จักรยานไฟฟ้าลุยฝนได้ไหม? วิธีดูแล E-Bike ให้ปลอดภัยในหน้าฝน
คำถามที่ว่า จักรยานไฟฟ้าลุยฝนได้ไหม? วิธีดูแล E-Bike ให้ปลอดภัยในหน้าฝน กลายเป็นข้อสงสัยสำคัญสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนที่การเดินทางอาจไม่สะดวกดังเดิม บทความนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขีดความสามารถในการกันน้ำของจักรยานไฟฟ้า ข้อควรปฏิบัติขณะขับขี่กลางสายฝน และขั้นตอนการบำรุงรักษาที่ถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานของยานพาหนะคู่ใจ
ประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้ E-Bike ต้องรู้

- จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อฝนตกปรอยๆ ถึงปานกลางได้ แต่ไม่สามารถกันน้ำได้ 100% และไม่ควรขับขี่ลุยน้ำท่วมสูง
- การดูแลหลังการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเช็ดส่วนประกอบหลักอย่างแบตเตอรี่ มอเตอร์ และขั้วต่อไฟฟ้าให้แห้งสนิทก่อนทำการชาร์จ
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงในการทำความสะอาด เพราะอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปสร้างความเสียหายแก่ระบบไฟฟ้าภายในได้
- การขับขี่บนถนนเปียกลื่นต้องใช้ความระมัดระวังสูง ควรลดความเร็วและเพิ่มระยะเบรกให้มากกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- การเลือกซื้อ E-Bike จากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีบริการหลังการขายและอะไหล่รองรับ จะช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาจากความชื้น
การใช้งานจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศของประเทศไทยที่มีฝนตกชุกเป็นเวลานานหลายเดือน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าเหล่านี้ท่ามกลางสายฝน ปัญหาหลักที่พบคือความไม่แน่ใจว่า E-Bike สามารถทนทานต่อน้ำได้มากน้อยเพียงใด และควรดูแลรักษาอย่างไรเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน ปัญหาเหล่านี้หากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงและอายุการใช้งานที่สั้นลง การเลือกซื้อยานพาหนะจากแหล่งที่เชื่อถือได้เช่น GIANT Shopping Mall ซึ่งมีมาตรฐานสินค้าที่ชัดเจนและบริการหลังการขายที่ครอบคลุม จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศ
ความสามารถในการกันน้ำของจักรยานไฟฟ้า: ความจริงที่ต้องรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระดับการป้องกันน้ำของจักรยานไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้ทุกคน โดยทั่วไปแล้ว E-Bike ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนเรือดำน้ำ แต่มีความสามารถในการ “ทนน้ำ” ในระดับที่แตกต่างกันไปตามรุ่นและมาตรฐานของผู้ผลิต
มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating)
ผู้ผลิตมักจะระบุความสามารถในการป้องกันของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยค่า IP Rating (Ingress Protection Rating) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่บ่งบอกระดับการป้องกันของแข็งและของเหลว ตัวเลขหลักแรกหมายถึงการป้องกันของแข็ง (ฝุ่น) และตัวเลขหลักที่สองหมายถึงการป้องกันของเหลว (น้ำ) สำหรับจักรยานไฟฟ้า ค่าที่ควรให้ความสำคัญคือตัวเลขหลักที่สอง
| IP Rating (หลักที่สอง) | ระดับการป้องกัน | ความเหมาะสมในการใช้งานหน้าฝน |
|---|---|---|
| IPX4 | ป้องกันน้ำกระเซ็นได้จากทุกทิศทาง | เหมาะสำหรับฝนตกปรอยๆ หรือการขับขี่ผ่านถนนที่เปียก แต่ไม่ควรขับกลางฝนตกหนักต่อเนื่อง |
| IPX5 | ป้องกันการฉีดน้ำแรงดันต่ำได้จากทุกทิศทาง | ทนทานต่อฝนตกปานกลางได้ดี แต่ยังคงต้องระวังการฉีดน้ำโดยตรงที่อุปกรณ์ |
| IPX6 | ป้องกันการฉีดน้ำแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง | มีความทนทานสูง เหมาะกับการใช้งานในสภาพฝนตกหนักได้ |
| IPX7 | สามารถจมน้ำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที | ป้องกันได้ดีเยี่ยม แต่ไม่ได้หมายความว่าควรนำไปจมน้ำ เป็นเพียงมาตรฐานการทดสอบ |
จักรยานไฟฟ้าทั่วไปทนฝนได้ระดับใด
จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักมีค่า IP Rating อยู่ที่ประมาณ IPX4 ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ ถึงปานกลาง ส่วนประกอบสำคัญ เช่น แบตเตอรี่, มอเตอร์, และกล่องควบคุม มักมีการซีลเพื่อป้องกันน้ำในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คำว่า “ทนฝน” ไม่ได้หมายความว่า “กันน้ำ” อย่างสมบูรณ์แบบ การนำจักรยานไปจอดตากฝนเป็นเวลานาน หรือการขับลุยแอ่งน้ำลึกจนส่วนประกอบสำคัญจมอยู่ใต้น้ำ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ ดังนั้น การตรวจสอบคู่มือการใช้งานของจักรยานไฟฟ้ารุ่นที่ใช้เพื่อดูค่า IP Rating ที่ผู้ผลิตระบุไว้จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำก่อนนำไปใช้งานในหน้าฝน
เทคนิคการขับขี่ E-Bike อย่างปลอดภัยท่ามกลางสายฝน
การขับขี่ในขณะที่ฝนตกไม่เพียงแต่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายของตัวรถ แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ด้วย สภาพถนนที่เปียกลื่นและทัศนวิสัยที่ลดลงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
การควบคุมความเร็วและระยะเบรก
พื้นถนนที่เปียกจะลดแรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้นผิวถนนลงอย่างมาก ส่งผลให้ระยะเบรกยาวขึ้นกว่าปกติ ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วลงประมาณ 20-30% จากความเร็วปกติที่เคยใช้ และเริ่มเบรกให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ควรใช้เบรกอย่างนุ่มนวล ค่อยๆ เพิ่มแรงกดแทนการเบรกกะทันหันซึ่งอาจทำให้ล้อล็อกและเสียการควบคุมได้ การใช้เบรกหน้าและหลังพร้อมกันอย่างสมดุลจะช่วยให้การชะลอความเร็วมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด
หลีกเลี่ยงแอ่งน้ำและพื้นที่น้ำท่วมขัง
สิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับระบบไฟฟ้าของ E-Bike คือการจมน้ำ การขับผ่านแอ่งน้ำลึกหรือบริเวณน้ำท่วมขังมีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะแทรกซึมเข้าไปในมอเตอร์ดุมล้อ (Hub Motor), กล่องควบคุม หรือช่องเสียบแบตเตอรี่ แม้ส่วนประกอบเหล่านี้จะมีการซีลป้องกัน แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทนต่อแรงดันน้ำขณะจมอยู่ใต้น้ำ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรประเมินความลึกของน้ำ หากน้ำสูงเกินแกนดุมล้อ ควรหาเส้นทางอื่นแทนจะปลอดภัยกว่า
จุดเสี่ยงบนพื้นถนนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
พื้นผิวบางประเภทจะลื่นกว่าปกติอย่างมากเมื่อเปียกน้ำ ผู้ขับขี่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับผ่านบริเวณต่อไปนี้:
- ฝาท่อระบายน้ำ: พื้นผิวโลหะของฝาท่อจะลื่นมากเมื่อเปียก ควรหลีกเลี่ยงการเบรกหรือเลี้ยวบนฝาท่อ
- เส้นจราจรและทางม้าลาย: สีที่ใช้ทาบนถนนมีแรงเสียดทานต่ำกว่ายางมะตอย
- ใบไม้เปียก: ใบไม้ที่กองรวมกันบนถนนเมื่อเปียกน้ำจะสร้างชั้นฟิล์มที่ลื่นมาก
- คราบน้ำมัน: บริเวณทางแยกหรือป้ายรถประจำทางมักมีคราบน้ำมันสะสม ซึ่งจะมองเห็นได้ยากเมื่อฝนตกและทำให้ถนนลื่นอย่างยิ่ง
การเตรียมความพร้อมก่อนออกจากบ้าน
ก่อนขับขี่ในวันที่ฝนตก ควรมีการตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย ได้แก่ การตรวจสอบแรงดันลมยางให้เหมาะสม เพราะยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงในการลื่นไถล ตรวจสอบการทำงานของระบบเบรกทั้งหน้าและหลัง และที่สำคัญคือการเปิดไฟหน้าและไฟท้ายแม้ในเวลากลางวัน เพื่อให้ยานพาหนะอื่นสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นในสภาพทัศนวิสัยที่ไม่ดี การสวมเสื้อผ้าสีสว่างหรือเสื้อกันฝนที่มีแถบสะท้อนแสงก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกทางหนึ่ง
วิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝน: ขั้นตอนสำคัญหลังการใช้งาน
