ส่องมาตรการ EV 4.0 E-Bike จะได้อานิสงส์อะไรบ้าง?
รัฐบาลไทยได้ประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าเฟสใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อมาตรการ EV 4.0 โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากมาตรการ EV 3.5 ที่กำลังจะสิ้นสุดลง นโยบายใหม่นี้ไม่เพียงแต่จะให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ E-Bike อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในระดับภูมิภาค
ประเด็นสำคัญของมาตรการ EV 4.0 ต่อ E-Bike
- เงินอุดหนุน 10,000 บาท: รัฐบาลมอบเงินอุดหนุนโดยตรงสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อลดภาระของผู้ซื้อและกระตุ้นตลาด
- การลดหย่อนภาษี: มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเหลือเพียง 1% ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายถูกลงอย่างชัดเจน
- เงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม: ผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เช่น การผลิตในประเทศ ขนาดแบตเตอรี่ต้องไม่ต่ำกว่า 3 kWh และราคาขายไม่เกิน 150,000 บาท
- เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์: นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย 30@30 ที่ต้องการให้การผลิตยานยนต์ไร้มลพิษ (ZEV) มีสัดส่วน 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี พ.ศ. 2573
- ส่งเสริมการลงทุน: มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม E-Bike ที่แข็งแกร่ง และสร้างงานในประเทศ
ภาพรวมและเป้าหมายของมาตรการ EV 4.0
การวิเคราะห์ ส่องมาตรการ EV 4.0 E-Bike จะได้อานิสงส์อะไรบ้าง? จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงบริบทและเป้าหมายหลักของนโยบายนี้ก่อน มาตรการ EV 4.0 คือนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในระยะต่อไป ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างความต่อเนื่องและยกระดับการสนับสนุนให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงการคลังผ่านกรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นผู้ขับเคลื่อน
ความต่อเนื่องจาก EV 3.5 สู่อนาคต
มาตรการ EV 3.5 ที่ผ่านมาได้สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยและเปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังมีข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะการสนับสนุนในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร มาตรการ EV 4.0 จึงเข้ามาเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว โดยขยายขอบเขตการสนับสนุนมายังกลุ่ม E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกกลุ่มผู้ใช้งาน
เป้าหมาย 30@30: ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง EV
หัวใจสำคัญของนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าของไทยคือเป้าหมาย “30@30” ซึ่งเป็นการตั้งเป้าให้ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ในสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 การจะบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายนี้ได้ การส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีจำนวนมากในประเทศไทย การผลักดันให้ตลาด E-Bike เติบโตจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านและทำให้ไทยบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เจาะลึกมาตรการสนับสนุนจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
มาตรการ EV 4.0 ได้กำหนดกลไกการสนับสนุนที่ชัดเจนสำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือทั้งด้านการเงินและภาษีเพื่อทำให้ราคาของ E-Bike สามารถแข่งขันกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในได้ และกระตุ้นให้เกิดการผลิตภายในประเทศ
เงินอุดหนุนโดยตรง 10,000 บาทต่อคัน
มาตรการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากที่สุดคือการให้เงินอุดหนุนโดยตรง ภายใต้นโยบาย EV 4.0 รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนจำนวน 10,000 บาทต่อคัน สำหรับการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งเงินจำนวนนี้จะช่วยลดราคาขายปลีกเริ่มต้นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึง E-Bike ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินอุดหนุนนี้มีเงื่อนไขเฉพาะ คือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันดังกล่าวจะต้องมีราคาจำหน่ายไม่เกิน 150,000 บาท และใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพและระยะทางการใช้งานที่เหมาะสม
การปรับลดโครงสร้างภาษีเพื่อลดราคาจำหน่าย
นอกเหนือจากเงินอุดหนุนแล้ว อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญคือการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต จากเดิมที่รถจักรยานยนต์ทั่วไปอาจมีภาระภาษีในอัตราที่สูงกว่า มาตรการ EV 4.0 ได้กำหนดให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษเพียง 1% เท่านั้น การลดหย่อนภาษีนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ผลิตและผู้นำเข้า ทำให้สามารถกำหนดราคาขายที่ต่ำลงได้ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินอุดหนุนแล้ว จะทำให้ราคาของ E-Bike มีความน่าสนใจและแข่งขันได้ในตลาดวงกว้าง
การผสมผสานระหว่างเงินอุดหนุน 10,000 บาท และการลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 1% จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ราคา E-Bike ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นปัจจัยเร่งให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อมากขึ้น
สิทธิประโยชน์ด้านภาษีนำเข้าสำหรับผู้ผลิต
