แบตฯโซเดียม-ไอออน: อนาคต E-Bike ที่ราคาถูกลง?
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน
- บทนำสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
- ทำความเข้าใจแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน
- ประสิทธิภาพและความหนาแน่นพลังงานในปัจจุบัน
- ข้อได้เปรียบสำคัญที่ผลักดันสู่อนาคต
- ทิศทางตลาดและอนาคตของแบตฯโซเดียม-ไอออน: อนาคต E-Bike ที่ราคาถูกลง?
- ข้อจำกัดและความท้าทายในปัจจุบัน
- บทสรุป: ก้าวต่อไปของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนกำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ด้วยศักยภาพในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความปลอดภัย ทำให้เทคโนโลยีนี้อาจเป็นคำตอบสำคัญที่จะทำให้ยานพาหนะไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน
- ต้นทุนต่ำกว่า: โซเดียมมีปริมาณสำรองมหาศาลบนโลกและมีราคาถูกกว่าลิเธียมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลดลง
- ความปลอดภัยสูง: แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ลดความเสี่ยงจากปัญหาความร้อนและการลุกไหม้
- ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ: สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศหนาวเย็นจัด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่อื่น ๆ
- อายุการใช้งานยาวนาน: มีความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
- เป้าหมายการตลาดที่ชัดเจน: มุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ต้องการความหนาแน่นพลังงานสูงเท่ารถยนต์สมรรถนะสูง
บทนำสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
คำถามที่ว่า แบตฯโซเดียม-ไอออน: อนาคต E-Bike ที่ราคาถูกลง? กำลังได้รับความสนใจอย่างสูงในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและผู้บริโภคทั่วโลก ในขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนยังคงเป็นเทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ความท้าทายด้านต้นทุนที่สูงและปริมาณแร่ลิเธียมที่จำกัดได้กระตุ้นให้นักวิจัยและผู้ผลิตมองหาทางเลือกใหม่ แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการปฏิวัติตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลที่เน้นความคุ้มค่าและความปลอดภัย
ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้อยู่ที่การใช้โซเดียม ซึ่งเป็นธาตุที่พบได้ทั่วไปในเกลือทะเลและเปลือกโลก ทำให้มีต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำกว่าและเข้าถึงได้ง่ายกว่าลิเธียมอย่างมาก การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อผู้ผลิต แต่ยังเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภคที่มองหาจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ด้วยการประกาศแผนการผลิตเชิงพาณิชย์จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CATL ภายในปี 2026 ทำให้เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีโซเดียม-ไอออนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในห้องทดลองอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นความจริงในตลาดเร็ว ๆ นี้
ทำความเข้าใจแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน
แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน (Sodium-ion battery) คืออุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบชาร์จซ้ำได้ประเภทหนึ่งที่มีหลักการทำงานคล้ายคลึงกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือการใช้ “โซเดียมไอออน” เป็นตัวกลางในการนำพาประจุไฟฟ้าแทนที่ “ลิเธียมไอออน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความแตกต่างทั้งในด้านต้นทุน คุณสมบัติ และการใช้งาน
หลักการทำงานและองค์ประกอบพื้นฐาน
หลักการทำงานของแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนอาศัยการเคลื่อนที่ของโซเดียมไอออนระหว่างขั้วไฟฟ้าสองขั้ว คือ ขั้วบวก (แคโทด) และขั้วลบ (แอโนด) ผ่านสารละลายอิเล็กโทรไลต์
- ช่วงคายประจุ (Discharging): โซเดียมไอออนจะเคลื่อนที่จากขั้วลบไปยังขั้วบวก ทำให้เกิดการไหลของอิเล็กตรอนในวงจรภายนอกและสร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์
- ช่วงประจุ (Charging): เมื่อมีการจ่ายไฟฟ้าจากแหล่งภายนอก โซเดียมไอออนจะถูกบังคับให้เคลื่อนที่กลับจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ เพื่อกักเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่อีกครั้ง
แม้ว่าหลักการจะคล้ายกัน แต่ขนาดของโซเดียมไอออนที่ใหญ่กว่าลิเธียมไอออน ทำให้ต้องมีการพัฒนาวัสดุสำหรับขั้วไฟฟ้าที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรองรับการเข้า-ออกของไอออนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
เปรียบเทียบความแตกต่างกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักระหว่างแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนและลิเธียม-ไอออนเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่นี้
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน | แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน |
|---|---|---|
| วัตถุดิบหลัก | โซเดียม (พบได้ทั่วไปในเกลือ) | ลิเธียม (พบได้ในแหล่งจำกัด) |
| ต้นทุนการผลิต | ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ | สูงกว่า |
