มาตรการรัฐ EV: E-Bike ได้ลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่?
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ มาตรการรัฐ EV: E-Bike ได้ลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่? คำตอบคือ ใช่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือที่นิยมเรียกรวมๆ ว่า E-Bike ในบริบทของไทย ได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งในรูปแบบเงินอุดหนุนโดยตรงและการลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการสนับสนุน EV ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการ EV 3.5 ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2567-2568 ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิต เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่งส่วนบุคคล
สรุปประเด็นสำคัญของมาตรการสนับสนุน EV สำหรับ E-Bike
- เงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาท: รัฐบาลมอบเงินอุดหนุนโดยตรงสำหรับผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ คือ ราคาไม่เกิน 150,000 บาท และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 3 kWh ขึ้นไป
- ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 1%: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศระหว่างปี 2565-2570 หรือนำเข้าในช่วงปี 2565-2566 จะได้รับการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตเหลือเพียง 1% ซึ่งช่วยให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ลดอากรนำเข้าสูงสุด 40%: สำหรับผู้ประกอบการที่นำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน (CBU) และเข้าร่วมมาตรการ EV ที่มีเงื่อนไขการผลิตชดเชยในประเทศ จะได้รับสิทธิลดอากรนำเข้าสูงสุดถึง 40%
- สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับผู้ผลิต: ผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตจักรยานไฟฟ้า (Electric Bicycle) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนานสูงสุด 3-4 ปี เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิต EV ที่สำคัญ
- เงื่อนไขการผลิตชดเชย: ผู้ประกอบการที่นำเข้ารถจะต้องมีแผนการผลิตในประเทศเพื่อชดเชยในอัตราส่วนที่กำหนด เช่น นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตชดเชย 2-3 คัน ภายในปี 2569-2570 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว
ภาพรวมมาตรการรัฐ EV และผลกระทบต่อตลาด E-Bike
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ พร้อมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน มาตรการเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในชีวิตประจำวันของคนไทย
ความสำคัญของนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า
การเปลี่ยนผ่านจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Motorcycle) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ เนื่องจากรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่มีจำนวนมากที่สุดบนท้องถนน การสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนและมาตรการทางภาษีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้บริโภค ทำให้ราคารถไฟฟ้าเข้าถึงง่ายขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในตลาด ทั้งในด้านเทคโนโลยีและราคา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วประโยชน์จะตกอยู่ที่ผู้ใช้งานโดยตรง
กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์
มาตรการสนับสนุน EV ของรัฐบาลถูกออกแบบมาให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- ผู้บริโภค: ได้รับประโยชน์โดยตรงจากเงินอุดหนุนที่ช่วยลดราคาซื้อ และการลดหย่อนภาษีที่ทำให้ราคาสุดท้ายของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
- ผู้ประกอบการ/ผู้นำเข้า: ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้า ทำให้สามารถกำหนดราคาแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น และมีแรงจูงใจในการลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศ
- ผู้ผลิตในประเทศ: ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ช่วยลดภาระทางภาษีในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และสร้างโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและแบตเตอรี่ในประเทศ
เจาะลึกมาตรการสนับสนุน EV สำหรับ E-Bike และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
เพื่อให้เข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะได้รับอย่างชัดเจน การพิจารณารายละเอียดของแต่ละมาตรการเป็นสิ่งจำเป็น โดยมาตรการหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีดังนี้
เงินอุดหนุนโดยตรงจากภาครัฐ
ภายใต้มาตรการ EV 3.5 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบเงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ โดยมีเงื่อนไขที่ชัดเจน:
- จำนวนเงินอุดหนุน: สูงสุด 10,000 บาทต่อคัน
- คุณสมบัติรถ: ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่มีราคาจำหน่ายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท
- คุณสมบัติแบตเตอรี่: ต้องใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- มาตรฐาน: รถจักรยานยนต์ต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และต้องสามารถวิ่งได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 75 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WMTC (World Motorcycle Test Cycle)
เงินอุดหนุนนี้จะถูกส่งมอบผ่านผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำไปเป็นส่วนลดในราคาขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ซื้อสามารถเห็นราคาที่ลดลงได้ทันที ณ จุดขาย
การลดหย่อนภาษีสรรพสามิต
ภาษีสรรพสามิตเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของราคายานพาหนะ รัฐบาลได้ประกาศลดอัตราภาษีสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราปกติที่อาจสูงถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 1% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำมาก โดยมีเงื่อนไขด้านระยะเวลาดังนี้:
- รถนำเข้า (CBU): ต้องนำเข้าและเสียภาษีในช่วงปี พ.ศ. 2565-2566
