ MG ได้ประกาศยืนราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่เข้าร่วมมาตรการ EV3.0 (เช่น MG4, MG S5) โดยไม่ปรับลดราคาลง แต่จะเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์การตลาดอื่น ๆ เช่น การเพิ่มแคมเปญส่งเสริมการขายที่คุ้มค่า เพื่อดึงดูดผู้บริโภคแทน
เจาะลึกมาตรการรัฐ EV ใหม่! E-Bike มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนไหม?
มาถึงคำถามสำคัญที่ผู้ใช้ยานยนต์สองล้อไฟฟ้าจำนวนมากให้ความสนใจ จากการตรวจสอบสาระสำคัญของมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV3 และ EV3.5 ที่ได้รับการอนุมัติล่าสุด พบว่านโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ประเภทรถยนต์นั่งเป็นหลัก
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลในมาตรการ EV3 และ EV3.5 ที่ระบุถึงการให้เงินอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ขอบเขตของมาตรการครอบคลุมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), และรถยนต์ไฮบริด (HEV/MHEV) รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
ดังนั้น ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อ E-Bike โดยคาดหวังว่าจะได้รับเงินอุดหนุนหรือการลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการนี้ จะยังไม่ได้รับสิทธิ์ประโยชน์ดังกล่าว เหตุผลหลักคือเป้าหมายของนโยบายมุ่งเน้นการสร้างฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และมีห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนกว่า
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการสนับสนุนยานยนต์สองล้อไฟฟ้าเลยในอนาคต มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจจะออกมาตรการแยกต่างหากเพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะมาจากหน่วยงานอย่างกระทรวงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดต่อไป
ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ EV3.0
มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในระยะแรก (EV3.0) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด EV ในช่วงที่ผ่านมา ตัวอย่างรายชื่อผู้ประกอบการบางส่วนที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่:
- บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด
- บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด
- บริษัท ไทย ฮอนด้า จำกัด
การเข้าร่วมของผู้ประกอบการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคเอกชนในการตอบรับนโยบายภาครัฐ และเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
โดยสรุป มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV3 และ EV3.5 ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน แม้ว่ามาตรการนี้จะส่งผลให้ราคารถยนต์ EV นำเข้าปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
สำหรับคำถามที่ว่า E-Bike มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนหรือไม่ คำตอบที่ชัดเจนในปัจจุบันคือ “ยังไม่มี” เนื่องจากนโยบายนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถยนต์เป็นหลัก ผู้ที่สนใจยานยนต์สองล้อไฟฟ้ายังคงต้องรอความชัดเจนจากนโยบายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทิศทางของตลาด EV ไทยกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของภูมิภาค และการสนับสนุนจากภาครัฐจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมต่อไป
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
แม้ว่ามาตรการรัฐในปัจจุบันจะยังไม่ครอบคลุมถึงจักรยานไฟฟ้า แต่การเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อยังคงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางในเมืองที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า, E-Bike, หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์
สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ร้าน หรือติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
