เทรนด์ E-Bike 2026: เชื่อมต่อแอปกันขโมย-GPS ในรถ
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- การก้าวสู่ยุคใหม่ของยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ
- เทคโนโลยีเชื่อมต่อ: หัวใจหลักของ สมาร์ท E-Bike
- เจาะลึกเทรนด์ E-Bike 2026: เชื่อมต่อแอปกันขโมย-GPS ในรถ
- เปรียบเทียบจักรยานไฟฟ้าทั่วไปและสมาร์ท E-Bike แห่งปี 2026
- นวัตกรรมเสริมประสิทธิภาพที่มาพร้อมการเชื่อมต่อ
- ภาพรวมและอนาคตของตลาดสมาร์ท E-Bike
- บทสรุป: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังจะก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงยานพาหนะไปสู่การเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันและระบบความปลอดภัยขั้นสูง
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- การผนวก AI และ IoT: E-Bike ในปี 2026 จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น ตั้งแต่ระบบช่วยปั่นแบบปรับอัตโนมัติไปจนถึงการแจ้งเตือนความปลอดภัยแบบเรียลไทม์
- GPS Tracker แบบ Built-in: ระบบติดตามตำแหน่ง GPS ที่ฝังมากับตัวรถจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งของจักรยานได้ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมและเพิ่มโอกาสในการได้คืน
- แอปพลิเคชันเป็นศูนย์กลาง: สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นศูนย์กลางการควบคุม E-Bike อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ ล็อก-ปลดล็อกรถ ตั้งค่าการขับขี่ และรับการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่าน E-Bike app เพียงแอปเดียว
- ระบบกันขโมยอัจฉริยะ: เทคโนโลยีใหม่จะรวมการล็อกมอเตอร์, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Alarm) และการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีการพยายามเคลื่อนย้ายรถ ทำให้การโจรกรรมทำได้ยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- นวัตกรรมแบตเตอรี่: การมาถึงของแบตเตอรี่ Solid-State จะปฏิวัติวงการ E-Bike ด้วยคุณสมบัติการชาร์จที่รวดเร็วขึ้น (10-15 นาที) และให้พลังงานที่มากขึ้น เพิ่มระยะทางการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
การก้าวสู่ยุคใหม่ของยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ
ภาพจำของจักรยานไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เพียงเป็นพาหนะช่วยผ่อนแรงกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทรนด์ E-Bike 2026: เชื่อมต่อแอปกันขโมย-GPS ในรถ กำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะถูกผสานเข้ากับโครงสร้างของยานพาหนะสองล้ออย่างลึกซึ้ง การพัฒนานี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพของมอเตอร์หรือแบตเตอรี่ แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไร้รอยต่อผ่านการเชื่อมต่ออัจฉริยะ หรือที่เรียกว่า “สมาร์ท E-Bike” ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ EV 2026 ที่น่าจับตา
E-Bike ในอนาคตอันใกล้ จะไม่ใช่แค่ “รถ” แต่คือ “แพลตฟอร์มอัจฉริยะ” ที่เชื่อมต่อกับชีวิตดิจิทัลของผู้ใช้งานอย่างสมบูรณ์
ทำไมเทรนด์สมาร์ท E-Bike จึงมีความสำคัญ
ความนิยมของ E-Bike ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตเมือง นำมาซึ่งความท้าทายด้านความปลอดภัยและการป้องกันการโจรกรรม การลงทุนใน E-Bike ที่มีราคาสูงทำให้ผู้ใช้ต้องการหลักประกันว่าทรัพย์สินของตนจะปลอดภัย เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและระบบกันขโมย E-Bike ที่ทันสมัยจึงเข้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลยังคาดหวังความสะดวกสบายและการควบคุมทุกอย่างได้จากสมาร์ทโฟน การที่ E-Bike สามารถเชื่อมต่อและสั่งการผ่านแอปพลิเคชันได้จึงเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่
ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของเทคโนโลยีนี้
เทคโนโลยีสมาร์ท E-Bike ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น:
- คนเมือง (Urban Commuters): ผู้ที่ใช้ E-Bike เป็นพาหนะหลักในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องการความคล่องตัวและความปลอดภัยสูง