เพื่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต E-Bike ภายในประเทศอย่างแท้จริง มาตรการ EV 4.0 ยังให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิตที่ตั้งฐานการผลิตในไทย โดยจะมีการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องนำเข้าเพื่อใช้ในการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาตรการนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยรวม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ BOI ที่มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร
เงื่อนไขและข้อกำหนดสำคัญที่ต้องปฏิบัติตาม
เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างมีเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมในประเทศ รัฐบาลได้กำหนดเงื่อนไขและข้อบังคับที่ชัดเจนสำหรับผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการ EV 4.0 การทำความเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ต้องการซื้อ E-Bike ในราคาอุดหนุน
| เงื่อนไข | รายละเอียดข้อกำหนด |
|---|---|
| แหล่งผลิต | ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทยเท่านั้น |
| ราคาจำหน่าย | ต้องมีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท |
| ขนาดแบตเตอรี่ | ต้องมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh ขึ้นไป |
| การเข้าร่วมโครงการ | ผู้ผลิตจะต้องลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับกรมสรรพสามิตเพื่อเข้าร่วมโครงการ |
| การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ | ต้องมีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศตามข้อกำหนดและนโยบายของ BOI |
เงื่อนไขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิต E-Bike ในประเทศอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การกระตุ้นการนำเข้า การกำหนดให้ต้องผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศจะช่วยสร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ผลกระทบและอานิสงส์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
มาตรการ EV 4.0 จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งต่อผู้บริโภค ภาคอุตสาหกรรม และภาพรวมของประเทศ ซึ่งถือเป็นอานิสงส์สำคัญที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน
ประโยชน์ต่อผู้บริโภค
- ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น: ผลจากเงินอุดหนุนและการลดภาษีจะทำให้ราคาของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
- ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว: แม้ราคาเริ่มต้นอาจยังสูงกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไปในบางรุ่น แต่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (ค่าไฟฟ้า) และค่าบำรุงรักษาของ E-Bike นั้นต่ำกว่าอย่างมาก ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
- ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การเลือกใช้ E-Bike เป็นการช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 โดยตรง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในเมือง
ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและการลงทุน
- กระตุ้นการผลิตในประเทศ: การกำหนดเงื่อนไขให้ต้องผลิตในประเทศเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการตั้งฐานการผลิตหรือขยายกำลังการผลิต E-Bike และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
- ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ: ตลาด E-Bike ในประเทศที่มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็วจากการสนับสนุนของภาครัฐ จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
- สร้างงานและพัฒนาทักษะ: การเติบโตของอุตสาหกรรมจะนำไปสู่การสร้างงานจำนวนมาก ตั้งแต่สายการผลิตไปจนถึงการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่
ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและประเทศ
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: การเปลี่ยนมาใช้ E-Bike แทนรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
- ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง: การใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนยานพาหนะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
- ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ: การเป็นผู้นำด้านการผลิตและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ทันสมัยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
บทสรุป: ทิศทางตลาด E-Bike ภายใต้นโยบาย EV 4.0
มาตรการ EV 4.0 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแท้จริง การสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งเงินอุดหนุนและการลดหย่อนภาษี จะทำให้ E-Bike ไม่ใช่เป็นเพียงยานพาหนะทางเลือกสำหรับกลุ่มเฉพาะอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นตัวเลือกหลักที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นโยบายนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคในด้านราคาและความประหยัด แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ผลักดันให้ประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ระดับภูมิภาคตามเป้าหมาย 30@30 ที่วางไว้ อนาคตของ E-Bike ในไทยจึงมีความสดใสและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และได้รับประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการอย่างครบครัน สามารถดูรายละเอียดสินค้าและโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือสอบถามข้อมูลผ่าน LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้โดยตรง