การดูแลรักษาหลังจากขับขี่ลุยฝนเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการยืดอายุการใช้งานและป้องกันความเสียหายของระบบไฟฟ้า การปล่อยให้ความชื้นและสิ่งสกปรกเกาะติดอยู่บนตัวรถเป็นเวลานานอาจนำไปสู่การกัดกร่อนและไฟฟ้าลัดวงจรได้ แม้ว่าการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจะช่วยได้มาก แต่จุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่าคือการเลือก จักรยานไฟฟ้า ที่มีโครงสร้างและระบบการซีลป้องกันส่วนประกอบที่สำคัญมาเป็นอย่างดีตั้งแต่แรก ที่ GIANT Shopping Mall มีการคัดสรร E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด ตัวเฟรมผลิตจากวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อน และมีการออกแบบช่องเก็บแบตเตอรี่และกล่องควบคุมที่ปิดสนิท ลดโอกาสที่น้ำจะเข้าไปสร้างความเสียหายได้ตั้งแต่ต้นทาง
ขั้นตอนการทำความสะอาดเบื้องต้น
หลังจากกลับถึงที่พัก ควรดำเนินการทันทีดังนี้:
- ปิดระบบไฟฟ้า: ปิดสวิตช์หลักของจักรยานก่อนเริ่มทำความสะอาดทุกครั้ง
- เช็ดด้วยผ้าแห้ง: ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้านุ่มๆ เช็ดน้ำและคราบสกปรกออกจากตัวเฟรม, หน้าจอแสดงผล, แฮนด์, และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณขั้วต่อไฟฟ้าและช่องเสียบชาร์จ
- ทำความสะอาดโซ่และระบบขับเคลื่อน: หากมีโคลนหรือทรายติดอยู่ ควรใช้แปรงขนนุ่มปัดออก แล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นจึงหยอดน้ำมันหล่อลื่นโซ่เพื่อป้องกันสนิมและการสึกหรอ
การเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น เนื่องจากหลายรุ่นมีการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ระบบขับเคลื่อนที่ต้องการการบำรุงรักษาต่ำ หรือการเคลือบสีเฟรมด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้หมดกังวลเรื่องปัญหาการกัดกร่อนแม้ต้องเผชิญกับความชื้นบ่อยครั้ง
การจัดการแบตเตอรี่: หัวใจสำคัญของ E-Bike
แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่มีมูลค่าสูงและอ่อนไหวที่สุด การดูแลรักษาจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หากเป็นแบตเตอรี่แบบถอดได้ ควรถอดออกจากตัวรถหลังจากเช็ดภายนอกจนแห้งแล้ว จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดตัวแบตเตอรี่และขั้วเชื่อมต่ออีกครั้งอย่างระมัดระวัง รวมถึงเช็ดช่องติดตั้งแบตเตอรี่บนตัวรถให้แห้งสนิท นำแบตเตอรี่ไปเก็บไว้ในที่แห้งและมีอุณหภูมิห้อง ไม่ควรวางบนพื้นโดยตรง และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเพิ่งชาร์จแบตเตอรี่ทันที ต้องมั่นใจว่าทั้งตัวแบตเตอรี่และช่องเสียบชาร์จแห้งสนิท 100% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร
เลือก E-Bike คุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall วันนี้ คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ต้องกังวลกับปัญหาจุกจิกในหน้าฝน ด้วยการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขายที่พร้อมดูแล
ข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแล E-Bike หลังเปียกฝน
มีข้อควรระวังบางประการที่ผู้ใช้มักมองข้ามและอาจสร้างความเสียหายรุนแรงได้ นั่นคือ การใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ในการล้างทำความสะอาดจักรยานไฟฟ้า แรงดันน้ำที่สูงเกินไปสามารถแทรกซึมผ่านซีลยางเข้าไปยังมอเตอร์, ตลับลูกปืน, และกล่องควบคุมได้ แม้ว่าภายนอกจะดูสะอาด แต่ภายในอาจเกิดความชื้นสะสมและนำไปสู่ความเสียหายในระยะยาว วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ หรือสายยางที่ปรับแรงดันน้ำให้อยู่ในระดับต่ำเท่านั้น
| หัวข้อ | การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (E-Bike ทั่วไป) | ข้อได้เปรียบเมื่อเลือก GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|
| คุณภาพการซีล | ขึ้นอยู่กับมาตรฐานผู้ผลิตแต่ละราย อาจไม่ทนทานในระยะยาว | คัดสรรสินค้ารุ่นที่มีระบบซีลป้องกันน้ำและฝุ่นคุณภาพสูง ลดความเสี่ยงตั้งแต่แรก |
| การทำความสะอาด | ต้องใช้ความระมัดระวังสูงในการเช็ดและหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง | ออกแบบมาให้ดูแลรักษาง่าย วัสดุทนทานต่อการกัดกร่อน ทำความสะอาดได้สะดวกขึ้น |