- รถผลิตในประเทศ (CKD): ต้องผลิตและจำหน่ายในช่วงปี พ.ศ. 2565-2570
การลดภาษีนี้ส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถทำราคาจำหน่ายได้ต่ำลง และเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกิดการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศในระยะยาว
สิทธิประโยชน์ด้านอากรนำเข้า
สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มีฐานการผลิตในประเทศและจำเป็นต้องนำเข้ารถทั้งคัน (Completely Built-Up หรือ CBU) มาจำหน่าย จะได้รับสิทธิลดหย่อนอากรขาเข้าสูงสุด 40% อย่างไรก็ตาม สิทธินี้มาพร้อมกับเงื่อนไขสำคัญ คือผู้ประกอบการต้องทำข้อตกลงกับกรมสรรพสามิตว่าจะต้องตั้งโรงงานและเริ่มผลิตเพื่อชดเชยจำนวนที่นำเข้ามาในอนาคต เช่น กำหนดให้ผลิตชดเชยในอัตรา 1:2 (นำเข้า 1 คัน ผลิต 2 คัน) ภายในปี 2569 เป็นต้น มาตรการนี้จึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการกระตุ้นตลาดในระยะสั้น และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมในประเทศระยะยาว
| ประเภทสิทธิประโยชน์ | รายละเอียด | กลุ่มเป้าหมาย |
|---|---|---|
| เงินอุดหนุนโดยตรง | สูงสุด 10,000 บาท/คัน (ราคาไม่เกิน 150,000 บาท, แบตเตอรี่ ≥ 3 kWh) | ผู้บริโภค (ผ่านผู้ขาย) |
| ลดภาษีสรรพสามิต | ลดอัตราภาษีเหลือ 1% สำหรับรถที่ผลิตหรือนำเข้าตามเงื่อนไข | ผู้ผลิตและผู้นำเข้า |
| ลดอากรนำเข้า | ลดสูงสุด 40% สำหรับรถ CBU ที่มีแผนผลิตชดเชยในประเทศ | ผู้นำเข้าที่เข้าร่วมโครงการ |
| ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล | ยกเว้นภาษี 3-4 ปี สำหรับการลงทุนผลิต E-Bike และชิ้นส่วน | ผู้ผลิตในประเทศ (BOI) |
สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ผลิต (BOI)
นอกเหนือจากมาตรการที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกแล้ว คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังมีมาตรการเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจตั้งฐานการผลิตจักรยานไฟฟ้า (Electric Bicycle) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล: ได้รับการยกเว้นอากรสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบ รวมถึงยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปี
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม: หากโรงงานตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมพิเศษหรือนิคมอุตสาหกรรม อาจได้รับการขยายเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเป็น 4 ปี
มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่และมอเตอร์ ไปจนถึงการประกอบเป็นยานพาหนะสำเร็จรูป
เงื่อนไขและข้อกำหนดสำคัญที่ต้องทราบ
เพื่อให้การใช้สิทธิประโยชน์เป็นไปอย่างถูกต้อง ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
ประเภทของยานพาหนะที่เข้าเกณฑ์
มาตรการส่วนใหญ่เน้นไปที่ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% (Battery Electric Vehicle: BEV) ที่ได้รับการอนุมัติจากกรมสรรพสามิตเท่านั้น ซึ่งหมายถึงรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่รวมถึงรถไฮบริด (Hybrid) นอกจากนี้ รถจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้ในแต่ละมาตรการ เช่น ขนาดแบตเตอรี่ หรือมาตรฐานการทดสอบระยะทาง
เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมโครงการและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จะต้องลงนามในข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต และปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการผลิตชดเชยการนำเข้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายในการผลักดันให้เกิดการลงทุนในประเทศอย่างแท้จริง การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอาจนำไปสู่การถูกเรียกคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้
สิทธิประโยชน์สำหรับผู้บริโภครายย่อย
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป นอกจากจะได้รับประโยชน์จากราคาขายที่ลดลงอันเนื่องมาจากเงินอุดหนุนและมาตรการทางภาษีแล้ว ในบางช่วงเวลายังอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่สามารถใช้ร่วมได้ เช่น ในอดีตมีโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการ (รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) จากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด (เช่น 30,000 บาท ในปี 2566) ผู้ที่สนใจซื้อควรติดตามประกาศจากภาครัฐเป็นระยะเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
ขอบเขตของ ‘E-Bike’ ในมาตรการรัฐ
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือคำว่า “E-Bike” ในบริบทของมาตรการรัฐบาลไทยนั้น โดยส่วนใหญ่จะหมายถึง รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ไม่ใช่จักรยานไฟฟ้าแบบปั่นเสริม (Pedal-Assist Bicycle) ที่มีกำลังมอเตอร์ต่ำและไม่ต้องจดทะเบียน แม้ว่าในฝั่งของผู้ผลิตจะมีสิทธิประโยชน์ BOI สำหรับการผลิตจักรยานไฟฟ้าประเภทหลัง แต่มาตรการลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุนสำหรับผู้บริโภคนั้นจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบประเภทและคุณสมบัติของรถให้แน่ใจว่าเข้าเกณฑ์การสนับสนุนตามที่ภาครัฐกำหนดหรือไม่
บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้า
โดยสรุปแล้ว คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า มาตรการรัฐ EV: E-Bike ได้ลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่? นั้นชัดเจนว่า “ใช่” รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์หลายด้าน ทั้งเงินอุดหนุนโดยตรง การลดภาษีสรรพสามิต และอากรนำเข้า ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายน่าสนใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภค นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และผลักดันประเทศไปสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike การเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อให้การตัดสินใจของคุณคุ้มค่าที่สุด
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าจริงหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

