เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike
- ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- บทนำสู่ยุคใหม่ของการเดินทางในเมือง
- แนวคิด Smart City กับการขับเคลื่อนอนาคตการสัญจรในไทย
- E-Bike: มากกว่าจักรยานไฟฟ้า คือคำตอบของการเดินทางในเมือง
- วิเคราะห์ เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike อย่างไร
- ความท้าทายและแนวทางสู่การพัฒนาระบบนิเวศ E-Bike ที่สมบูรณ์
- ภาพอนาคตและแนวโน้มของการเดินทางด้วยจักรยานในเมืองไทย
- บทสรุป: สู่อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืน
แนวคิดเรื่อง เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike กำลังกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อประเทศไทยมุ่งสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสำหรับจักรยาน แต่เป็นการผสานเทคโนโลยี ความปลอดภัย และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการเติบโตของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางในเมืองให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การบูรณาการเทคโนโลยี: เลนจักรยาน 2.0 หรือ Smart Bike Lane ใช้เทคโนโลยี เช่น เซ็นเซอร์, กล้องวงจรปิด และระบบสื่อสารไร้สาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน
- ส่งเสริม E-Bike: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการใช้ E-Bike ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ช่วยลดปัญหาการจราจร ประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ต้นแบบเมือง 15 นาที: โครงการอย่าง One Bangkok แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแนวคิด 15-Minute City ที่ออกแบบให้การเดินทางด้วยการเดินหรือขี่จักรยานเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย
- ความร่วมมือหลายภาคส่วน: ความสำเร็จของการพัฒนา Smart City และเลนจักรยานอัจฉริยะต้องอาศัยความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการวางนโยบายและลงทุน
- ความท้าทายและการพัฒนา: แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ยังคงมีความท้าทายด้านความปลอดภัย, โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม และการสร้างวินัยจราจร ซึ่งต้องมีการวางแผนแก้ไขอย่างเป็นระบบ
บทนำสู่ยุคใหม่ของการเดินทางในเมือง
การเติบโตของเมืองใหญ่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย นำมาซึ่งความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการจราจรติดขัดและมลภาวะทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยเหตุนี้ แนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ Smart City คือการพัฒนาระบบการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการส่งเสริมการใช้จักรยานและจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้
บทความนี้จะสำรวจแนวคิด เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike อย่างละเอียด โดยวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบของเลนจักรยานอัจฉริยะ บทบาทของ E-Bike ในบริบทเมืองสมัยใหม่ ตัวอย่างโครงการที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย รวมถึงความท้าทายและโอกาสในการผลักดันให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตการเดินทางที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
แนวคิด Smart City กับการขับเคลื่อนอนาคตการสัญจรในไทย
แนวคิด Smart City ในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แต่ยังครอบคลุมถึงการออกแบบเมืองที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก การส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์สันดาปจึงเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยมีโครงการและนโยบายต่างๆ ที่เริ่มผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
One Bangkok: ต้นแบบเมือง 15 นาที สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน
โครงการ One Bangkok ถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการนำแนวคิด 15-Minute City มาปรับใช้ ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบเมืองที่มุ่งให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ภายในระยะเวลาการเดินหรือขี่จักรยาน 15 นาที โครงการนี้ได้บูรณาการที่อยู่อาศัย, สำนักงาน, ศูนย์การค้า, และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
หัวใจสำคัญของ One Bangkok คือการออกแบบทางเดินและทางจักรยานที่เชื่อมต่อกันอย่างราบรื่นทั่วทั้งโครงการ พร้อมทั้งเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะหลักอย่างรถไฟฟ้า BTS และ MRT เพื่อลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์ส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ ยังมีบริการ EV Shuttle ภายในโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่มเติม การออกแบบในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษ แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีจากการเดินและขี่จักรยานมากขึ้น ทำให้ One Bangkok กลายเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนในประเทศไทย
บทบาทภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน
การขับเคลื่อน Smart City และระบบนิเวศของจักรยานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รัฐบาลไทยได้เริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานมากขึ้น โดยมีนโยบายส่งเสริมการสร้างเลนจักรยานที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ต่างๆ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง
การจัดงานอย่าง Thailand Smart City Expo เป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในเรื่องนี้ โดยมีการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันด้านการขนส่งที่ยั่งยืนจากบริษัทชั้นนำมากมาย ซึ่งรวมถึงระบบจัดการเลนจักรยานอัจฉริยะ, สถานีชาร์จ EV, และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในเมือง ความร่วมมือเหล่านี้เป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างแท้จริง
E-Bike: มากกว่าจักรยานไฟฟ้า คือคำตอบของการเดินทางในเมือง
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมือง ด้วยคุณสมบัติที่ผสมผสานความสะดวกสบายของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความคล่องตัวของจักรยาน ทำให้ E-Bike ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว
เหตุผลที่ E-Bike ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในประเทศไทย
ความนิยมของ E-Bike ในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพมหานคร ปัจจัยหลักที่ทำให้ E-Bike ได้รับความสนใจคือความสามารถในการเดินทางระยะสั้นได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ผู้ใช้งานสามารถหลีกเลี่ยงปัญหารถติดในซอยแคบๆ หรือบนถนนสายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ทั้งในด้านค่าเชื้อเพลิงและค่าที่จอดรถ การใช้ E-Bike ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ประโยชน์รอบด้านของการใช้ E-Bike ในชีวิตประจำวัน
การนำ E-Bike มาใช้ในชีวิตประจำวันมอบประโยชน์หลากหลายมิติ ดังนี้:
- ความรวดเร็วและสะดวกสบาย: เหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ เช่น ไปตลาด, พบปะเพื่อนฝูง หรือเดินทางไปทำงานในระยะที่ไม่ไกลมาก ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางและไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่จอดรถ
- ความประหยัด: ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้าต่ำมาก เพียงไม่กี่บาทต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งสามารถเดินทางได้หลายสิบกิโลเมตร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเห็นได้ชัด
- ส่งเสริมสุขภาพ: แม้จะมีมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง แต่ผู้ขี่ยังคงต้องออกแรงปั่น ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายในระดับเบาถึงปานกลาง ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและกระฉับกระเฉง
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: E-Bike ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง จึงเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะอาดและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นโยบายภาครัฐและการสนับสนุนบริการจักรยานสาธารณะ
ภาครัฐเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของ E-Bike และได้เริ่มออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ เช่น การพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า รวมถึงการลงทุนจัดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ นอกจากนี้ การร่วมมือกับภาคเอกชนในการให้บริการจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้งานจักรยานได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น บริการ Anywheel ในกรุงเทพฯ ที่ให้บริการจักรยานสาธารณะตามจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ช่วยให้การเดินทางแบบ “Last-mile connectivity” เป็นไปได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ
วิเคราะห์ เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike อย่างไร
แนวคิดเรื่อง เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike คือการยกระดับทางจักรยานแบบเดิมไปสู่โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ
นิยามและการออกแบบเลนจักรยานอัจฉริยะ
เลนจักรยาน 2.0 หรือ Smart Bike Lane ไม่ใช่แค่การตีเส้นบนถนน แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ที่คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดและบูรณาการเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน องค์ประกอบสำคัญของการออกแบบ ได้แก่:
- การป้องกันทางกายภาพ: มีการกั้นแยกเลนจักรยานออกจากเลนรถยนต์อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- ระบบเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิด: ติดตั้งเพื่อตรวจสอบสภาพการจราจร, ตรวจจับสิ่งกีดขวาง และดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
- ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ: ปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแสงและจำนวนผู้ใช้งาน เพื่อประหยัดพลังงานและเพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืน
- การเชื่อมต่อไร้สาย (Connectivity): สามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนผู้ใช้จักรยานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เกี่ยวกับสภาพถนน, จุดอันตราย, หรือเส้นทางเลี่ยงเมื่อมีการจราจรหนาแน่น
- จุดบริการและสถานีชาร์จ: มีการติดตั้งสถานีชาร์จสำหรับ E-Bike และจุดจอดจักรยานที่ปลอดภัยเป็นระยะๆ
เทคโนโลยี Smart Bike ที่จะเข้ามาเสริมความปลอดภัย