| การรับมือปัญหา | หากมีน้ำเข้าระบบ อาจหาช่างผู้ชำนาญได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง | มีศูนย์บริการและทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด |
| ความพร้อมของอะไหล่ | อาจต้องรอสั่งอะไหล่จากต่างประเทศเป็นเวลานาน | มีสต็อกอะไหล่แท้พร้อมให้บริการ ทำให้การซ่อมแซมรวดเร็วและไม่กระทบการใช้งาน |
การบำรุงรักษาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike เชิงป้องกันในระยะยาว
นอกจากการดูแลหลังใช้งานทันทีแล้ว การบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมของยานพาหนะให้รับมือกับฤดูฝนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การจัดเก็บที่เหมาะสมในช่วงฤดูฝน
วิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องจักรยานไฟฟ้าจากความเสียหายเนื่องจากความชื้นคือการจอดในที่ร่มและแห้ง เช่น ในบ้าน, โรงจอดรถ, หรือใต้อาคารที่มีหลังคาคลุม การปล่อยให้จักรยานจอดตากฝนเป็นเวลานานๆ จะเพิ่มความเสี่ยงที่น้ำจะค่อยๆ ซึมเข้าไปในส่วนต่างๆ ได้ หากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้งชั่วคราว ควรหาผ้าคลุมรถที่กันน้ำมาคลุมไว้ และหากเป็นไปได้ ควรถอดแบตเตอรี่เข้าไปเก็บในที่แห้งเสมอ
อุปกรณ์เสริมที่ควรมีในหน้าฝน
การติดตั้งอุปกรณ์เสริมบางอย่างสามารถช่วยให้การขับขี่ในหน้าฝนสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น:
- บังโคลน (Fenders/Mudguards): เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่ง ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำและโคลนจากล้อกระเด็นขึ้นมาใส่ตัวผู้ขับขี่และส่วนประกอบสำคัญของรถ เช่น ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่
- ยางที่มีดอกยางลึก: ยางที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนถนนเปียกจะมีร่องรีดน้ำที่ดีกว่า ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและลดความเสี่ยงในการลื่นไถล
- สเปรย์ป้องกันความชื้น: สำหรับชิ้นส่วนโลหะบางอย่าง อาจพิจารณาใช้สเปรย์ไล่ความชื้น (Water Displacement Spray) ฉีดเคลือบบางๆ เพื่อช่วยป้องกันสนิม แต่ต้องระวังไม่ให้โดนผ้าเบรกหรือจานเบรกเด็ดขาด
หากไม่แน่ใจว่าควรดูแลจักรยานอย่างไร หรือสงสัยว่าอาจมีน้ำเข้าไปในระบบไฟฟ้าแล้ว ควรหยุดใช้งานทันทีและนำรถเข้าปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ การพยายามเปิดซ่อมมอเตอร์หรือกล่องควบคุมด้วยตนเองอาจทำให้การรับประกันสิ้นสุดลงและสร้างความเสียหายมากขึ้น
บทสรุป: ขับขี่ E-Bike มั่นใจทุกฤดู
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถาม “จักรยานไฟฟ้าลุยฝนได้ไหม” คือ ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อจำกัด ผู้ขับขี่สามารถใช้งานท่ามกลางฝนตกปรอยๆ ถึงปานกลางได้ หากปฏิบัติตามข้อควรระวังในการขับขี่และมีขั้นตอนการดูแลรักษาหลังการใช้งานที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงน้ำท่วมขัง, การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีโดยไม่ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง, และการทำให้แบตเตอรี่แห้งสนิทก่อนชาร์จ คือหัวใจสำคัญของการใช้งาน E-Bike ในหน้าฝนให้ปลอดภัยและยาวนาน
เพื่อความมั่นใจสูงสุดในการเดินทางทุกสภาพอากาศ การเริ่มต้นจากการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-Bike คุณภาพสูงจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall คือคำตอบที่ดีที่สุด ที่นี่ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง แต่ยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำ บริการหลังการขายที่ครบวงจร และอะไหล่แท้ที่พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทย
ติดต่อ GIANT Shopping Mall เพื่อรับคำปรึกษาและเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจของคุณได้แล้ววันนี้
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น: FACEBOOK PAGE
- สอบถามผ่านไลน์: LINE
- ดูสินค้าเพิ่มเติมและ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์