- ธุรกิจขนส่ง (Delivery Services): ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าหรืออาหารที่ต้องการติดตามตำแหน่งของยานพาหนะและป้องกันการสูญหาย
- ผู้รักการท่องเที่ยวและการผจญภัย: นักปั่นที่ต้องการบันทึกเส้นทาง ตรวจสอบประสิทธิภาพการขับขี่ และความอุ่นใจเมื่อต้องจอดจักรยานไว้ในที่ห่างไกล
- ครอบครัว: ผู้ปกครองที่ต้องการติดตามตำแหน่งของบุตรหลานที่ใช้ E-Bike เพื่อความปลอดภัย
เทคโนโลยีเชื่อมต่อ: หัวใจหลักของ สมาร์ท E-Bike
การเปลี่ยนผ่านจากจักรยานไฟฟ้าธรรมดาไปสู่รถไฟฟ้าอัจฉริยะ มีรากฐานมาจากการผสานเทคโนโลยีสำคัญสองอย่างคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) ซึ่งทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์
AI และ IoT: เบื้องหลังความอัจฉริยะ
เทคโนโลยี IoT คือการที่ E-Bike สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับอุปกรณ์อื่นได้ (ในที่นี้คือสมาร์ทโฟน) ผ่านเซนเซอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนตัวรถ เช่น GPS, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และโมดูลการเชื่อมต่อไร้สาย ในขณะที่ AI ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากเซนเซอร์เหล่านั้น เพื่อสร้างฟังก์ชันการทำงานที่ชาญฉลาด ตัวอย่างเช่น:
- ระบบช่วยปั่นอัจฉริยะ (Adaptive Pedal Assist): AI สามารถวิเคราะห์สภาพเส้นทาง (เช่น ทางชัน) และพฤติกรรมการปั่นของผู้ใช้ เพื่อปรับระดับการช่วยส่งกำลังจากมอเตอร์ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
- การตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ: ระบบสามารถเรียนรู้รูปแบบการใช้งานปกติ และเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้รับอนุญาต (เช่น การพยายามขโมย) ก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังแอปพลิเคชันทันที
E-Bike App: ศูนย์กลางการควบคุมแบบครบวงจร
แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนกุญแจและแผงควบคุมของ E-Bike ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลและสั่งการฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การใช้งานสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ฟังก์ชันหลักที่พบได้ใน E-Bike app ยุคใหม่ ได้แก่:
- การตรวจสอบสถานะรถ: ดูข้อมูลตำแหน่งปัจจุบัน, ระดับแบตเตอรี่คงเหลือ, ระยะทางที่วิ่งได้ และสถานะการล็อก
- การบันทึกข้อมูลการขับขี่: เก็บประวัติเส้นทาง, ความเร็วเฉลี่ย, และสถิติอื่นๆ เพื่อการวิเคราะห์และวางแผนการเดินทาง
- การตั้งค่าและควบคุม: ปรับโหมดการขับขี่, ตั้งค่าระบบความปลอดภัย และจัดการการแจ้งเตือนต่างๆ
ระบบล็อก-ปลดล็อกอัตโนมัติเพื่อความสะดวกสบาย
หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นคือการใช้ Connect Module ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านสัญญาณไร้สาย เมื่อผู้ใช้เดินเข้าใกล้จักรยานในระยะที่กำหนด ระบบจะทำการปลดล็อกโดยอัตโนมัติ และเมื่อเดินออกห่าง ระบบก็จะล็อกตัวเองพร้อมเปิดใช้งานระบบกันขโมยทันที ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานแต่ละวันได้อย่างมาก
เจาะลึกเทรนด์ E-Bike 2026: เชื่อมต่อแอปกันขโมย-GPS ในรถ
ระบบความปลอดภัยคือแกนหลักของการพัฒนาสมาร์ท E-Bike ในปี 2026 โดยเน้นที่การป้องกันเชิงรุกและการติดตามที่มีประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี GPS ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลักคือ แบบที่ติดตั้งมาจากโรงงาน (Built-in) และแบบที่ผู้ใช้ติดตั้งเพิ่มเติม (Aftermarket)
GPS Tracker แบบ Built-in: มาตรฐานใหม่แห่งความปลอดภัย
ผู้ผลิต E-Bike ชั้นนำหลายรายเริ่มติดตั้ง GPS Tracker เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ โดยมักจะซ่อนไว้ในโครงรถหรือชิ้นส่วนที่เข้าถึงได้ยาก ทำให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีไม่สามารถมองเห็นหรือถอดออกได้ง่าย ข้อดีของระบบนี้คือการเชื่อมต่อที่เสถียร, การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่หลักของจักรยาน และการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ของรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น การสั่งล็อกมอเตอร์เมื่อตรวจพบการโจรกรรม
