แบตเตอรี่เกลือ (Sodium-Ion) มาแน่? เจาะเทรนด์ E-Bike ปี 2026 ลุ้นราคาถูกลง ชาร์จไว ไม่กลัวระเบิด
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- บทนำสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
- หลักการทำงานและนวัตกรรมของแบตเตอรี่โซเดียมไอออน
- ข้อได้เปรียบสำคัญที่อาจพลิกโฉมตลาด E-Bike
- เทรนด์ปี 2026 กับทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
- ข้อจำกัดและความท้าทายที่ต้องพิจารณา
- ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ: Sodium-Ion vs. Lithium-Ion
- สรุป: อนาคตของ E-Bike และทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ท่ามกลางกระแสความนิยมของยานพาหนะไฟฟ้า วงการกำลังจับตามองเทคโนโลยีใหม่ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ แบตเตอรี่เกลือ (Sodium-Ion) มาแน่? เจาะเทรนด์ E-Bike ปี 2026 ลุ้นราคาถูกลง ชาร์จไว ไม่กลัวระเบิด ซึ่งเป็นคำถามที่หลายคนให้ความสนใจ เทคโนโลยีนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ต้นทุนที่ถูกกว่า: แบตเตอรี่โซเดียมไอออนมีต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประมาณ 30-40% เนื่องจากโซเดียมเป็นแร่ธาตุที่หาได้ง่ายและมีปริมาณมากกว่าลิเธียมถึง 500 เท่า
- ความปลอดภัยสูง: มีความเสี่ยงในการเกิดความร้อนสะสมและการลุกไหม้ต่ำกว่า สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในสภาวะอุณหภูมิที่หลากหลาย ตั้งแต่ -20°C ถึงอุณหภูมิสูง
- การชาร์จที่รวดเร็ว: เทคโนโลยีนี้มีความสามารถในการชาร์จพลังงานได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 15 นาทีที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งช่วยลดระยะเวลารอคอยได้อย่างมาก
- ข้อจำกัดด้านน้ำหนัก: ปัจจุบันแบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังมีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่าลิเธียมไอออน ทำให้มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าเมื่อเทียบกับความจุเดียวกัน
บทนำสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
ปัญหาหลักที่ผู้บริโภคจำนวนมากเผชิญเมื่อพิจารณาซื้อจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือเรื่องของ “ราคา” ที่ยังค่อนข้างสูง ประกอบกับความกังวลเรื่อง “ความปลอดภัย” ของแบตเตอรี่ที่อาจเกิดการลัดวงจรหรือลุกไหม้ได้ รวมถึง “ระยะเวลาการชาร์จ” ที่ยาวนาน ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันขาดความคล่องตัว ปัญหาเหล่านี้กำลังจะถูกแก้ไขด้วยนวัตกรรมใหม่อย่างแบตเตอรี่โซเดียมไอออน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “แบตเตอรี่เกลือ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้โซเดียมซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเกลือแกงมาเป็นวัตถุดิบ การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีนี้จึงเป็นความหวังสำคัญสำหรับตลาด E-Bike ในปี 2026 และหลังจากนั้น ว่าจะทำให้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสะดวกสบายกว่าที่เคยเป็นมา อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าและความน่าเชื่อถือในปัจจุบัน การเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง GIANT Shopping Mall ถือเป็นทางออกที่ชาญฉลาด เพราะไม่เพียงแต่จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและผ่านมาตรฐานความปลอดภัย แต่ยังได้รับการบริการและคำแนะนำที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงโดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีแห่งอนาคต
หลักการทำงานและนวัตกรรมของแบตเตอรี่โซเดียมไอออน
เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพของแบตเตอรี่โซเดียมไอออน การศึกษาหลักการทำงานพื้นฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เทคโนโลยีนี้มีกลไกที่น่าสนใจซึ่งต่อยอดมาจากความสำเร็จของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แต่ใช้วัสดุที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กลไกพื้นฐานที่คล้ายคลึงกับลิเธียมไอออน
