แบตฯโซลิดสเตต: เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก E-Bike มาเมื่อไหร่?
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของแบตเตอรี่โซลิดสเตตใน E-Bike
- บทนำสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
- เจาะลึกแบตเตอรี่โซลิดสเตต: หลักการทำงานและข้อได้เปรียบ
- สถานะปัจจุบันของเทคโนโลยี: ความคืบหน้าและกรณีศึกษา
- ความท้าทายและกรอบเวลาสู่การใช้งานจริงใน E-Bike
- บทสรุป: อนาคตของ E-Bike กับแบตเตอรี่โซลิดสเตต
- ค้นหาจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์วันนี้
เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery) กำลังถูกกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิมทั้งในด้านความปลอดภัย ความเร็วในการชาร์จ และความหนาแน่นของพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือเทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้งานในยานพาหนะสองล้อขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเมื่อใด
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของแบตเตอรี่โซลิดสเตตใน E-Bike
- ยังไม่พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์: ปัจจุบันยังไม่มี E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตวางจำหน่ายในตลาดทั่วไป เทคโนโลยียังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาเป็นหลัก
- ความท้าทายด้านต้นทุนและการผลิต: การผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตในปริมาณมาก (Mass Production) ยังคงมีต้นทุนสูงและกระบวนการที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำมาใช้ในยานพาหนะที่มีราคาเข้าถึงง่าย
- การทดสอบเริ่มในกลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูง: การนำเทคโนโลยีนี้มาทดสอบมักเริ่มต้นในกลุ่มยานยนต์ราคาสูง เช่น มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Ducati V21L ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเก็บข้อมูลและพัฒนาเทคโนโลยี
- กรอบเวลาที่คาดการณ์: ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าการนำแบตเตอรี่โซลิดสเตตมาใช้ใน E-Bike และยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในวงกว้างอาจเกิดขึ้นหลังปี 2030
- ทางเลือกในปัจจุบัน: ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนเหลวและแบบกึ่งของแข็ง (Semi-solid) จะยังคงเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับตลาด E-Bike ทั่วไป
บทนำสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต
การแสวงหาคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า แบตฯโซลิดสเตต: เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก E-Bike มาเมื่อไหร่? นำไปสู่การสำรวจสถานะปัจจุบันของหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการคาดหวังมากที่สุดในอุตสาหกรรมพลังงาน แบตเตอรี่โซลิดสเตตคือเซลล์กักเก็บพลังงานที่ใช้อิเล็กโทรไลต์ (สารตัวกลางที่ไอออนเคลื่อนที่ผ่าน) ในรูปแบบของแข็ง แทนที่จะเป็นของเหลวหรือเจลโพลีเมอร์เหมือนในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานนี้ส่งผลให้เกิดคุณสมบัติที่เหนือกว่าหลายประการ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงจักรยานไฟฟ้า
แบตเตอรี่โซลิดสเตตมีศักยภาพในการเพิ่มระยะทางการขับขี่ ลดน้ำหนักโดยรวมของยานพาหนะ ลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว และที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มระดับความปลอดภัยให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมแบตเตอรี่โซลิดสเตตจึงเป็นที่จับตามอง?
เหตุผลหลักที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามมาจากข้อจำกัดของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบเหลว แม้จะมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แบตเตอรี่แบบดั้งเดิมยังคงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การลัดวงจรภายในที่อาจนำไปสู่ภาวะ “Thermal Runaway” หรือการเกิดความร้อนสูงจนควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ นอกจากนี้ อิเล็กโทรไลต์เหลวยังมีความไวไฟและจำกัดความหนาแน่นของพลังงานที่แบตเตอรี่สามารถเก็บได้ การเปลี่ยนมาใช้อิเล็กโทรไลต์ของแข็งจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้อย่างมาก ทำให้แบตเตอรี่มีความเสถียรและปลอดภัยยิ่งขึ้น และยังเปิดโอกาสให้สามารถออกแบบเซลล์แบตเตอรี่ที่มีความจุพลังงานสูงขึ้นในขนาดที่เล็กลงและเบาลงได้
ใครกำลังพัฒนาและเมื่อไหร่จะได้ใช้งาน?
บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Toyota, Honda, Nissan และกลุ่มบริษัทในเครือ Volkswagen (รวมถึง Audi และ Ducati) ต่างกำลังทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตต โดยมีเป้าหมายเพื่อชิงความได้เปรียบในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการแข่งขันสูง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากห้องทดลองไปสู่สายการผลิตเชิงพาณิชย์นั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย แม้จะมีความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การผลิตในปริมาณมากสำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะในกลุ่ม E-Bike ที่มีความอ่อนไหวต่อราคาสูง ยังคงเป็นเป้าหมายระยะยาวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงหลังปี 2030
เจาะลึกแบตเตอรี่โซลิดสเตต: หลักการทำงานและข้อได้เปรียบ
เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดเทคโนโลยีนี้จึงถูกขนานนามว่าเป็น “ผู้เปลี่ยนเกม” การพิจารณาความแตกต่างเชิงโครงสร้างและคุณสมบัติที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หลักการทำงานพื้นฐานยังคงเป็นการเคลื่อนที่ของลิเธียมไอออนระหว่างขั้วแอโนด (ขั้วลบ) และคาโทด (ขั้วบวก) ในระหว่างการชาร์จและคายประจุ แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือตัวกลางที่ไอออนใช้เดินทาง
ความแตกต่างจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบัน
ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม ขั้วแอโนดและคาโทดจะถูกแช่อยู่ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นของเหลว และมีแผ่นกั้น (Separator) ที่เป็นรูพรุนเพื่อป้องกันไม่ให้ขั้วทั้งสองสัมผัสกันโดยตรงซึ่งจะทำให้เกิดการลัดวงจร ในทางกลับกัน แบตเตอรี่โซลิดสเตตจะใช้วัสดุแข็ง เช่น เซรามิกหรือโพลีเมอร์แข็ง เป็นทั้งอิเล็กโทรไลต์และแผ่นกั้นในตัวเดียว โครงสร้างที่แข็งแกร่งและเป็นชิ้นเดียวนี้ช่วยลดส่วนประกอบที่ไม่จำเป็น ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม
คุณสมบัติเด่นที่อาจปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้นำมาซึ่งข้อได้เปรียบที่สำคัญหลายประการ:
- ความปลอดภัยที่สูงขึ้น: อิเล็กโทรไลต์ของแข็งไม่ติดไฟและมีความเสถียรทางความร้อนสูงกว่าของเหลว ลดความเสี่ยงการเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างมาก
- ความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น: โครงสร้างที่กะทัดรัดและปลอดภัยกว่า ทำให้สามารถใช้วัสดุขั้วแอโนดที่มีพลังงานสูงอย่างลิเธียมโลหะได้ ซึ่งส่งผลให้แบตเตอรี่สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นในน้ำหนักและขนาดที่เท่ากัน หมายถึงระยะทางที่ไกลขึ้นสำหรับ E-Bike และยานยนต์ไฟฟ้า
- อายุการใช้งานยาวนานขึ้น: อิเล็กโทรไลต์ของแข็งช่วยลดการเสื่อมสภาพของขั้วไฟฟ้าที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น
- ชาร์จได้เร็วขึ้น: คุณสมบัติทางเคมีไฟฟ้าของวัสดุบางชนิดในแบตเตอรี่โซลิดสเตตมีศักยภาพที่จะรองรับการชาร์จด้วยกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้นโดยไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จลงได้อย่างมาก
สถานะปัจจุบันของเทคโนโลยี: ความคืบหน้าและกรณีศึกษา
แม้ว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตจะยังไม่มาถึงตลาด E-Bike สำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่ความคืบหน้าในภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูงและในห้องปฏิบัติการวิจัย กำลังส่งสัญญาณบวกต่ออนาคตของเทคโนโลยีนี้ กรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดคือการพัฒนาในวงการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งมักเป็นเวทีทดสอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ก่อนที่จะถูกปรับขนาดลงมาใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับผู้บริโภค