| ความหนาแน่นพลังงาน | ต่ำกว่า (ปัจจุบันประมาณ 200 Wh/kg) | สูงกว่า (มากกว่า 250 Wh/kg) |
| ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ | ยอดเยี่ยม ทำงานได้ดี | ประสิทธิภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด |
| ความปลอดภัย | สูงกว่า มีความเสถียรทางเคมีดีกว่า | มีความเสี่ยงด้านความร้อนสูงกว่า |
| อายุการใช้งาน (Cycle Life) | ยาวนาน ทนทานต่อการชาร์จซ้ำ | ดี แต่เสื่อมสภาพตามการใช้งาน |
| ความเร็วในการชาร์จ | สูง สามารถรองรับการชาร์จเร็วได้ดี | ดี แต่การชาร์จเร็วอาจส่งผลต่ออายุการใช้งาน |
ประสิทธิภาพและความหนาแน่นพลังงานในปัจจุบัน
แม้ว่าแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจะมีข้อได้เปรียบหลายประการ แต่หนึ่งในปัจจัยที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ “ความหนาแน่นพลังงาน” (Energy Density) ซึ่งหมายถึงปริมาณพลังงานที่สามารถกักเก็บได้ต่อน้ำหนักหรือปริมาตร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะทางที่ยานพาหนะไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ศักยภาพด้านความจุพลังงาน
ในปัจจุบัน แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนที่ผลิตในเชิงพาณิชย์มีความหนาแน่นพลังงานอยู่ที่ประมาณ 200 Wh/kg ซึ่งยังคงต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเทคโนโลยียังคงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการสาธิตแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนรุ่นใหม่ที่สามารถทำความหนาแน่นพลังงานได้ถึง 175 Wh/kg ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับรถยนต์ไฟฟ้าให้วิ่งได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าช่องว่างด้านประสิทธิภาพกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง และเพียงพอสำหรับการใช้งานในกลุ่มเป้าหมายหลัก เช่น จักรยานไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่ต้องการระยะทางไกลมากในการใช้งานแต่ละวัน
ตัวอย่างการใช้งานจริง: ระยะทางและการชาร์จ
เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริง มีการทดสอบแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนขนาด 25 kWh ในรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถทำระยะทางสูงสุดได้ถึง 252 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC (China Light-Duty Vehicle Test Cycle) นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นด้านความเร็วในการชาร์จ โดยสามารถชาร์จด้วยกระแสตรง (DC Fast Charging) จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น
คุณสมบัตินี้ทำให้แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับยานพาหนะที่ใช้งานในเมือง เช่น จักรยานไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ต้องการความคล่องตัวและสามารถเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็วระหว่างวัน
ข้อได้เปรียบสำคัญที่ผลักดันสู่อนาคต
การที่แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอนาคตของยานพาหนะไฟฟ้าราคาประหยัดนั้น มาจากข้อได้เปรียบที่โดดเด่นหลายประการซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด
ต้นทุนที่เข้าถึงง่ายขึ้น
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือต้นทุน โซเดียมเป็นธาตุที่มีมากเป็นอันดับ 6 ของโลก สามารถสกัดได้ง่ายจากเกลือทะเลและแหล่งแร่ต่าง ๆ ทำให้วัตถุดิบมีราคาถูกและหาได้ง่ายกว่าลิเธียม ซึ่งมีแหล่งผลิตกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ประเทศทั่วโลก การลดต้นทุนวัตถุดิบนี้จะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายของแบตเตอรี่และยานพาหนะไฟฟ้าในท้ายที่สุด ทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของ E-Bike หรือรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในสภาพอากาศที่หลากหลาย
แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่คงที่อย่างน่าทึ่งในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสุดขั้ว โดยเฉพาะในอากาศหนาวเย็น ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มักจะสูญเสียความจุและประสิทธิภาพไปอย่างมากเมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง คุณสมบัตินี้ทำให้ยานพาหนะที่ใช้แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนมีความน่าเชื่อถือสูงและสามารถใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศทั่วโลก
มาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า
ความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนมีความเสถียรทางเคมีสูงกว่า ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงเกินไป (Thermal Runaway) หรือการลัดวงจรที่อาจนำไปสู่การลุกไหม้ได้น้อยกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในยานพาหนะขนาดเล็กที่แบตเตอรี่อยู่ใกล้กับผู้ขับขี่
อายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
เทคโนโลยีโซเดียม-ไอออนยังมอบความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าในการใช้งานของผู้บริโภค สามารถทนทานต่อการชาร์จซ้ำ ๆ ได้หลายรอบโดยมีการเสื่อมสภาพที่น้อยกว่า ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถใช้งานจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้ยาวนานขึ้นก่อนที่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว
ทิศทางตลาดและอนาคตของแบตฯโซเดียม-ไอออน: อนาคต E-Bike ที่ราคาถูกลง?
การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการแข่งขันกับเทคโนโลยีเดิมและสร้างตลาดใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด
การวางตำแหน่งในตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
ในระยะแรก ผู้ผลิตไม่ได้มองว่าแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจะเข้ามาแทนที่แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในทันที แต่จะเข้ามาเป็น “เทคโนโลยีเสริม” ที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ต้องการความคุ้มค่ามากกว่าประสิทธิภาพสูงสุด กลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่:
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bikes) และ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ยานพาหนะเหล่านี้ไม่ต้องการแบตเตอรี่ความจุสูงมาก แต่ต้องการแบตเตอรี่ที่ราคาถูก ปลอดภัย และทนทาน
- รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Compact EVs): รถยนต์สำหรับใช้งานในเมืองที่เน้นความคล่องตัวและมีระยะการใช้งานต่อวันไม่ไกลมาก
- ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems): สำหรับใช้ในบ้านหรืออาคาร ซึ่งต้นทุนและความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญกว่าความหนาแน่นพลังงาน
ไทม์ไลน์สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
นักวิจัยและผู้ผลิตตั้งเป้าหมายว่าแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจะสามารถแข่งขันกับเทคโนโลยีลิเธียม-ไอออนได้อย่างเต็มตัวภายในปี 2026 โดยขึ้นอยู่กับการพัฒนาด้านความหนาแน่นพลังงานให้ดียิ่งขึ้น บริษัท CATL ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตแบตเตอรี่ระดับโลก กำลังร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนายานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ใช้แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน โดยมีเป้าหมายส่งมอบภายในปี 2026 เช่นกัน นอกจากนี้ BloombergNEF ยังคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะเข้ามาแทนที่แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนได้ภายในทศวรรษนี้ หากการพัฒนาเป็นไปตามแผน
แนวทางการวิจัยและพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง
เพื่อเอาชนะข้อจำกัดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การวิจัยและพัฒนายังคงมุ่งเน้นในหลายด้านที่สำคัญ:
- การเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน: นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นคว้าวัสดุใหม่สำหรับขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความจุพลังงานให้สูงขึ้น ทำให้ยานพาหนะวิ่งได้ไกลขึ้น
- การเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จเร็ว: พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดระยะเวลาในการชาร์จให้สั้นลงโดยไม่ส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่
- การพัฒนากระบวนการรีไซเคิล: สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรีไซเคิลแบตเตอรี่เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่
- การลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง: ปรับปรุงกระบวนการผลิตและหาวัสดุทดแทนเพื่อทำให้ราคายานยนต์ไฟฟ้าโดยรวมถูกลงอีก
ข้อจำกัดและความท้าทายในปัจจุบัน
แม้ว่าแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจะมีศักยภาพที่สดใส แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ ความหนาแน่นพลังงานที่ยังคงต่ำกว่า แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งหมายความว่าหากต้องการให้ได้ระยะทางเท่ากัน แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนจะมีน้ำหนักและขนาดที่ใหญ่กว่า ปัจจัยนี้ทำให้ยังไม่เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงหรือยานพาหนะที่ต้องการน้ำหนักเบาและระยะทางไกลเป็นพิเศษ
ดังนั้น ผู้ผลิตจึงมองว่าเทคโนโลยีนี้เป็นทางเลือกที่เข้ามาเติมเต็มตลาด มากกว่าที่จะเป็นการทดแทนเทคโนโลยีเดิมทั้งหมดในกลุ่มสินค้าระดับพรีเมียม แต่สำหรับตลาด E-Bike และรถยนต์ขนาดเล็ก ข้อจำกัดนี้อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เนื่องจากระยะทางการใช้งานที่ต้องการนั้นไม่สูงมากนัก
บทสรุป: ก้าวต่อไปของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มจักรยานไฟฟ้าและรถยนต์ขนาดเล็ก ด้วยข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในด้านต้นทุนที่ต่ำกว่า ความปลอดภัยที่สูงกว่า และประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในสภาพอากาศที่หลากหลาย ทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นคำตอบที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการยานพาหนะไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า
แม้จะยังมีความท้าทายด้านความหนาแน่นพลังงาน แต่ด้วยการวิจัยและพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ประกอบกับไทม์ไลน์การผลิตเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนในปี 2026 จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็น E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนวางจำหน่ายในตลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง สามารถปรึกษาและเลือกชมสินค้าได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
- LINE: @giantshoppingmall
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