แบตเตอรี่โซเดียมไอออนทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนที่ของไอออนโซเดียม (Na+) ระหว่างขั้วไฟฟ้าสองขั้ว คือ ขั้วแคโทด (Cathode) และขั้วแอโนด (Anode) ผ่านสารละลายอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) ในระหว่างกระบวนการคายประจุ (Discharging) ไอออนโซเดียมจะเคลื่อนที่จากขั้วแอโนดไปยังขั้วแคโทด และในทางกลับกัน ระหว่างกระบวนการชาร์จ (Charging) ไอออนโซเดียมจะเคลื่อนที่กลับจากขั้วแคโทดไปยังขั้วแอโนดเพื่อกักเก็บพลังงานอีกครั้ง หลักการนี้มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion) แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญคือการใช้ “โซเดียม” ที่สกัดได้จากเกลือหรือน้ำทะเลเป็นตัวกลางในการเก็บและปล่อยพลังงานแทน “ลิเธียม” ซึ่งเป็นแร่หายากและมีราคาแพงกว่ามาก
การพัฒนาสู่แบตเตอรี่ไฮบริด
นอกเหนือจากแบตเตอรี่โซเดียมไอออนแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบไฮบริดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ตัวอย่างเช่น ผลงานจากสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ที่ได้พัฒนาแบตเตอรี่แบบไฮบริดโซเดียมไอออน (Hybrid Sodium-Ion) โดยการผสมผสานวัสดุใหม่ๆ เข้าไปในขั้วไฟฟ้า เช่น การใช้ Iron-sulfide ในขั้วแอโนด และ Zeolitic imidazolate framework (ZIF) ในขั้วแคโทด การปรับปรุงโครงสร้างวัสดุเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ทำให้แบตเตอรี่สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นในขนาดที่เล็กลง และยังช่วยเพิ่มความเร็วในการชาร์จให้สูงขึ้นอีกด้วย นวัตกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของเทคโนโลยีแบตเตอรี่เกลือ
ข้อได้เปรียบสำคัญที่อาจพลิกโฉมตลาด E-Bike
แบตเตอรี่โซเดียมไอออนมีคุณสมบัติเด่นหลายประการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจักรยานไฟฟ้าและยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กได้อย่างตรงจุด ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้
ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยที่โดดเด่นที่สุดคือต้นทุนที่ต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนถึง 30-40% เหตุผลหลักมาจากความอุดมสมบูรณ์ของโซเดียม ซึ่งเป็นธาตุที่มีมากเป็นอันดับ 6 ของโลก สามารถสกัดได้ง่ายจากเหมืองเกลือและน้ำทะเล ทำให้มีปริมาณสำรองมากกว่าลิเธียมถึง 500 เท่า นอกจากนี้ ในกระบวนการผลิตยังสามารถใช้วัสดุที่มีราคาถูกกว่ามาทดแทนได้ เช่น การใช้แผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม (Aluminum foil) สำหรับตัวเก็บประจุในขั้วแอโนด แทนการใช้แผ่นฟอยล์ทองแดง (Copper foil) ที่มีราคาสูงกว่าในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การลดต้นทุนในส่วนของวัตถุดิบนี้เองจะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกของ E-Bike ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ประสิทธิภาพการชาร์จที่รวดเร็ว
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจคือความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็ว แบตเตอรี่โซเดียมไอออนสามารถชาร์จประจุไฟฟ้าได้ถึง 80% ของความจุทั้งหมดภายในระยะเวลาเพียง 15 นาที เมื่อทำการชาร์จที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไปอย่างมาก คุณสมบัตินี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะเวลารอคอยที่ยาวนาน ทำให้การใช้งาน E-Bike ในชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
มิติด้านความปลอดภัยและความเสถียร
ความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของแบตเตอรี่โซเดียมไอออน เนื่องจากมีคุณสมบัติทางเคมีที่เสถียร ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสะสม (Thermal Runaway) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการลุกไหม้หรือระเบิดในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนต่ำกว่ามาก นอกจากนี้ยังทนทานต่อสภาวะอุณหภูมิที่รุนแรงได้ดี โดยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในอุณหภูมิติดลบถึง -20 องศาเซลเซียส โดยยังคงจ่ายไฟได้ถึง 90% ของประสิทธิภาพปกติ และยังทำงานได้ดีในสภาวะอุณหภูมิสูงอีกด้วย ทำให้เหมาะกับสภาพอากาศที่หลากหลาย และยังง่ายต่อการรีไซเคิลเมื่อหมดอายุการใช้งาน