Ducati V21L: ก้าวแรกในสนามทดสอบของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2025 ที่งาน IAA Mobility ในเมืองมิวนิก Ducati ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้นแบบรุ่น V21L ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการมีส่วนร่วมในรายการแข่งขัน MotoE World Championship โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แต่เป็นการใช้สนามแข่งขันเป็นห้องทดลองเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นที่จะวางจำหน่ายในอนาคต
จุดเด่นของ V21L คือการนำแบตเตอรี่โซลิดสเตตที่พัฒนาร่วมกับ QuantumScape (ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Audi และ PowerCo) มาทดลองใช้งาน เป้าหมายหลักคือการลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพให้ทัดเทียมกับรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในรายการ MotoGP ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือแพ็กแบตเตอรี่มีน้ำหนักลดลงถึง 8.2 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้จะเบาลง แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน กรณีของ Ducati V21L จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีกำลังก้าวไปข้างหน้า แต่ยังคงอยู่ในขั้นทดสอบและยังไม่พร้อมสำหรับการผลิตจำนวนมาก
ความก้าวหน้าในระดับสากลและแนวโน้มการพัฒนา
นอกเหนือจาก Ducati แล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวที่สำคัญในระดับโลก โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่:
- การลดแรงดันในกระบวนการผลิต: นักวิจัยชาวจีนประสบความสำเร็จในการลดแรงดันที่ต้องใช้ในการผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตชนิดซัลไฟด์ จากหลายร้อยเมกะปาสคาล (MPa) เหลือเพียง 5 MPa ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่อาจช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนของกระบวนการผลิตในอนาคต
- ไทม์ไลน์จากผู้ผลิต: SVOLT Energy ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน คาดการณ์ว่าจะสามารถติดตั้งแบตเตอรี่โซลิดสเตตขนาดเล็กเพื่อการสาธิตในรถยนต์ได้ภายในปี 2027 แต่ยอมรับว่าการผลิตในปริมาณมากสำหรับตลาดวงกว้างจะเกิดขึ้นหลังปี 2030
- แนวโน้มแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง (Semi-solid): สมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งประเทศจีนคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 การใช้งานแบตเตอรี่โซลิดสเตตเต็มรูปแบบจะยังคงมีจำกัด แต่แบตเตอรี่แบบกึ่งของแข็ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลูกผสม จะมีการใช้งานที่แพร่หลายมากกว่าในฐานะเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน
| ประเด็นความก้าวหน้า | รายละเอียด | บริษัท/หน่วยงาน |
|---|---|---|
| การทดสอบในยานยนต์สมรรถนะสูง | ต้นแบบมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Ducati V21L ใช้แบตฯ โซลิดสเตตเพื่อลดน้ำหนักและทดสอบประสิทธิภาพในสนามแข่ง | Ducati (ร่วมกับ QuantumScape) |
| การลดความซับซ้อนในการผลิต | ประสบความสำเร็จในการลดแรงดันที่ใช้ในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ซัลไฟด์ เหลือเพียง 5 MPa | นักวิจัยในประเทศจีน |
| กรอบเวลาการผลิตเชิงพาณิชย์ | คาดว่าจะสามารถสาธิตในรถยนต์ได้ปี 2027 แต่การผลิตจำนวนมากจะเกิดขึ้นหลังปี 2030 | SVOLT Energy (จีน) |
| แนวโน้มเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน | คาดว่าแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง (Semi-solid) จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายก่อนแบตเตอรี่โซลิดสเตตเต็มรูปแบบ | สมาคมวิศวกรยานยนต์จีน |
ความท้าทายและกรอบเวลาสู่การใช้งานจริงใน E-Bike
แม้จะมีข่าวดีและความคืบหน้าที่น่าสนใจ แต่เส้นทางสู่การนำแบตเตอรี่โซลิดสเตตมาใช้ใน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้นั้นยังคงยาวไกล อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ครอบคลุมไปถึงกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรมและโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
อุปสรรคด้านการผลิตและต้นทุนที่ยังต้องก้าวข้าม
