อนาคต EV 2026: ผุดสถานีชาร์จ E-Bike พลังแสงอาทิตย์
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ยุคใหม่ของการเดินทางในเมืองมาถึงแล้ว
- นโยบาย EV 3.5: พิมพ์เขียวพลิกโฉมยานยนต์ไทย
- แผนการติดตั้งสถานีชาร์จ E-Bike พลังงานแสงอาทิตย์ปี 2026
- เจาะลึกเทคโนโลยีเบื้องหลังสถานีชาร์จพลังงานสะอาด
- ผู้เล่นหลักและโครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการ
- ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
- ภาพรวมความคืบหน้าล่าสุด (ต้นปี 2026)
- เปลี่ยนสู่การเดินทางที่คุ้มค่าและยั่งยืนวันนี้
ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ โดยมีแนวโน้มของ อนาคต EV 2026: ผุดสถานีชาร์จ E-Bike พลังแสงอาทิตย์ เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ โครงการริเริ่มดังกล่าวไม่เพียงแต่จะปฏิวัติวิธีการเดินทางในเมือง แต่ยังเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ (EV station) ที่ใช้พลังงานสะอาดนี้ จะทำให้การเป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายกว่าที่เคย
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- นโยบาย EV 3.5 ขับเคลื่อน: รัฐบาลไทยตั้งเป้าให้มีการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า 30% ภายในปี 2030 โดยมีแผนติดตั้งสถานีชาร์จสาธารณะ 2.7 ล้านแห่ง ซึ่ง 20% จะเป็นพลังงานหมุนเวียน
- สถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วเมือง: ในปี 2026 มีแผนขยายการติดตั้งสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า 50,000 แห่งตามพื้นที่ชุมชนเมือง สถานีรถไฟฟ้า และแหล่งท่องเที่ยว
- เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้: สถานีชาร์จใหม่จะใช้เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงพร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery) ทำให้สามารถให้บริการชาร์จได้ตลอด 24 ชั่วโมงในราคาที่ต่ำ
- แรงจูงใจจากภาครัฐ: มาตรการส่งเสริมการลงทุน เช่น การยกเว้นภาษี 8 ปี สำหรับผู้ประกอบการสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
- ผลกระทบเชิงบวก: โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานกว่า 50,000 ตำแหน่งภายในสิ้นปี 2026 และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1.2 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030
ยุคใหม่ของการเดินทางในเมืองมาถึงแล้ว
ปัญหาการจราจรที่ติดขัดและราคาน้ำมันที่ผันผวนเป็นความท้าทายที่คนเมืองต้องเผชิญทุกวัน การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ทั้งประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้เข้ามาตอบโจทย์นี้อย่างลงตัว แต่ในอดีต ความกังวลเรื่องจุดชาร์จ (Charging) และระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่จำกัดยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การมาถึงของนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังจากภาครัฐ พร้อมกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังจะทลายกำแพงข้อจำกัดเหล่านั้นลงอย่างสิ้นเชิง ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะทำให้การใช้ E-Bike ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นวิถีชีวิตหลักสำหรับคนเมือง นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปรับเปลี่ยนสู่การเดินทางที่ชาญฉลาด คุ้มค่า และยั่งยืน ซึ่ง GIANT Shopping Mall พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ
นโยบาย EV 3.5: พิมพ์เขียวพลิกโฉมยานยนต์ไทย
นโยบาย EV 3.5 ซึ่งต่อยอดความสำเร็จจากนโยบาย EV 3.0 ที่ประกาศใช้โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในเดือนกันยายน 2022 ถือเป็นแผนแม่บทที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศอย่างครบวงจร
เป้าหมายและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์
ภายใต้นโยบาย EV 3.5 รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายไว้หลายประการ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค ภายในปี 2026 ตั้งเป้าให้มียานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมจำนวน 725,000 คัน แบ่งเป็นรถกระบะไฟฟ้า 450,000 คัน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 175,000 คัน และยานยนต์สองล้อไฟฟ้าอีก 100,000 คัน และจะขยายสัดส่วนการใช้งานให้ได้ถึง 30% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030
หัวใจสำคัญที่ทำให้เป้าหมายนี้เป็นไปได้คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จสาธารณะ โดยมีแผนจะติดตั้งให้ได้ 2.7 ล้านแห่งทั่วประเทศภายในปี 2030 และที่น่าสนใจคือ 20% ของสถานีชาร์จเหล่านี้จะต้องใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
เหตุผลที่ต้องให้ความสำคัญกับ E-Bike
ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทสองล้อครองสัดส่วนตลาด EV ในประเทศไทยสูงถึง 75% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทย โดยเฉพาะในเขตเมือง ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริม E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นพิเศษในฐานะยานพาหนะหลักสำหรับการเดินทางในเมือง (Urban Mobility) มีการออกมาตรการอุดหนุนราคาสูงสุดถึง 50% หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อคัน สำหรับรุ่นที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 150cc เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง
แผนการติดตั้งสถานีชาร์จ E-Bike พลังงานแสงอาทิตย์ปี 2026
ปี 2026 ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อ หลังจากประสบความสำเร็จในโครงการนำร่อง (Pilot Phase) ช่วงปี 2024 ถึงไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งมีการติดตั้งสถานีชาร์จไปแล้วกว่า 5,000 แห่งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และตามแนวทางหลวงสายหลัก รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อเข้าสู่ระยะขยายผล (Expansion Phase) อย่างเต็มรูปแบบ
ในระยะขยายผลนี้ซึ่งจะดำเนินไปตลอดไตรมาสที่ 2 ถึง 4 ของปี 2026 มีเป้าหมายที่จะติดตั้งสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมอีกกว่า 50,000 แห่ง โดยจะมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูง เช่น ชุมชนเมือง, บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS/MRT, แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และอาคารสำนักงาน สถานีเหล่านี้จะถูกออกแบบให้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อให้สามารถบริการได้ตลอดเวลาแม้ในวันที่ไม่มีแสงแดดหรือช่วงเวลากลางคืน การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ได้รับแรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี แก่ผู้ลงทุนในธุรกิจสถานีชาร์จที่ใช้พลังงานหมุนเวียน
การที่สถานีชาร์จกำลังจะผุดขึ้นทั่วทุกมุมเมืองเช่นนี้ ทำให้ความกังวลเรื่อง “จะไปชาร์จที่ไหน” หมดไปอย่างสิ้นเชิง นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่จะเป็นเจ้าของ E-bike คุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับหัวชาร์จมาตรฐาน Type 1/2 AC ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสถานีเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หมดปัญหาความไม่เข้ากันของอุปกรณ์ และด้วยค่าบริการชาร์จที่คาดว่าจะอยู่ที่เพียง 5-10 บาทต่อครั้ง การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (Energy) ได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับค่าน้ำมัน แต่ยังมอบความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเดินทางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
GIANT Shopping Mall นำเสนอสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมประสิทธิภาพสูง ซึ่งสอดคล้องกับเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานในสถานีชาร์จ ทำให้การชาร์จแต่ละครั้งเต็มเร็วขึ้นและช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น เลือกความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเพื่อการเดินทางที่เหนือกว่า
แนวโน้มตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในรุ่นสินค้าของ GIANT Shopping Mall ที่มีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รุ่นสำหรับขับขี่ในเมืองไปจนถึงรุ่นที่เน้นสมรรถนะ การตัดสินใจเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด
| รายการ | E-Bike (GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์ 125cc |
|---|---|---|
| ค่าพลังงานต่อปี (เฉลี่ย) | ประมาณ 1,500 บาท | ประมาณ 18,000 บาท |
| ค่าบำรุงรักษาตามระยะ | ประมาณ 500 บาท (เช็คระบบไฟฟ้า/เบรก) | ประมาณ 3,000 บาท (เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง/หัวเทียน) |
| ค่าภาษีและ พ.ร.บ. | ได้รับการยกเว้น | ประมาณ 450 บาท |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่มีการปล่อยมลพิษ (Zero Emission) | ปล่อย CO2 และ PM2.5 |
| รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อปี | 2,000 บาท | 21,450 บาท |
เจาะลึกเทคโนโลยีเบื้องหลังสถานีชาร์จพลังงานสะอาด
ความสำเร็จของโครงการสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการให้บริการผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า
สเปกทางเทคนิคของแผงโซลาร์และระบบกักเก็บพลังงาน
สถานีชาร์จแต่ละแห่งจะถูกติดตั้งด้วยแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 5-10 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งประกอบด้วยแผงโซลาร์ประมาณ 20-40 แผง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉลี่ย 20-40 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อวัน เพียงพอสำหรับการชาร์จ E-Bike ได้ประมาณ 50-100 คัน เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สถานีเหล่านี้จะมาพร้อมกับระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟต (LFP) ขนาด 10-20 kWh ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูงและอายุการใช้งานยาวนาน สำหรับกักเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด
มาตรฐานการชาร์จและแพลตฟอร์มรองรับ
สถานีจะให้บริการหัวชาร์จแบบ AC (Type 1/2) ที่มีกำลังไฟ 3-7 kW ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สามารถใช้งานร่วมกับ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากว่า 90% ที่จำหน่ายในประเทศไทยได้ทันที นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้งาน การชำระเงินและค้นหาสถานีจะถูกรวมเข้ากับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เช่น PTT EV Charge หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการเดินทางและเข้าถึงบริการได้อย่างง่ายดาย
ผู้เล่นหลักและโครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการ
การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
| บริษัท/องค์กร | รายละเอียดโครงการ | สถานะ (พฤษภาคม 2026) | กำลังการผลิต/สถานี |
|---|---|---|---|
| PTT/PTTGC | ติดตั้ง 1,000 สถานี ณ ตลาด อบต. และทางหลวง | เปิดใช้งานแล้ว 600 แห่ง | 5 kW |
| Energy Absolute (EA) | ร่วมกับ BTS ติดตั้ง 200 สถานีตามแนวรถไฟฟ้า | เปิดตัวโครงการ เมษายน 2026 | 7 kW (เชื่อมต่อแอป) |
| Gulf Energy | ติดตั้ง 500 สถานีในพื้นที่ท่องเที่ยว (ภูเก็ต, พัทยา) | อยู่ระหว่างการก่อสร้าง | ไฮบริด (โซลาร์-ลม) |
| BOI Partnerships | โครงการนำร่อง Smart Grid ใน 10 จังหวัด (ร่วมกับ Huawei, Sungrow) | อยู่ในช่วงทดสอบระบบ | ตรวจสอบผ่าน IoT |
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
การสร้างงานและโอกาสทางธุรกิจ
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประเมินว่าโครงการขยายสถานีชาร์จนี้จะสามารถสร้างงานใหม่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การติดตั้ง การผลิตอุปกรณ์ และการบำรุงรักษา ได้มากถึง 50,000 ตำแหน่งภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากและสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานสะอาด
การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแทนการใช้ไฟฟ้าจากกริดที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1.2 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ของประเทศไทยภายในปี 2065
ความท้าทายและแนวทางการรับมือ
แม้ว่าโครงการจะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังมีความท้าทายบางประการ เช่น ต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง, ความซับซ้อนในการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Integration) ในพื้นที่ห่างไกล และประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงในช่วงฤดูมรสุม อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและเอกชนได้วางแนวทางแก้ไขไว้แล้ว เช่น การออกแบบสถานีชาร์จให้เป็นแบบไฮบริด 30% ที่สามารถดึงไฟฟ้าจากกริดมาใช้เสริมได้ และการใช้เทคโนโลยีพยากรณ์อากาศเพื่อบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ภาพรวมความคืบหน้าล่าสุด (ต้นปี 2026)
ความคืบหน้าของโครงการในช่วงต้นปี 2026 เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นที่น่าพอใจ:
- ไตรมาสที่ 1: โครงการนำร่องประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีอัตราการทำงานของสถานี (Uptime) ถึง 95% และรองรับการชาร์จได้กว่า 200,000 ครั้งต่อวันทั่วประเทศ
- เมษายน: คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จอีก 20,000 แห่ง
- พฤษภาคม: มีการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทยและบริษัท Huawei เพื่อนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น
สถานการณ์ด้านซัพพลายเชนทั่วโลกยังคงมีเสถียรภาพ โดยราคาลิเธียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่ทรงตัวอยู่ที่ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้มั่นใจได้ว่าการขยายโครงการจะดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้
เปลี่ยนสู่การเดินทางที่คุ้มค่าและยั่งยืนวันนี้
ภาพอนาคตของการเดินทางในประเทศไทยปี 2026 กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การเกิดขึ้นของสถานีชาร์จ E-Bike พลังงานแสงอาทิตย์ทั่วประเทศคือการประกาศว่ายุคของยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายและสะดวกสบายได้มาถึงแล้ว นี่คือโอกาสทองสำหรับทุกคนที่จะเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการเดินทางที่ชาญฉลาด ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล จำหน่ายจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูงหลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณได้ยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุด
เลือกความคุ้มค่า เลือกอนาคตที่ยั่งยืน เลือก GIANT Shopping Mall
เยี่ยมชมสินค้าและรับโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ร้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshopping
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