ความทนทานและวงจรชีวิตที่ยาวนาน
แบตเตอรี่โซเดียมไอออนได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานสูง สามารถรองรับการชาร์จและคายประจุได้มากกว่า 1,000 รอบ โดยที่ยังคงรักษาความจุพลังงานไว้ได้ในระดับสูง ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว
เทรนด์ปี 2026 กับทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
แนวโน้มเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการหลักของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือการมองหา “ความคุ้มค่า” “ความปลอดภัย” และ “ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้” ในยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล ปัจจุบันประเทศจีนกำลังเป็นผู้นำในการผลักดันเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ตลาดมวลชน โดยมีการสร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่และเริ่มทดสอบในยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อลดการพึ่งพาสินแร่ลิเธียม แต่ในขณะที่เทคโนโลยีแห่งอนาคตกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ผู้บริโภคที่ชาญฉลาดในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอคอย เพราะหลักการเดียวกันนี้สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีวางจำหน่ายแล้ว
ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงแก่นแท้ของความต้องการนี้อย่างลึกซึ้ง เราจึงได้คัดสรร จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้าในวันนี้ แม้ว่าเทคโนโลยีโซเดียมไอออนจะชูจุดเด่นเรื่อง “ราคาประหยัด” แต่จักรยานไฟฟ้าของเราก็ได้นำเสนอราคาที่สมเหตุสมผลและเข้าถึงได้ ผ่านการเลือกใช้ชิ้นส่วนคุณภาพสูงและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกรดพรีเมียมที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มีระบบป้องกันการลัดวงจรและการจัดการความร้อน (BMS – Battery Management System) ที่ทันสมัย ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มด้าน “ความปลอดภัย” ที่ผู้บริโภคกำลังมองหา นอกจากนี้ ในด้าน “ประสิทธิภาพ” จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเราถูกออกแบบมาให้มีมอเตอร์กำลังสูงและแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งที่ไกลเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างลงตัว
ไม่ต้องรอถึงปี 2026! สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่คุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้แล้ววันนี้ที่ GIANT Shopping Mall ที่ซึ่งนวัตกรรมและความคุ้มค่ามาบรรจบกัน
การตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อเทคโนโลยี แต่คือการลงทุนในคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบาย GIANT Shopping Mall พร้อมเป็นทางเลือกที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้คุณได้ทันที
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า รุ่น GIANT Eco-Ride X (ปัจจุบัน) | E-Bike ลิเธียมไอออนทั่วไป (ราคาสูง) | E-Bike โซเดียมไอออน (คาดการณ์ปี 2026) |
|---|---|---|---|
| ความพร้อมในการเป็นเจ้าของ | พร้อมใช้งานได้ทันที | พร้อมใช้งานได้ทันที | ต้องรอการพัฒนาและวางจำหน่าย |
| ระดับราคา | คุ้มค่าและเข้าถึงได้ | สูงกว่า | คาดว่าจะถูกลง |
| ความปลอดภัยแบตเตอรี่ | สูง (มีระบบ BMS มาตรฐาน) | สูง (มีระบบป้องกัน) | สูงมาก (ความเสี่ยงต่ำโดยธรรมชาติ) |
| การรับประกันและบริการ | มีผู้เชี่ยวชาญดูแลและรับประกัน | ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่าย | ยังไม่ชัดเจน |
| ความคุ้มค่าโดยรวม | สูงที่สุดในปัจจุบัน | ปานกลาง | สูง (ในอนาคต) |
ข้อจำกัดและความท้าทายที่ต้องพิจารณา
แม้ว่าแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจะมีศักยภาพที่น่าสนใจ แต่ก็ยังคงมีความท้าทายและข้อจำกัดบางประการที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจและการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต
ความหนาแน่นของพลังงาน
ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ ความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ที่ยังต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เนื่องจากไอออนของโซเดียมมีขนาดใหญ่และหนักกว่าไอออนของลิเธียม ทำให้แบตเตอรี่โซเดียมไอออนต้องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าเพื่อให้ได้ความจุพลังงานที่เท่ากัน ข้อจำกัดนี้ทำให้ในระยะแรกอาจไม่เหมาะกับยานพาหนะไฟฟ้าที่ต้องการสมรรถนะสูงหรือรถสปอร์ตที่เน้นความเบาและคล่องตัว แต่จะเหมาะสมอย่างยิ่งกับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้งานในระยะทางสั้นๆ เช่น จักรยานไฟฟ้าสำหรับเดินทางในเมือง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือระบบกักเก็บพลังงานแบบคงที่ (Stationary Storage) สำหรับใช้ในบ้านเรือน
สถานะการพัฒนาในปัจจุบัน
เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังคงอยู่ในช่วงของการพัฒนาและขยายกำลังการผลิต แม้จะมีการนำไปใช้งานจริงแล้วในรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นในประเทศจีน แต่ยังไม่แพร่หลายในตลาด E-Bike ทั่วโลกมากนัก ดังนั้น อาจต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี กว่าที่เทคโนโลยีนี้จะถูกปรับใช้ในวงกว้างและมีราคาที่ “ถูกจนน่าตกใจ” ตามที่คาดการณ์ไว้สำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไป
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ: Sodium-Ion vs. Lithium-Ion
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักระหว่างแบตเตอรี่โซเดียมไอออนและลิเธียมไอออนเป็นสิ่งจำเป็นในการประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของแต่ละเทคโนโลยี
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-Ion) | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion) |
|---|---|---|
| ต้นทุนวัตถุดิบ | ถูกกว่าประมาณ 30-40% (โซเดียมอุดมสมบูรณ์) | แพงกว่า (ลิเธียมเป็นแร่หายาก) |
| ความเร็วในการชาร์จ | สูงมาก (ชาร์จ 80% ใน 15 นาที) | ช้ากว่าโดยทั่วไป |
| ความปลอดภัย | สูง (เสี่ยงระเบิดต่ำ, ทนทานต่ออุณหภูมิ) | ต้องมีระบบป้องกันความปลอดภัยที่ซับซ้อน |
| ความหนาแน่นพลังงาน (Energy Density) | ต่ำกว่า (ขนาดใหญ่และหนักกว่า) | สูงกว่า (ขนาดเล็กและเบากว่า) |
| อายุการใช้งาน (Cycle Life) | ทนทาน (มากกว่า 1,000 รอบ) | ดี แต่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าในบางสภาวะ |
| ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ | ดีเยี่ยม (ทำงานได้ดีที่ -20°C) | ประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก |
สรุป: อนาคตของ E-Bike และทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แบตเตอรี่โซเดียมไอออนกำลังจะก้าวเข้ามาเป็น Game Changer ที่สำคัญสำหรับวงการยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่ม E-Bike และรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดภายในปี 2026 ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่ถูกลง ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และการชาร์จที่รวดเร็ว เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะทำให้การเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทุกคน อย่างไรก็ตาม การรอคอยเทคโนโลยีแห่งอนาคตอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางในวันนี้
สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพที่จับต้องได้ทันที GIANT Shopping Mall คือคำตอบสุดท้าย เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเราผ่านการคัดสรรและตรวจสอบมาตรฐานอย่างเข้มงวด ทำให้คุณมั่นใจได้ทั้งในด้านสมรรถนะและความปลอดภัย พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ
อย่าปล่อยให้การรอคอยมาขวางกั้นความสะดวกสบายของคุณ เริ่มต้นประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้
ติดต่อ GIANT Shopping Mall:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ทาง FACEBOOK PAGE หรือพูดคุยกับเราโดยตรงผ่าน LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

