วิเคราะห์นโยบายรัฐปลายปี 26 ดัน E-Bike ช่วยเซฟค่าเดินทาง
ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ผันผวน การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนวัยทำงานและนักศึกษา แนวโน้มการ วิเคราะห์นโยบายรัฐปลายปี 26 ดัน E-Bike ช่วยเซฟค่าเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง โดยภาครัฐอาจออกมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมพลังงานสะอาด แต่ก่อนที่นโยบายจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ การเตรียมความพร้อมและเลือกสรรยานพาหนะที่ตอบโจทย์ตั้งแต่วันนี้ ถือเป็นก้าวแรกสู่ความคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้รวบรวมจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูง พร้อมเป็นทางออกให้คุณแล้วในวันนี้
- นโยบายภาครัฐในช่วงปลายปี 2569 มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเป็นทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการเดินทาง
- E-Bike มีข้อได้เปรียบด้านเศรษฐศาสตร์ที่ชัดเจน ทั้งค่าพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาต่ำ และช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าที่จอดรถ
- กลุ่มผู้ใช้ในเมือง นักศึกษา และพนักงานเดลิเวอรี่ คือกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายนี้มากที่สุด เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างมีนัยสำคัญ
- แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ยังคงมีความท้าทายด้านราคาสินค้าในช่วงแรก คุณภาพแบตเตอรี่ และความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคต้องพิจารณา
- การเลือกซื้อ E-Bike จากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall จะช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้า สเปกที่ตอบโจทย์ และบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้คุณเริ่มต้นความประหยัดได้ก่อนใคร
ภาพรวมอนาคตการเดินทางด้วย E-Bike
แนวคิดเรื่องนโยบายผลักดันการใช้จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ในช่วงปลายปี 2569 มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลเป็นทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น หัวใจสำคัญของนโยบายลักษณะนี้คือการลดภาระค่าครองชีพของภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ต้องพึ่งพาการเดินทางในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดมลพิษในเขตเมือง และสนับสนุนการปรับตัวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามทิศทางของโลก
โดยทั่วไปแล้ว นโยบายสนับสนุน E-Bike มักประกอบด้วยมาตรการหลายด้าน ตั้งแต่การให้เงินอุดหนุนเพื่อลดราคาจำหน่าย การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อ ไปจนถึงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ยังอาจรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น สถานีชาร์จ (Charging Station) หรือจุดสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping) และการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค การเคลื่อนไหวนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาค่าเดินทาง แต่ยังเป็นการวางรากฐานระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
เหตุผลที่ภาครัฐพิจารณาผลักดัน E-Bike
การที่ภาครัฐให้ความสนใจในการส่งเสริม E-Bike นั้นมีเหตุผลสนับสนุนหลายมิติ ซึ่งล้วนแต่ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมเมืองในปัจจุบัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของ E-Bike คือต้นทุนการเดินทางที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้าต่อกิโลเมตรนั้นถูกกว่าค่าน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ E-Bike ยังมีค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่า เนื่องจากมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อย ไม่มีระบบเครื่องยนต์สันดาปที่ซับซ้อน ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรือระบบท่อไอเสีย การลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของประชาชน ทำให้มีกำลังซื้อในด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น
เข้าถึงง่ายสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
E-Bike และ Scooter ไฟฟ้าเป็นยานพาหนะที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางในระยะสั้นถึงปานกลาง (ประมาณ 2–15 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นระยะทางส่วนใหญ่ของการเดินทางในเขตเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานของพนักงานออฟฟิศ การไปเรียนของนักศึกษา หรือแม้กระทั่งการใช้งานในกลุ่มพนักงานรับส่งอาหารและพัสดุ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหา “Last-mile Travel” หรือการเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถประจำทางกลับสู่ที่พักได้อย่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะในพื้นที่ซอยแคบหรือมีที่จอดรถจำกัด
ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ (Tailpipe Emissions) ได้โดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่น PM2.5 ในเมืองใหญ่ อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษทางเสียง ทำให้สภาพแวดล้อมในเมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน การใช้ E-Bike ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ได้ออกกำลังกายเบาๆ ซึ่งดีต่อสุขภาพมากกว่าการนั่งในรถยนต์หรือบนรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย
เครื่องมือและมาตรการที่เป็นไปได้ในนโยบาย
หากนโยบายส่งเสริม E-Bike เกิดขึ้นจริงในช่วงปลายปี 2569 คาดการณ์ว่าภาครัฐจะใช้เครื่องมือหลายอย่างผสมผสานกันเพื่อกระตุ้นตลาดและจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้งานมากขึ้น โดยมีรูปแบบที่น่าจะเป็นไปได้ดังนี้
เงินอุดหนุนการซื้อ (Purchase Subsidy)
เป็นมาตรการทางตรงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยรัฐอาจมอบเงินคืน (Rebate) หรือคูปองส่วนลดให้กับผู้บริโภคเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อ E-Bike ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับใครหลายคน รูปแบบอาจเป็นการให้เงินอุดหนุนจำนวนคงที่ต่อคัน, จำกัดเพดานตามราคาขายปลีก, หรือกำหนดให้เฉพาะรุ่นที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย
มาตรการจูงใจทางภาษี (Tax Incentives)
มาตรการทางอ้อมที่ช่วยลดต้นทุนได้เช่นกัน อาจอยู่ในรูปแบบของการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, การยกเว้นหรือลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการซื้อ E-Bike, การลดหย่อนภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศ หรือแม้กระทั่งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทที่ซื้อ E-Bike ให้พนักงานใช้ (Fleet Purchase)
การสนับสนุนด้านสินเชื่อ (Financing Support)
เนื่องจากราคาสูงในช่วงแรกเป็นอุปสรรคสำคัญ การมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่เข้าถึงง่ายจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเงินอุดหนุน รัฐอาจร่วมมือกับสถาบันการเงินของรัฐหรือธนาคารพาณิชย์เพื่อออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษสำหรับยานยนต์ EV ขนาดเล็กโดยเฉพาะ
โครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบ (Infrastructure and Regulation)
เพื่อให้การใช้งาน E-Bike เกิดขึ้นได้อย่างแพร่หลายและปลอดภัย นโยบายจำเป็นต้องครอบคลุมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างเลนจักรยานที่ปลอดภัย, ที่จอดรถที่เพียงพอใกล้สถานีขนส่งสาธารณะ, และการติดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่สาธารณะ นอกจากนี้ การกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถและแบตเตอรี่, การจำกัดความเร็ว, และกฎจราจรสำหรับการใช้งานบนท้องถนนก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์: E-Bike ช่วยประหยัดค่าเดินทางได้อย่างไร
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เหตุผลที่ E-Bike ถูกมองว่าเป็นทางออกของการประหยัดค่าเดินทางนั้นมีรากฐานมาจากหลักการ “การทดแทนเชื้อเพลิง” และ “การลดต้นทุนการเป็นเจ้าของในระยะยาว” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ การเปลี่ยนจากรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมาเป็นยานพาหนะไฟฟ้าหมายถึงการเปลี่ยนจากการพึ่งพาน้ำมันที่มีราคาผันผวนตามตลาดโลก มาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพด้านราคาสูงกว่าและมีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่ามาก นอกจากนี้ E-Bike ยังมีชิ้นส่วนที่ต้องบำรุงรักษาน้อยกว่าอย่างชัดเจน เช่น ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไม่มีระบบไอเสีย หรือหัวเทียนที่ต้องคอยดูแล ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หลักการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการประหยัดอย่างมหาศาล และที่ไม่ต้องรอให้นโยบายประกาศใช้ คือการเริ่มต้นความคุ้มค่าได้ตั้งแต่วันนี้กับ จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ที่คัดสรรเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพื่อตอบโจทย์การประหยัดพลังงานอย่างสูงสุด รุ่นต่างๆ ของเรามาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) คุณภาพสูง ที่ให้ระยะทางวิ่งได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Battery Management System – BMS) ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่และรับประกันความปลอดภัย มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Brushless DC ให้ประสิทธิภาพสูง เสียงเงียบ และแทบไม่ต้องบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากมอเตอร์แบบมีแปรงถ่านในรุ่นเก่าๆ อย่างสิ้นเชิง สเปกเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางเทคนิค แต่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ E-Bike ของเราประหยัดและคุ้มค่ากว่าอย่างแท้จริง
เริ่มต้นประหยัดค่าเดินทางได้ทันที ไม่ต้องรอนโยบายรัฐ! เลือก E-Bike คุณภาพสูงจาก GIANT Shopping Mall ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ล่าสุด เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดในทุกกิโลเมตร
| รายการค่าใช้จ่าย | E-Bike (GIANT Shopping Mall) | รถจักรยานยนต์ 125cc |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (เฉลี่ย 20 กม./วัน) | ~ 1,000 บาท/ปี (ค่าไฟฟ้า) | ~ 10,000 บาท/ปี (ค่าน้ำมัน) |
| ค่าบำรุงรักษาตามระยะ | ~ 500 บาท/ปี (ตรวจเช็คทั่วไป, เบรก) | ~ 2,500 บาท/ปี (น้ำมันเครื่อง, หัวเทียน) |
| ค่าภาษี/พ.ร.บ. | ไม่มี | ~ 450 บาท/ปี |
| รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อปี | ~ 1,500 บาท | ~ 12,950 บาท |
จากตารางจะเห็นได้ว่า การเลือกใช้ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall สามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้มากกว่า 10,000 บาทต่อปี นี่คือความคุ้มค่าที่จับต้องได้จริงและเริ่มต้นได้ทันที
กลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลง
นโยบายส่งเสริม E-Bike จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประชากรในวงกว้าง แต่มีบางกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนและโดยตรงมากที่สุด ได้แก่
- พนักงานออฟฟิศในเมือง: ผู้ที่ต้องเดินทางภายในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ต่างๆ จะได้ประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางระยะสั้นถึงกลาง และหลีกเลี่ยงปัญหารถติดและค่าที่จอดรถที่สูง
- พนักงานส่งอาหารและพัสดุ (Delivery Workers): กลุ่มอาชีพนี้สามารถลดต้นทุนค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการประกอบอาชีพได้อย่างมหาศาล แม้จะต้องพิจารณาเรื่องระยะทางวิ่งของแบตเตอรี่และการจัดการการชาร์จไฟก็ตาม
- นักเรียนและนักศึกษา: สำหรับกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัด E-Bike เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่ารถจักรยานยนต์อย่างมาก ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองและทำให้การเดินทางไปสถานศึกษาสะดวกขึ้น
- ผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ: E-Bike ช่วยแก้ปัญหาการเดินทางเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถประจำทางไปยังบ้านพักหรือที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ (First/Last Mile Connectivity)
ความท้าทายและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา
แม้ว่า E-Bike จะมีศักยภาพสูง แต่การผลักดันให้เกิดการใช้งานในวงกว้างยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ทั้งภาครัฐและผู้บริโภคต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
ราคาสูงในช่วงเริ่มต้น
แม้ต้นทุนการใช้งานระยะยาวจะต่ำ แต่ราคาซื้อในช่วงแรกของ E-Bike ที่มีคุณภาพยังคงสูงกว่าจักรยานธรรมดาหรือรถจักรยานยนต์มือสองบางรุ่น ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มลังเลที่จะตัดสินใจซื้อ ดังนั้น มาตรการอุดหนุนหรือสินเชื่อจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
คุณภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่คือหัวใจของ E-Bike ข้อกังวลหลักของผู้ใช้จึงหนีไม่พ้นเรื่องระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ, การเสื่อมสภาพตามกาลเวลา, ระยะเวลาในการชาร์จ, และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ นอกจากนี้ ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ความปลอดภัยและการใช้งานบนท้องถนน
การใช้ E-Bike ร่วมกับยานพาหนะอื่นบนท้องถนนที่มีการจราจรหนาแน่นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง หากไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น เลนจักรยานที่ปลอดภัย หรือหากวินัยจราจรของผู้ใช้ถนนยังไม่ดีพอ การออกกฎระเบียบที่ชัดเจนและการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น
| ประเภท | เหมาะกับการใช้งาน | จุดเด่น |
|---|---|---|
| จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | การเดินทางในเมือง, ออกกำลังกายเบาๆ, การเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ | คล่องตัวสูง, น้ำหนักเบา, สามารถปั่นแบบธรรมดาได้, ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ |
| สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) | การเดินทางระยะสั้น, พนักงานออฟฟิศ, นักศึกษา, ใช้งานในพื้นที่จำกัด | ใช้งานง่าย ไม่ต้องออกแรง, ขนาดกะทัดรัด พับเก็บได้, สะดวกสบายในการขับขี่ |
| จักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Moped) | การเดินทางระยะไกลขึ้น, การใช้งานทดแทนรถจักรยานยนต์, พนักงานเดลิเวอรี่ | ความเร็วสูงกว่า, โครงสร้างแข็งแรง, รองรับน้ำหนักได้มาก, มีที่เก็บของ |
เริ่มต้นอนาคตการเดินทางที่คุ้มค่าก่อนใคร
แนวโน้มของนโยบายรัฐในช่วงปลายปี 2569 คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าอนาคตของการเดินทางในเมืองกำลังมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สะอาดและประหยัดกว่า การรอให้นโยบายประกาศใช้อาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายที่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ การเลือกใช้ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าทางการเงินในระยะยาว แต่ยังเป็นการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพ
ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลายและพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้คุณเลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้าสำหรับเดินทางในเมือง, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อความคล่องตัว หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับงานที่ต้องการสมรรถนะ เราคัดสรรสินค้าคุณภาพที่มาพร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายที่ครบวงจร เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการลงทุนของคุณจะได้รับความคุ้มค่าสูงสุด
อย่าปล่อยให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางบั่นทอนเงินในกระเป๋าของคุณอีกต่อไป ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางที่ชาญฉลาดและประหยัดกว่าได้แล้ววันนี้
เลือกซื้อยานยนต์ EV ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ที่ GIANT Shopping Mall
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshoppingmall
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