ทางเลือกสำหรับจักรยานไฟฟ้ารุ่นปัจจุบัน: Aftermarket Tracker
สำหรับผู้ที่ใช้ E-Bike รุ่นที่ไม่มี GPS ในตัว ตลาดอุปกรณ์เสริมก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากมาย อุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่ายและดูกลมกลืนไปกับตัวรถเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต เช่น
- Cycloop GPS: อุปกรณ์ติดตามที่ออกแบบมาให้มีระบบป้องกันการถูกถอดออก และจะส่งการแจ้งเตือนไปยังมือถือทันทีที่มีการเคลื่อนย้ายจักรยาน
- PerfPro Airtag Bike Mount: อุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาให้ดูเหมือนชิ้นส่วนธรรมดาของจักรยาน (เช่น ที่ยึดกระบอกน้ำ) แต่สามารถซ่อน Apple AirTag ไว้ข้างในเพื่อใช้ในการติดตามตำแหน่งได้
ฟังก์ชันอัจฉริยะเพื่อการป้องกันและติดตามขั้นสูง
ไม่ว่าจะเป็น GPS แบบ Built-in หรือ Aftermarket ฟังก์ชันการทำงานที่ทันสมัยคือสิ่งที่ทำให้ระบบเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ (Real-Time Alerts)
เมื่อระบบตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติ จะมีการส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ทันที โดยมีรูปแบบการแจ้งเตือนที่หลากหลาย:
- Geofencing: ผู้ใช้สามารถกำหนด “พื้นที่ปลอดภัย” (เช่น บ้านหรือที่ทำงาน) และจะได้รับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อจักรยานเคลื่อนที่เข้าหรือออกจากพื้นที่นั้น
- Motion Alert: แจ้งเตือนแม้เกิดการขยับหรือสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย
- Historical Route Tracking: ในกรณีที่ถูกขโมย ผู้ใช้สามารถดูประวัติเส้นทางย้อนหลังเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามได้
การควบคุมระยะไกล (Remote Control)
นอกจากการติดตามตำแหน่งแล้ว ระบบ GPS บางรุ่นยังสามารถสั่งการตัวรถจากระยะไกลได้ เช่น Motor Lock หรือ Remote Shutdown ซึ่งเป็นการสั่งล็อกมอเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว ทำให้จักรยานที่ถูกขโมยไปไม่สามารถใช้งานได้ เป็นการเพิ่มอุปสรรคให้กับผู้ขโมยและเพิ่มโอกาสในการติดตามคืน
การติดตามสถานะแบตเตอรี่ของ Tracker
สำหรับ GPS Tracker ที่ใช้แบตเตอรี่แยก ระบบรุ่นใหม่ๆ จะมีฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด เพื่อให้ผู้ใช้สามารถชาร์จหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ทันท่วงที ป้องกันปัญหาการขาดการเชื่อมต่อในเวลาสำคัญ
เปรียบเทียบจักรยานไฟฟ้าทั่วไปและสมาร์ท E-Bike แห่งปี 2026
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้าทั่วไป (Standard E-Bike) | สมาร์ท E-Bike (เทรนด์ 2026) |
|---|---|---|
| ระบบความปลอดภัย | ล็อกด้วยกุญแจหรือโซ่แบบกายภาพ | ระบบล็อกดิจิทัล, GPS Tracker, Motion Alarm, แจ้งเตือนผ่านแอป, ล็อกมอเตอร์ระยะไกล |
| การเชื่อมต่อ | ไม่มี หรือมีหน้าจอแสดงผลพื้นฐาน | เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน E-Bike app, IoT, AI, ควบคุมและตั้งค่าผ่านแอป |
| การติดตามตำแหน่ง | ไม่สามารถทำได้ (ยกเว้นติดตั้งอุปกรณ์เสริมเอง) | มี GPS Tracker แบบ Built-in ติดตามตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ |
| แบตเตอรี่ | Lithium-ion แบบมาตรฐาน, ใช้เวลาชาร์จนาน | เทคโนโลยี Solid-State, ชาร์จเร็วขึ้น, จัดการพลังงานอัจฉริยะผ่านแอป |
| ประสบการณ์ผู้ใช้ | เน้นการขับขี่พื้นฐาน | ประสบการณ์ไร้รอยต่อ, ปลดล็อกอัตโนมัติ, บันทึกข้อมูลการขับขี่, ปรับแต่งได้ |
นวัตกรรมเสริมประสิทธิภาพที่มาพร้อมการเชื่อมต่อ
เทรนด์ของสมาร์ท E-Bike ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพในส่วนประกอบหลักอย่างแบตเตอรี่ด้วย
เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต: Solid-State
