รัฐหนุน EV เล็ก? ส่องมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike ปี 2570
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบาย EV ขนาดเล็ก
- ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ
- EV Bike และ E-Bike: ความเหมือนที่แตกต่างในมาตรการสนับสนุน
- สถานการณ์ปัจจุบันและเป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้าไทย
- วิเคราะห์อนาคต: โอกาสลดหย่อนภาษี E-Bike ปี 2570
- ข้อเสนอแนะและแนวทางส่งเสริม EV ขนาดเล็กเพิ่มเติม
- บทสรุปและแนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
- เลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การใช้งาน
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นทางเลือกที่สำคัญในการเดินทางแห่งอนาคต โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต่างจับตามองคือ ทิศทางของภาครัฐที่จะสนับสนุนยานยนต์ประเภทนี้ โดยเฉพาะประเด็น รัฐหนุน EV เล็ก? ส่องมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike ปี 2570 ซึ่งเป็นหัวข้อที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อและการเติบโตของตลาดในภาพรวม
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบาย EV ขนาดเล็ก
- มาตรการรัฐเน้น EV Bike: นโยบายหลักของรัฐบาลไทย เช่น EV 3.5 และ 30@30 มุ่งเน้นการสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Bike) เป็นหลัก ผ่านเงินอุดหนุนและการลดหย่อนภาษีสรรพสามิต
- ไม่มีมาตรการเฉพาะสำหรับ E-Bike: จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่พบมาตรการลดหย่อนภาษีหรือเงินอุดหนุนที่ระบุเฉพาะเจาะจงสำหรับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในปี 2570
- สิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ: ภาคธุรกิจที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในการประกอบการ เช่น การขนส่งพัสดุ หรือรถรับ-ส่งพนักงาน สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
- เป้าหมายระยะยาว: รัฐบาลตั้งเป้าหมายการผลิตและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อตลาด EV ทุกประเภทในระยะยาว
- นโยบายมีความยืดหยุ่น: มาตรการสนับสนุนต่างๆ อาจมีการปรับปรุงและขยายผลในอนาคต ซึ่งหมายความว่าอาจมีนโยบายใหม่ๆ สำหรับ E-Bike เกิดขึ้นได้หลังปี 2568
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยมีนโยบายจากภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน บทความนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าในปี 2570 ผู้บริโภคและผู้ประกอบการจะคาดหวังอะไรได้บ้างจากนโยบายของรัฐบาล
ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ
รัฐบาลไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค ผ่านการออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค แม้ว่ามาตรการส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่ได้รับการส่งเสริมเช่นกัน นโยบายหลักที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย:
นโยบาย EV 3.5: มาตรการกระตุ้นตลาด
นโยบาย EV 3.5 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในช่วงปี 2567-2570 เป็นมาตรการต่อเนื่องจาก EV 3.0 โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับการเติบโตของตลาด EV ในประเทศและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle หรือ EV Bike) นโยบายนี้ให้การสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่:
- เงินอุดหนุน: รัฐบาลมอบเงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาทต่อคัน สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของผู้ซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การลดหย่อนภาษีสรรพสามิต: มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อทำให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายน่าดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตหันมาลงทุนและผลิตในประเทศมากขึ้น
มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นทั้งฝั่งอุปสงค์ (ผู้ซื้อ) และอุปทาน (ผู้ผลิต) พร้อมกัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถจักรยานยนต์สันดาปภายในไปสู่ระบบไฟฟ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นโยบาย 30@30: เป้าหมายระยะยาวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
นโยบาย 30@30 เป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่า โดยตั้งเป้าให้การผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นโยบายนี้ได้วางแนวทางส่งเสริมในระยะยาวผ่านกลไกต่างๆ ดังนี้:
- การส่งเสริมการลงทุน: ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ผลิตที่ลงทุนตั้งฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทย
- การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน: สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในประเทศ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบควบคุม เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม EV ของไทย
- การกำหนดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ: มีการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศ
เป้าหมายสูงสุดของนโยบายนี้คือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่ง และผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608–2613
สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับภาคธุรกิจ
นอกจากการสนับสนุนผู้บริโภครายย่อยแล้ว ภาครัฐยังออกมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในการดำเนินงานมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้ยานพาหนะขนาดเล็กจำนวนมาก เช่น:
- ธุรกิจขนส่งพัสดุ: ผู้ประกอบการที่ลงทุนซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าหรือพัสดุ สามารถนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีได้
- รถรับ-ส่งพนักงาน: บริษัทเอกชนที่จัดหารถบัสไฟฟ้าหรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้เป็นสวัสดิการรับ-ส่งพนักงาน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นกัน
- การเปลี่ยนรถโดยสารเป็น EV: สนับสนุนการเปลี่ยนรถยนต์โดยสาร (เช่น รถสองแถว, รถตู้) ไปเป็นยานยนต์ไฟฟ้า
มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังมีส่วนช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในเขตเมือง โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
EV Bike และ E-Bike: ความเหมือนที่แตกต่างในมาตรการสนับสนุน
เพื่อให้เข้าใจนโยบายของรัฐอย่างถ่องแท้ สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่าง “EV Bike” และ “E-Bike” ซึ่งมักถูกใช้สลับกันจนเกิดความสับสน
EV Bike (Electric Motorcycle) หรือ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หมายถึง ยานพาหนะสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีลักษณะการใช้งานและสมรรถนะเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
E-Bike (Electric Bicycle) หรือ จักรยานไฟฟ้า หมายถึง จักรยานที่มีระบบช่วยปั่นด้วยไฟฟ้า (Pedal-Assist) หรือมีคันเร่งขนาดเล็ก ความเร็วมักถูกจำกัด และส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน (ขึ้นอยู่กับกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุดตามกฎหมายกำหนด) เหมาะสำหรับการเดินทางในระยะใกล้
จากข้อมูลนโยบายของภาครัฐที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามาตรการสนับสนุนหลักๆ เช่น เงินอุดหนุน 10,000 บาท และการลดภาษีสรรพสามิตภายใต้นโยบาย EV 3.5 นั้น มุ่งเป้าไปที่กลุ่ม EV Bike หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่สามารถทดแทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในซึ่งมีจำนวนมหาศาลในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลต่อการลดมลพิษในภาพรวมได้มากกว่า
ในขณะที่กลุ่ม E-Bike หรือจักรยานไฟฟ้า ยังไม่มีมาตรการอุดหนุนหรือลดหย่อนภาษีโดยตรงสำหรับผู้บริโภครายย่อย อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมอาจส่งผลทางอ้อมให้ราคาของ E-Bike สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในอนาคต จากการแข่งขันที่สูงขึ้นและต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนที่ลดลง
สถานการณ์ปัจจุบันและเป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้าไทย
แม้ว่าเส้นทางสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังคงมีความท้าทาย แต่ความคืบหน้าในการดำเนินนโยบายต่างๆ ก็เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ข้อมูลเป้าหมายและการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้
| ประเภทยานยนต์ไฟฟ้า | เป้าหมายปี 2030 (พ.ศ. 2573) | ความคืบหน้าปัจจุบัน (เทียบกับเป้าหมาย) |
|---|---|---|
| รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Bike) | ไม่ระบุจำนวนเป้าหมายที่แน่ชัด | 3.37% ของเป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด |
| รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) | 6,630 คัน (รถประจำทาง) + 28,842 คัน (รถไม่ประจำทาง) | 4.53% ของเป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด |
จากตารางจะเห็นว่า แม้ความคืบหน้าจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถโดยสารไฟฟ้าที่มีการนำมาใช้งานจริงแล้วในบางเส้นทางของกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แม้จะยังไม่มีตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน แต่การที่ภาครัฐให้เงินอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยเร่งให้สัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2568–2570 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ผลิตจะได้รับประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอาจลดลงถึง 29% ภายในปี 2570