นอกจากการพัฒนาเลนจักรยานแล้ว ตัวจักรยานเองก็มีการพัฒนาไปสู่ “จักรยานอัจฉริยะ” (Smart Bike) ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและระบบต่างๆ ได้ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่เป็นอย่างมาก เช่น:
- ระบบติดตามตำแหน่ง (Real-time Geolocation): ช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งของจักรยานได้ตลอดเวลา ป้องกันการโจรกรรม และสามารถแชร์ตำแหน่งให้ครอบครัวหรือเพื่อนทราบเพื่อความปลอดภัย
- ระบบแจ้งเตือนการโจรกรรม: เมื่อมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของเจ้าของทันที
- การแจ้งเตือนการบำรุงรักษา: ระบบสามารถตรวจจับความผิดปกติของชิ้นส่วนต่างๆ และแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานนำจักรยานไปซ่อมบำรุงก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่
- การเชื่อมต่อกับเลนอัจฉริยะ: Smart Bike สามารถรับข้อมูลจาก Smart Bike Lane ได้โดยตรง เช่น การแจ้งเตือนสัญญาณไฟจราจรข้างหน้า หรือการแจ้งเตือนเมื่อมีรถยนต์เข้ามาใกล้ในจุดบอด
ความท้าทายและแนวทางสู่การพัฒนาระบบนิเวศ E-Bike ที่สมบูรณ์
การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบนิเวศการเดินทางด้วยจักรยานและ E-Bike ที่สมบูรณ์แบบนั้นยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน, พฤติกรรมผู้ใช้ถนน, และนโยบายสนับสนุน
| ประเด็นความท้าทาย | แนวทางการแก้ไขและพัฒนา |
|---|---|
| ความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐาน | เร่งลงทุนสร้างเลนจักรยานที่มีการป้องกันทางกายภาพ, ออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นระบบ และติดตั้งเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ |
| ความรู้และวินัยของผู้ใช้ถนน | จัดทำแคมเปญรณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรสำหรับผู้ใช้จักรยาน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะประเภทอื่นเคารพสิทธิของผู้ใช้จักรยานบนท้องถนน |
| สิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอ | เพิ่มจำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับ E-Bike ในพื้นที่สาธารณะ, อาคารสำนักงาน, และห้างสรรพสินค้า รวมถึงจัดสร้างที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและเพียงพอต่อความต้องการ |
| นโยบายและการสนับสนุน | ภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนการใช้ E-Bike เช่น มาตรการทางภาษี, การให้เงินอุดหนุน, และการออกมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับยานพาหนะและอุปกรณ์เสริม |
ภาพอนาคตและแนวโน้มของการเดินทางด้วยจักรยานในเมืองไทย
แม้จะมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ทิศทางและแนวโน้มในอนาคตของการเดินทางด้วยจักรยานและ E-Bike ในเมืองไทยนั้นสดใสอย่างยิ่ง โดยมีตัวอย่างความสำเร็จที่เริ่มปรากฏให้เห็นและแนวโน้มการพัฒนาที่น่าจับตามอง
กรณีศึกษาความสำเร็จ: จาก One Bangkok สู่บริการ Bike Sharing
ความสำเร็จของโครงการ One Bangkok ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินและขี่จักรยาน เป็นเครื่องยืนยันว่าการออกแบบเมืองที่ดีสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนได้จริง นอกจากนี้ การเติบโตของบริการจักรยานสาธารณะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ยังแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การนำจักรยานสาธารณะไปให้บริการในงานประชุมและอีเวนต์ขนาดใหญ่ เช่น งาน FOSSASIA Summit ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปรับใช้แนวคิดนี้เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืนในกิจกรรมต่างๆ
ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานและ E-Bike ในประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มที่สำคัญดังนี้:
- การขยายเครือข่ายเลนจักรยาน: จะมีการสร้างเลนจักรยานอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่เมืองมากขึ้น
- เทคโนโลยี Smart Bike แพร่หลาย: จักรยานและ E-Bike ที่มีฟังก์ชันอัจฉริยะจะกลายเป็นมาตรฐาน และมีราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- การบูรณาการกับแอปพลิเคชัน: จะมีแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลการเดินทาง, การวางแผนเส้นทาง, การจองจักรยานสาธารณะ และการชำระเงินไว้ในที่เดียว
- E-Bike คือวิถีชีวิต: การใช้จักรยานไฟฟ้าจะไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมือง ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ, สิ่งแวดล้อม, และความคล่องตัวในการเดินทาง
บทสรุป: สู่อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืน
การพัฒนา เลนจักรยาน 2.0: Smart City ไทยจะเปลี่ยนวิถีขับ E-Bike ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการปฏิรูปรูปแบบการเดินทางในเมืองของประเทศไทย การผสมผสานระหว่างการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย, การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้, และการส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้าอย่างจริงจัง มีศักยภาพสูงในการแก้ไขปัญหาจราจร ลดมลพิษ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, และประชาชน ร่วมมือกันผลักดันและปรับตัวเพื่อสร้างอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนและชาญฉลาดให้เกิดขึ้นจริง
สำหรับผู้ที่สนใจในเทรนด์การเดินทางแห่งอนาคตและกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และยานพาหนะส่วนบุคคลไฟฟ้าหลากหลายประเภท ที่คัดสรรมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE และ LINE
