แบตเกลือมาแน่! เจาะเทรนด์ ‘Sodium-ion’ ปี 2026 ถูกและทนกว่าเดิม
- ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออน
- ทำความรู้จัก Sodium-ion Battery: นวัตกรรมพลังงานจากเกลือ
- การเติบโตของตลาดและการผลิตเชิงพาณิชย์
- เปรียบเทียบข้อได้เปรียบ: โซเดียมไอออน vs. ลิเธียมไอออน
- การประยุกต์ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่น
- ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและข้อจำกัดที่ควรทราบ
- ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
- บทสรุป: โซเดียมไอออน ก้าวต่อไปของพลังงานสะอาด
เทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการมาถึงของแบตเตอรี่โซเดียมไอออน หรือที่เรียกกันว่า “แบตเตอรี่เกลือ” ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามองและมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงตลาดพลังงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน
ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออน
- ต้นทุนต่ำกว่า: แบตเตอรี่โซเดียมไอออนมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประมาณ 20-30% เนื่องจากใช้วัตถุดิบอย่างโซเดียมที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าลิเธียมอย่างมาก
- ประสิทธิภาพในอุณหภูมิต่ำ: สามารถคงประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 90% แม้ในอุณหภูมิ -20°C ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมที่มักมีปัญหาในสภาพอากาศหนาวจัด
- การชาร์จที่รวดเร็ว: เทคโนโลยีนี้สามารถชาร์จประจุไฟฟ้าได้ถึง 80% ของความจุทั้งหมดภายในเวลาเพียง 15 นาที เพิ่มความสะดวกและลดระยะเวลารอคอยได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความปลอดภัยและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน: มีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ต่ำกว่า และการที่โซเดียมเป็นวัตถุดิบที่พบได้ทั่วโลก ช่วยลดปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และการพึ่งพาการนำเข้าจากแหล่งผลิตเพียงไม่กี่แห่ง
- การเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์: ปี 2026 ถูกกำหนดให้เป็นจุดเริ่มต้นของการนำแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมาใช้งานในระดับอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง CATL และ BYD เป็นผู้นำในการผลักดันเทคโนโลยีนี้สู่ตลาดโลก
ทำความรู้จัก Sodium-ion Battery: นวัตกรรมพลังงานจากเกลือ
แบตเกลือมาแน่! เจาะเทรนด์ ‘Sodium-ion’ ปี 2026 ถูกและทนกว่าเดิม กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในแวดวงพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion Battery) คือเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานที่ใช้โซเดียมไอออนเป็นตัวกลางในการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่คล้ายคลึงกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ทำให้เทคโนโลยีนี้แตกต่างและโดดเด่นคือการเปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากลิเธียมมาเป็นโซเดียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในเกลือแกง (Sodium Chloride) และเป็นแร่ธาตุที่มีอยู่มากมายบนเปลือกโลก ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่ามาก
ความสำคัญของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความต้องการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ขณะที่ราคาของลิเธียมมีความผันผวนและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความกังวลด้านห่วงโซ่อุปทานที่กระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศ ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจึงเปรียบเสมือนคำตอบที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าราคาถูกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้งานในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับบ้านเรือนหรือระดับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งให้ความสำคัญกับต้นทุนและความปลอดภัยเป็นหลัก
การเติบโตของตลาดและการผลิตเชิงพาณิชย์
ปี 2026 นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในระดับอุตสาหกรรม (Large-scale commercial production) ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำของโลกอย่าง CATL และ BYD ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริง CATL ได้ประกาศแผนการผลิตเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ภายในปี 2026 ในขณะที่ BYD ได้เริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมาตั้งแต่ปี 2024 และปัจจุบันมีกำลังการผลิตสูงถึง 30 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) ต่อปี การลงทุนและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากผู้เล่นรายใหญ่เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและคุณค่าทางธุรกิจของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดใหม่นี้
การคาดการณ์ตลาดในอนาคตยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตแบตเตอรี่ของโลก ตลาดแบตเตอรี่โซเดียมไอออนของจีนคาดว่าจะขยายตัวจากประมาณ 10 GWh ในปี 2025 ไปสู่ระดับ 292 GWh ภายในปี 2034 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 45% นอกจากนี้ ภายในสิ้นทศวรรษนี้ คาดว่าประเทศจีนจะมีสัดส่วนการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมากกว่า 90% ของกำลังการผลิตทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทความเป็นผู้นำในตลาดพลังงานทางเลือกของจีนอย่างชัดเจน
เปรียบเทียบข้อได้เปรียบ: โซเดียมไอออน vs. ลิเธียมไอออน
การเกิดขึ้นของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนได้สร้างจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ โดยนำเสนอข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion) | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) |
|---|---|---|
| ต้นทุน | ต่ำกว่า 20-30% เนื่องจากวัตถุดิบโซเดียมมีราคาถูกและหาได้ง่าย | สูงกว่า เนื่องจากลิเธียมเป็นแร่หายากและมีราคาผันผวน |
| ประสิทธิภาพในอากาศหนาว | คงประสิทธิภาพได้ 90% ที่อุณหภูมิ -20°C | ประสิทธิภาพลดลงอย่างมากในสภาพอากาศหนาวจัด |
| ความเร็วในการชาร์จ | ชาร์จถึง 80% ได้ในเวลา 15 นาที | ใช้เวลานานกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดและเทคโนโลยี |
| ความปลอดภัย | มีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ต่ำกว่า | มีความเสี่ยงด้านความร้อนและการลุกไหม้หากเสียหาย |
