อนาคต E-Bike 2026: จุดชาร์จ Solar Cell เติมไฟฟรีทั่วเมือง
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในปี 2026
- บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
- ภาพรวมสถานการณ์พลังงานและเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าปี 2026
- โครงการขยายเครือข่ายจุดชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์โดยภาครัฐ
- ยอดขายและการยอมรับ E-Bike ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
- เจาะลึกข้อมูลทางเทคนิคและโครงสร้างพื้นฐาน
- การคาดการณ์อนาคตและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
- สรุป: ทำไมการเปลี่ยนมาใช้ E-Bike จึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดในปี 2026
ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตการณ์พลังงานโลกในปี 2025 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยมี อนาคต E-Bike 2026: จุดชาร์จ Solar Cell เติมไฟฟรีทั่วเมือง เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังเป็นการปฏิวัติวิถีชีวิตคนเมืองให้เข้าสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในปี 2026
- การขยายตัวของจุดชาร์จฟรี: คาดการณ์ว่าจะมีสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ฟรีกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2026 ครอบคลุม 80% ของเมืองใหญ่ ซึ่งจะช่วยขจัดความกังวลเรื่องระยะทางวิ่ง (Range Anxiety) ของผู้ใช้ E-Bike
- ยอดขาย E-Bike พุ่งสูง: ยอดขายจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเติบโตขึ้น 150% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยคาดว่าจะมียอดขายถึง 500,000 คันในปี 2026 จากปัจจัยหนุนของจุดชาร์จฟรีและความต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
- เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย: สถานีชาร์จใช้เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง สามารถชาร์จ E-Bike มาตรฐานได้เต็มในเวลาเพียง 2-4 ชั่วโมง และรองรับรถได้กว่า 80% ของรุ่นในตลาด
- นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลให้เงินอุดหนุนการติดตั้งสถานีถึง 70% และผลักดันโครงการนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่นำทาง E-Mobility 2030 ของประเทศไทย เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
ในปี 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภาคการขนส่งส่วนบุคคล อันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานโลกในปี 2025 ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นและเกิดความกังวลต่อการขาดแคลนเชื้อเพลิง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันผลักดันโครงการติดตั้ง “จุดชาร์จ Solar Cell เติมไฟฟรีทั่วเมือง” สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างยั่งยืน ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่สะดวก เข้าถึงง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและนักศึกษา หันมาเลือกใช้ E-Bike เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ภาพรวมสถานการณ์พลังงานและเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าปี 2026
สถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนได้กลายเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยต้องทบทวนนโยบายด้านพลังงานและการขนส่งอย่างเร่งด่วน การพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าจากต่างประเทศสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้วยเหตุนี้ ยานยนต์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นทางออกที่สำคัญและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มยานพาหนะสองล้อไฟฟ้า หรือ E-Bike ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นได้อย่างดีเยี่ยม
รายงานจากกระทรวงพลังงานและสื่อชั้นนำหลายแห่งชี้ตรงกันว่า ปี 2026 คือปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของตลาด E-Bike ในประเทศไทย การเกิดขึ้นของจุดชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้บริการฟรีทั่วประเทศได้ทลายกำแพงข้อจำกัดด้านการใช้งานที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องสถานีชาร์จไม่เพียงพอ หรือระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ปัจจุบันผู้ใช้งานสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยมั่นใจได้ว่าจะมีแหล่งพลังงานสะอาดรองรับอยู่เสมอ
โครงการขยายเครือข่ายจุดชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์โดยภาครัฐ
รัฐบาลไทยได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการผลักดัน E-Mobility ผ่านโครงการเครือข่ายสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่นำทาง E-Mobility 2030 โครงการนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้ EV อย่างครบวงจร
รายละเอียดโครงการและเป้าหมายการติดตั้ง
จากข้อมูลของกระทรวงพลังงานในเดือนมกราคม 2026 โครงการ “Solar E-Bike Charging Network Phase 2” ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีไปแล้ว 4,500 แห่งนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มอีก 2,000 แห่งภายในครึ่งปีแรกของปี 2026 เป้าหมายสูงสุดคือการมีสถานีชาร์จฟรีกระจายตัวอยู่ทุกอำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 5 จุด เพื่อกำจัดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงให้ได้มากที่สุด