วิเคราะห์อนาคต: โอกาสลดหย่อนภาษี E-Bike ปี 2570
กลับมาที่คำถามสำคัญว่า ในปี 2570 จะมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) โดยตรงหรือไม่? จากการวิเคราะห์ข้อมูลและนโยบายที่มีอยู่ ณ ต้นปี 2569 ยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่าจะมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อ E-Bike รายย่อยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลงได้เสมอ และมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจนำไปสู่การพิจารณานโยบายสนับสนุน E-Bike ในอนาคต:
- ความสำเร็จของมาตรการ EV Bike: หากนโยบายสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประสบความสำเร็จอย่างสูง อาจเป็นต้นแบบให้รัฐบาลพิจารณาขยายผลมาสู่ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอื่นๆ เช่น E-Bike เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับจุลภาค (Micromobility)
- การแก้ปัญหารถติดและมลพิษในเมือง: จักรยานไฟฟ้าถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจรและมลพิษในเขตเมืองใหญ่ หากปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้น อาจมีแรงผลักดันให้เกิดนโยบายส่งเสริมการใช้ E-Bike อย่างจริงจังมากขึ้น
- การขยายนโยบายหลังปี 2568: นโยบาย EV 3.5 จะสิ้นสุดในปี 2570 จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการทบทวนและออกมาตรการใหม่ๆ ซึ่งอาจรวมถึงการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ที่ยังไม่เคยได้รับการสนับสนุนมาก่อน
ดังนั้น แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีข่าวดีสำหรับผู้ที่รอคอยการลดหย่อนภาษี E-Bike แต่ก็ยังไม่ควรหมดหวังเสียทีเดียว การติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ข้อเสนอแนะและแนวทางส่งเสริม EV ขนาดเล็กเพิ่มเติม
นอกเหนือจากมาตรการด้านภาษีและเงินอุดหนุนโดยตรงแล้ว ยังมีข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ซึ่งอาจถูกนำมาพิจารณาในอนาคต ได้แก่:
- การสร้างเขตปล่อยมลพิษต่ำ (Low Emission Zone): การกำหนดพื้นที่ใจกลางเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ให้เป็นเขตที่อนุญาตเฉพาะยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำหรือเป็นศูนย์สัญจรได้ จะเป็นแรงจูงใจทางอ้อมให้ประชาชนหันมาใช้ EV ขนาดเล็กมากขึ้น
- การยกเลิกการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง: การปรับโครงสร้างราคาพลังงานโดยทยอยลดหรือยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน จะทำให้ต้นทุนการใช้รถยนต์สันดาปสูงขึ้น และทำให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีความน่าสนใจด้านความประหยัดมากขึ้น
- การเก็บภาษีคาร์บอนจากน้ำมัน: การนำภาษีคาร์บอนมาใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง จะสะท้อนต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง และนำรายได้ส่วนนี้มาใช้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้
แนวทางเหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการเชิงโครงสร้างที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว และส่งเสริมระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน
บทสรุปและแนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
โดยสรุปแล้ว คำตอบสำหรับคำถาม “รัฐหนุน EV เล็ก? ส่องมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike ปี 2570” คือ ภาครัฐให้การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจริงจัง แต่เน้นไปที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Bike) เป็นหลัก ผ่านนโยบาย EV 3.5 และ 30@30 ซึ่งให้ทั้งเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในขณะที่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยังไม่มีมาตรการสนับสนุนสำหรับผู้บริโภครายย่อยโดยตรงที่ชัดเจนสำหรับปี 2570
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มโดยรวมของตลาด EV ในประเทศไทยยังคงเป็นบวกอย่างยิ่ง ด้วยแรงผลักดันจากนโยบายภาครัฐที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างฐานการผลิต EV ที่แข็งแกร่ง จึงมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตอันใกล้จะมีการออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกประเภทมากยิ่งขึ้น การตัดสินใจซื้อยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายและความประหยัดส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนอีกด้วย
เลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การใช้งาน
แม้ว่ามาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับ E-Bike จะยังไม่ชัดเจน แต่การเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กยังคงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ทั้งในด้านความประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กหลากหลายประเภท พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