| ห่วงโซ่อุปทาน | วัตถุดิบโซเดียมมีอยู่ทั่วโลก ลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ | แหล่งลิเธียมกระจุกตัวในไม่กี่ประเทศ สร้างความเสี่ยงด้านอุปทาน |
| ความหนาแน่นพลังงาน | ต่ำกว่า ทำให้ต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่และหนักกว่าเพื่อให้ได้พลังงานเท่ากัน | สูงกว่า สามารถสร้างแบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็กและเบาได้ |
แบตเตอรี่โซเดียมไอออนมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟต (LFP) แต่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าถึงประมาณ 30%
การประยุกต์ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่น
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในด้านต้นทุนและความปลอดภัย ทำให้แบตเตอรี่โซเดียมไอออนกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่
การใช้งานในยานยนต์ไฟฟ้า
การนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการขยายตัวจากการใช้งานในรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไปสู่รถยนต์ส่วนบุคคล ผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Changan Automobile ได้จับมือกับ CATL เพื่อติดตั้งแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในรถยนต์รุ่น Changan Oshan ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นแรกๆ ที่ได้นำแบตเตอรี่ชนิดนี้ไปทดสอบประสิทธิภาพในฤดูหนาวของประเทศจีน ผลการทดสอบแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานได้ดีในอุณหภูมิต่ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญ
CATL มีแผนที่จะเริ่มติดตั้งแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2026 และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เช่น JAC ทยอยนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ตามมาในไม่ช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด (Budget-conscious electric vehicles) และยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่ต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค
การใช้งานในระบบกักเก็บพลังงาน
นอกเหนือจากยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว แบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังมีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานในระบบกักเก็บพลังงานแบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary energy storage) เช่น ระบบแบตเตอรี่สำหรับบ้านที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar home battery systems) และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า (Energy grid applications) ในการใช้งานเหล่านี้ น้ำหนักของแบตเตอรี่ไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวลเท่ากับต้นทุนและความปลอดภัย ดังนั้น คุณสมบัติของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่ราคาถูกและมีความเสี่ยงต่ำจึงตอบโจทย์การใช้งานประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและข้อจำกัดที่ควรทราบ
แม้ว่าแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจะมีข้อได้เปรียบมากมาย แต่ก็ยังมีข้อควรพิจารณาทางเทคนิคและข้อจำกัดบางประการที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อให้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีอย่างครบถ้วน
ในด้านอายุการใช้งาน (Cycle Life) แบตเตอรี่โซเดียมไอออนมาตรฐานสามารถชาร์จซ้ำได้ระหว่าง 3,000-6,000 รอบ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มีความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดของเทคโนโลยีนี้คือ ความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ที่ยังคงต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งหมายความว่า หากต้องการกักเก็บพลังงานในปริมาณที่เท่ากัน แบตเตอรี่โซเดียมไอออนจะต้องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่า ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีนี้จึงอาจไม่เหมาะกับยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงหรือรถสปอร์ตที่ต้องการความเบาและพื้นที่จำกัด แต่จะเหมาะสมอย่างยิ่งกับยานพาหนะที่เน้นการใช้งานในเมืองหรือระบบที่ไม่ต้องการความหนาแน่นพลังงานสูงมากนัก
ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
อุตสาหกรรมแบตเตอรี่โซเดียมไอออนไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ ผู้ผลิตชั้นนำอย่าง CATL กำลังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและลดข้อจำกัดของเทคโนโลยีนี้ หลังจากที่ได้เปิดตัวแบตเตอรี่โซเดียมไอออนรุ่นแรกไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 ปัจจุบัน CATL กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นที่สาม (Third-generation technology) ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับปรุงในด้านความหนาแน่นของพลังงานและประสิทธิภาพโดยรวมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก การวิจัยและพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าแบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังมีศักยภาพที่จะเติบโตและเข้ามามีบทบาทในตลาดพลังงานโลกได้อีกมากในอนาคต
บทสรุป: โซเดียมไอออน ก้าวต่อไปของพลังงานสะอาด
การมาถึงของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในปี 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการพลังงาน ด้วยข้อได้เปรียบที่ชัดเจนทั้งในด้านต้นทุนที่ถูกลง ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ในสภาพอากาศหลากหลาย ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เทคโนโลยีนี้พร้อมที่จะเป็นทางเลือกที่แข็งแกร่งและยั่งยืนแทนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลักดันให้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง E-Bike และรถยนต์ขนาดเล็กมีราคาที่จับต้องได้สำหรับผู้คนในวงกว้าง รวมถึงการเป็นหัวใจสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานหมุนเวียนในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและกำลังมองหาทางเลือกที่คุ้มค่า GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางยุคใหม่
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าหรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
วันและเวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามข่าวสารได้ที่: FACEBOOK PAGE และ LINE