สถานีแต่ละแห่งใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดโพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline) ขนาด 300-500 วัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 2-5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike ขนาดมาตรฐาน (เช่น 72V/20Ah) ให้เต็มได้ถึง 4-10 คันต่อวัน จุดติดตั้งจะเน้นในพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงง่าย เช่น ตลาด, ป้ายรถประจำทาง, วัด, และโครงการที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน “Pea E-Charge” เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะและจองคิวชาร์จล่วงหน้าได้ ลดปัญหาการรอคิวและเพิ่มความสะดวกสบาย
ผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น
โครงการนำร่องในจังหวัดชัยนาทประสบความสำเร็จอย่างสูง และได้ถูกนำไปขยายผลทั่วประเทศ จากรายงานข่าวของ Bangkok Post ในเดือนเมษายน 2026 พบว่าร้านค้าตัวแทนจำหน่าย E-Bike ในพื้นที่ที่มีการติดตั้งสถานีชาร์จฟรี มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 1.5-2 เท่าตัว โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาอยู่ระหว่าง 35,000-50,000 บาท ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 70-100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการติดตั้งสถานีแล้ว 1,200 แห่ง และมีแผนจะเพิ่มเป็น 5,000 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองต้นแบบด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาค
| รายการ | E-Bike (ชาร์จไฟฟรี) | รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป |
|---|---|---|
| ค่าพลังงานต่อเดือน (วิ่ง 50 กม./วัน) | 0 บาท (จากจุดชาร์จ Solar Cell) | ประมาณ 1,500 – 2,000 บาท |
| ค่าบำรุงรักษาต่อปี (โดยประมาณ) | 500 – 1,000 บาท (เช็คระบบเบรก, ยาง) | 3,000 – 5,000 บาท (เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, หัวเทียน, ไส้กรอง) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ไม่มีการปล่อยมลพิษ (Zero Emission) | ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศ |
| ความสะดวกในการเติมพลังงาน | ชาร์จได้ทุกที่ที่มีจุดบริการฟรีทั่วเมือง | ต้องเข้าสถานีบริการน้ำมันเท่านั้น |
ยอดขายและการยอมรับ E-Bike ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
วิกฤตพลังงานได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน ข้อมูลจากสื่อต่างๆ เช่น Thai PBS ยืนยันว่ายอดขาย E-Bike เติบโตขึ้นถึง 150% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี และคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งการตลาดของ E-Bike จะสูงถึง 25% ของยอดขายรถสองล้อใหม่ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 ตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดชัยนาทย้ำว่า “จุดชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ฟรี” คือปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ E-Bike เพราะมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในช่วงที่น้ำมันอาจขาดแคลนและมีราคาแพง
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดและสถิติที่น่าสนใจ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดโดย Marklines ซึ่งเป็นพอร์ทัลอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่าแบรนด์ชั้นนำอย่าง Super Soco, VMOTO และแบรนด์ท้องถิ่นเช่น Yuki กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาในปี 2026 ล้วนติดตั้งพอร์ตชาร์จเร็วที่รองรับระบบโซลาร์เซลล์เป็นมาตรฐานจากโรงงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ แนวโน้มที่ชัดเจนนี้บ่งชี้ว่า E-Bike ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คืออนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืน
เลือก E-Bike อย่างไรให้คุ้มค่าและตอบโจทย์: GIANT Shopping Mall มีคำตอบ
เมื่อเทรนด์การใช้งาน E-Bike เติบโตอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ควรเปลี่ยนหรือไม่” แต่เป็น “จะเลือกรุ่นไหนดีที่สุด” ที่ GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ ที่มองหาความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายจุดชาร์จฟรีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อมูลวิจัยชี้ว่า E-Bike ที่มีพอร์ตชาร์จเร็วและรองรับระบบโซลาร์เซลล์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่ง E-bike ทุกรุ่นที่คัดสรรมาจำหน่ายที่ GIANT Shopping Mall ล้วนติดตั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบการชาร์จล่าสุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือการขับขี่ทางไกล นอกจากนี้ เรายังคัดเลือกรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดและมีสมรรถนะสูงในช่วงราคา 35,000-50,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มียอดขายเติบโตสูงสุดตามข้อมูลตลาด เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยานพาหนะแห่งอนาคตในราคาที่จับต้องได้
การลงทุนกับ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall วันนี้ คือการปลดล็อกอิสรภาพทางการเดินทางในวันพรุ่งนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมสำหรับอนาคตและบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้ทุกการเดินทางของคุณประหยัด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ที่สำคัญที่สุดคือบริการหลังการขายและการรับประกันที่เหนือกว่า เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษารถของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ ทำให้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเป็นเจ้าของ E-Bike คุณภาพสูงได้ง่ายๆ