ความท้าทายหลักที่ขัดขวางการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในวงกว้าง ได้แก่:
- ต้นทุนวัสดุ: วัสดุที่ใช้ทำอิเล็กโทรไลต์ของแข็งบางชนิดยังคงมีราคาสูงและหาได้ยาก ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของแบตเตอรี่สูงเกินกว่าจะนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดมวลชนอย่าง E-Bike ได้
- ความซับซ้อนของกระบวนการผลิต: การผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตต้องการเครื่องมือและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากการผลิตแบตเตอรี่แบบดั้งเดิม การสร้างสายการผลิตใหม่ทั้งหมดต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
- การสร้างห่วงโซ่อุปทาน: อุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนาและสร้างห่วงโซ่อุปทานสำหรับวัตถุดิบและส่วนประกอบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การสกัดแร่ไปจนถึงการผลิตเซลล์ ซึ่งต้องใช้เวลาและการประสานงานในระดับโลก
- การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์: ยังคงต้องมีการวิเคราะห์และทำความเข้าใจพฤติกรรมของวัสดุในระยะยาวให้มากขึ้น เพื่อให้แน่ใจในความทนทานและเสถียรภาพตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
คาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: เมื่อไหร่จะได้เห็นในตลาดวงกว้าง?
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะในประเทศจีน มีความเห็นตรงกันว่าการผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตเชิงพาณิชย์ในปริมาณมากอาจล่าช้ากว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ โดยอาจเกิดขึ้นหลังปี 2030 อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้จึงมีการแนะนำให้ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบเหลวที่มีอยู่ หรือพิจารณาใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง (Semi-solid) เป็นทางเลือกในระยะกลาง (ช่วง 3-5 ปีข้างหน้า) ซึ่งสามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ต้องรอการมาถึงของเทคโนโลยีโซลิดสเตตเต็มรูปแบบ
ดังนั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่า E-Bike ที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตจะมีการวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายในปี 2026 หรือในระยะเวลาอันใกล้นี้
บทสรุป: อนาคตของ E-Bike กับแบตเตอรี่โซลิดสเตต
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า “แบตฯโซลิดสเตต: เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก E-Bike มาเมื่อไหร่?” คือ “ยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้” แม้ว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตจะมีศักยภาพมหาศาลในการปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าด้วยความปลอดภัยที่เหนือกว่า ระยะทางที่ไกลขึ้น และการชาร์จที่รวดเร็วกว่า แต่การนำมาปรับใช้กับยานพาหนะสองล้อขนาดเล็กอย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญด้านต้นทุนการผลิตและความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน
ความคืบหน้าจากการทดสอบในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Ducati V21L และการพัฒนาในห้องปฏิบัติการทั่วโลกเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่กำลังมองหา E-Bike ในปัจจุบันและในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ได้รับการปรับปรุงและแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง จะยังคงเป็นตัวเลือกหลักที่ขับเคลื่อนตลาดต่อไป ในขณะที่การมาถึงของแบตเตอรี่โซลิดสเตตใน E-Bike ยังคงเป็นภาพอนาคตที่ต้องรอคอยหลังปี 2030
ค้นหาจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์วันนี้
แม้เทคโนโลยีแห่งอนาคตจะยังมาไม่ถึง แต่คุณสามารถเป็นเจ้าของนวัตกรรมการเดินทางที่ยอดเยี่ยมได้แล้ววันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์การเดินทางของคุณ
ติดต่อเราได้ที่:
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