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญคือการพัฒนาแบตเตอรี่แบบ Solid-State และขั้วบวกที่ทำจากซิลิโคน ซึ่งมีข้อดีกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิมหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่า (ทำให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงแต่เก็บไฟได้มากขึ้น) และความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็วอย่างยิ่งยวด โดยคาดว่าอาจใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีในการชาร์จเพื่อให้วิ่งได้ระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งจะช่วยขจัดข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาในการชาร์จไปได้อย่างมาก
ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (Smart Battery Management)
แบตเตอรี่ยุคใหม่จะมาพร้อมกับระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (BMS) ที่สามารถสื่อสารกับ E-Bike app ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบ “สุขภาพ” ของแบตเตอรี่, จำนวนรอบการชาร์จ, อุณหภูมิ และประเมินระยะทางที่เหลือได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ดีขึ้นและยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
ภาพรวมและอนาคตของตลาดสมาร์ท E-Bike
การผนวกรวมเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาด E-Bike ไปอย่างสิ้นเชิง และสร้างมาตรฐานใหม่ที่ผู้บริโภคจะคาดหวังจากยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ
ความปลอดภัยไฮเทคจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่
ในอนาคตอันใกล้ การมีเพียงล็อกแบบกายภาพอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้บริโภคจะมองหาระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) ที่ผสานการทำงานของ GPS, แอปพลิเคชัน และเซนเซอร์ต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวและนำเสนอเทคโนโลยีเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ของตนเองมากขึ้น
E-Bike ในฐานะส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
ระบบนิเวศการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์จะทำให้ E-Bike ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะชิ้นหนึ่งที่เชื่อมโยงกับชีวิตดิจิทัลของผู้ใช้ ตั้งแต่การปลดล็อกรถเมื่อเดินเข้าใกล้, การตรวจสอบสถานะผ่านสมาร์ทวอทช์, ไปจนถึงการแชร์เส้นทางการปั่นบนโซเชียลมีเดีย ทุกอย่างจะถูกรวมศูนย์ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว สร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและสะดวกสบายสูงสุด
ผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย
การติดตั้ง GPS Tracker ที่มีประสิทธิภาพสูงยังส่งผลดีต่อธุรกิจประกันภัยอีกด้วย เนื่องจากโอกาสในการติดตามและกู้คืนรถที่ถูกขโมยมีสูงขึ้น บริษัทประกันบางแห่งอาจเริ่มเสนอส่วนลดเบี้ยประกันสำหรับ E-Bike ที่มีระบบติดตามอัจฉริยะติดตั้งอยู่ ซึ่งเป็นแรงจูงใจเพิ่มเติมให้ผู้ใช้หันมาสนใจเทคโนโลยีนี้มากขึ้น
บทสรุป: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ
ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของวงการ E-Bike โดยเทคโนโลยีจะก้าวไปไกลกว่าแค่เรื่องของมอเตอร์และแบตเตอรี่ เทรนด์ E-Bike 2026: เชื่อมต่อแอปกันขโมย-GPS ในรถ ได้แสดงให้เห็นถึงอนาคตที่จักรยานไฟฟ้าจะกลายเป็นรถไฟฟ้าอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ทั้งในด้านประสิทธิภาพที่สูงขึ้นด้วยแบตเตอรี่ Solid-State, ความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วย GPS Tracker แบบบูรณาการและการควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน, และประสบการณ์ผู้ใช้ที่สะดวกสบายและไร้รอยต่อ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทางในยุคใหม่ แต่ยังสร้างความอุ่นใจและผสานการเดินทางเข้ากับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างลงตัว ทำให้สมาร์ท E-Bike พร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจของคนเมืองในทศวรรษหน้าอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้าและนวัตกรรมยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ สามารถค้นหาข้อมูลและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike หลากหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือ LINE และ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้โดยตรง