เจาะลึกข้อมูลทางเทคนิคและโครงสร้างพื้นฐาน
ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสถานีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในสภาพอากาศของประเทศไทยและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์และระบบจัดเก็บพลังงาน
รายงานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในไตรมาสแรกของปี 2026 ระบุว่าสถานีชาร์จรุ่นใหม่ๆ เริ่มเปลี่ยนมาใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline) ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 20-22% ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นในพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ สถานีหลายแห่งยังติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำรองเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงเวลากลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด ทำให้สถานีสามารถให้บริการได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีอัตราการทำงาน (Uptime) สูงถึง 70% ในสภาพอากาศที่มีแดดจัด
ต้นทุนการติดตั้งต่อสถานีอยู่ที่ประมาณ 50,000-80,000 บาท ซึ่งรัฐบาลให้การอุดหนุนถึง 70% ทำให้การขยายเครือข่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว โครงการนี้ยังช่วยสร้างผลตอบแทนการลงทุนผ่านคาร์บอนเครดิตและลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าหลักของประเทศอีกด้วย
| คุณสมบัติ | แผงโมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline) | แผงโพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline) |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน | สูง (20-22%) | ปานกลาง (15-17%) |
| ประสิทธิภาพในที่แสงน้อย | ดีกว่า | ด้อยกว่าเล็กน้อย |
| พื้นที่ติดตั้งที่ต้องการ | น้อยกว่า | มากกว่า |
| ต้นทุน | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
ข้อมูลจำเพาะของสถานีชาร์จและความครอบคลุม
ตามข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สถานีชาร์จมีกำลังการจ่ายไฟอยู่ที่ 3-5 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike ให้เต็มได้ในเวลาเฉลี่ย 2-4 ชั่วโมง และรองรับโมเดล E-Bike ได้กว่า 80% ที่มีจำหน่ายในตลาดปัจจุบัน แผนที่ความครอบคลุมแสดงให้เห็นว่าในกรุงเทพฯ มี 7 เขตจาก 50 เขตที่มีสถานีครอบคลุมอย่างสมบูรณ์แล้ว ในขณะที่ต่างจังหวัด เช่น ชัยนาท มีสถานีถึง 100 แห่ง และขอนแก่นกำลังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและความพร้อมใช้งานของสถานีกว่า 95% ได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับ Google Maps
อย่างไรก็ตาม โครงการยังมีความท้าทายอยู่บ้าง เช่น การทำงานที่ลดลงในช่วงฤดูฝน ซึ่งกำลังแก้ไขด้วยการติดตั้งระบบสำรองไฟจากโครงข่ายหลัก และปัญหาการถูกลักขโมยหรือทำลายทรัพย์สิน ซึ่งได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
การคาดการณ์อนาคตและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ทิศทางในอนาคตของ E-Bike ในประเทศไทยนั้นสดใสอย่างยิ่ง การคาดการณ์จากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงพลังงานและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มองว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ภายในสิ้นปี 2026 อาจมีสถานีชาร์จมากถึง 15,000 แห่งทั่วประเทศ และ E-Bike จะกลายเป็นสัดส่วนถึง 40% ของการเดินทางในเขตเมือง
ในเชิงเศรษฐกิจ ผลกระทบนั้นมหาศาล ผู้ใช้ E-Bike สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 10-15 บาทต่อกิโลเมตรเมื่อเทียบกับการใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน ตลาด E-Bike ในประเทศคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกหลักในการเดินทางของคนไทย ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเมืองใหญ่ได้ถึง 30% สร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
สรุป: ทำไมการเปลี่ยนมาใช้ E-Bike จึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดในปี 2026
ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการเดินทางในประเทศไทย การมาถึงของโครงข่ายจุดชาร์จ Solar Cell ฟรีทั่วเมืองได้ทำให้การเป็นเจ้าของ E-Bike ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ทั้งในแง่ของการประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล และการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน การลงทุนใน E-Bike คุณภาพสูงในวันนี้ คือการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตแห่งการเดินทางที่สะอาด ประหยัด และไร้ขีดจำกัด
อย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป การปฏิวัติการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และ GIANT Shopping Mall พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งใหม่ของคุณ เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมบริการที่ครบวงจรเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง
ติดต่อ GIANT Shopping Mall วันนี้ เพื่อเลือกยานพาหนะคู่ใจของคุณ:
สอบถามข้อมูลผ่าน FACEBOOK PAGE หรือ LINE
ดูสินค้าทั้งหมดและ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878

