เจาะมาตรการรัฐ: ซื้อ E-Bike ปี 2026 ลดหย่อนภาษีได้ไหม?
- ประเด็นสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ E-Bike
- ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน
- E-Bike กับสิทธิลดหย่อนภาษี: ความจริงและความคาดหวังในปี 2026
- วิเคราะห์แนวโน้มมาตรการภาษีปี 2026 (พ.ศ. 2569)
- ตารางสรุปมาตรการที่เกี่ยวข้อง
- คำแนะนำสำหรับผู้ที่วางแผนซื้อ E-Bike ในปี 2026
- บทสรุปและแนวทางปฏิบัติ
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ การสนับสนุนจากภาครัฐครอบคลุมยานพาหนะประเภทใดบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่ว่า หากตัดสินใจซื้อ E-Bike ปี 2026 จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะวิเคราะห์นโยบายและมาตรการภาครัฐล่าสุด เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับโอกาสและเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการซื้อจักรยานไฟฟ้าในปี พ.ศ. 2569
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ E-Bike
- ไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษีโดยตรง: ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยตรง สำหรับการซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในปี 2569 (2026)
- มาตรการ EV 3.5 ไม่ครอบคลุม E-Bike: นโยบาย EV 3.5 ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2568 มุ่งเน้นการให้ “เงินอุดหนุน” สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่ “การลดหย่อนภาษี” และไม่ได้ระบุครอบคลุมถึงจักรยานไฟฟ้าทั่วไป
- โอกาสผ่านโครงการช้อปปิ้ง: E-Bike อาจเข้าข่ายการลดหย่อนภาษีได้ หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี (เช่น Easy E-Receipt) ประกาศใช้ในปี 2569 และซื้อสินค้าจากร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้
- แนวโน้มภาษีปี 2569 เน้นการลงทุน: ข้อเสนอการปรับโครงสร้างการลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2569 มุ่งเน้นไปที่การลงทุนในกองทุน RMF และ Thai ESG โดยยังไม่มีการกล่าวถึงสิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อสินค้า
- การติดตามข้อมูลสำคัญที่สุด: นโยบายภาครัฐอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากรและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย่างใกล้ชิด
ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน
รัฐบาลไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค ผ่านการออกมาตรการส่งเสริมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นทั้งฝั่งอุปทาน (ผู้ผลิต) และอุปสงค์ (ผู้บริโภค) นโยบายเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การลดอุปสรรคด้านราคาไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน
มาตรการ EV 3.5: จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด EV ไทย
มาตรการ EV 3.5 ถือเป็นนโยบายเรือธงที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ในวงกว้าง โดยมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องถึงปี พ.ศ. 2568 สาระสำคัญของมาตรการนี้ไม่ใช่การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อรายย่อย แต่เป็นการให้ “เงินอุดหนุน” เพื่อทำให้ราคาจำหน่ายของยานยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์นี้มีขอบเขตและเงื่อนไขที่ชัดเจน
สำหรับกลุ่มรถสองล้อไฟฟ้า มาตรการ EV 3.5 กำหนดเป้าหมายไปที่ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จดทะเบียนได้ตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
- ประเภทรถ: ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ทั่วไป
- ราคาจำหน่าย: ต้องมีราคาขายปลีกไม่เกิน 150,000 บาท
- คุณสมบัติแบตเตอรี่: ต้องมีความจุแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- เงินอุดหนุน: ผู้ซื้อจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสูงสุด 10,000 บาทต่อคัน
ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle) มีลักษณะโครงสร้างและการใช้งานเหมือนรถจักรยานยนต์ทั่วไป ต้องจดทะเบียนและมีป้ายทะเบียน ในขณะที่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายจักรยาน มีบันไดถีบ และมักไม่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน ซึ่งทำให้ไม่ได้รับสิทธิตามมาตรการ EV 3.5
ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากนิยามและเงื่อนไขของมาตรการ EV 3.5 จะเห็นได้ว่าจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของนโยบายนี้ และมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี 2568 โดยยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมีการขยายระยะเวลาหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อครอบคลุม E-Bike ในปี 2569 หรือไม่
สิทธิประโยชน์อื่นๆ ภายใต้ EV 3.5
นอกเหนือจากเงินอุดหนุนสำหรับผู้บริโภคแล้ว มาตรการ EV 3.5 ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับฝั่งผู้ประกอบการและผู้นำเข้า เพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศอีกด้วย เช่น:
- การลดอากรนำเข้า: สำหรับผู้ประกอบการที่นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) ที่มีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จะได้รับการลดอากรนำเข้าสูงสุด 40% โดยมีเงื่อนไขต้องผลิตชดเชยในประเทศตามอัตราส่วนที่กำหนดภายในปี 2569-2570
- การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล: ผู้ประกอบการที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Made in Thailand – MiT) ตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถยื่นขอสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 50%
สิทธิประโยชน์เหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเป็นหลัก และไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ซื้อ E-Bike รายย่อยในรูปแบบของการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
E-Bike กับสิทธิลดหย่อนภาษี: ความจริงและความคาดหวังในปี 2026
เมื่อมาตรการหลักอย่าง EV 3.5 ไม่ได้ครอบคลุมการซื้อ E-Bike โดยตรง คำถามถัดมาคือ มีช่องทางอื่นที่อาจทำให้การซื้อจักรยานไฟฟ้าสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแนวโน้มนโยบายภาษีในปี 2569
ทำไม E-Bike จึงยังไม่เข้าเกณฑ์ลดหย่อนภาษีโดยตรง?
เหตุผลหลักที่จักรยานไฟฟ้ายังไม่ถูกรวมอยู่ในมาตรการลดหย่อนภาษีเฉพาะทางเหมือนยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น มาจากการจำแนกประเภทของยานพาหนะตามกฎหมายและนโยบายภาครัฐ โดยทั่วไปแล้ว นโยบายส่งเสริม EV มักจะมุ่งเน้นไปที่ยานพาหนะที่ต้องมีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เช่น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางกลับกัน E-Bike ส่วนใหญ่มักถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของสินค้าอุปโภคบริโภค หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินทางส่วนบุคคล (Personal Mobility Device) มากกว่าที่จะเป็น “ยานพาหนะ” ในความหมายของกฎหมายจราจร ทำให้การออกมาตรการเฉพาะทางเพื่อลดหย่อนภาษีสำหรับสินค้ากลุ่มนี้มีความซับซ้อนและยังไม่ได้เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของนโยบายในปัจจุบัน
โอกาสจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอดีต: กรณีศึกษา Easy E-Receipt
แม้จะไม่มีมาตรการเฉพาะทาง แต่ E-Bike ยังมีโอกาสเข้าเกณฑ์การลดหย่อนภาษีผ่าน “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น” ที่รัฐบาลมักจะประกาศใช้เป็นรายปี ซึ่งมักเรียกกันติดปากว่า “ช้อปช่วยชาติ” โครงการเหล่านี้อนุญาตให้ผู้เสียภาษีนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการที่กำหนดมาหักลดหย่อนภาษีได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2568 (16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568) โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้:
- วงเงินลดหย่อน: สามารถนำค่าซื้อสินค้าหรือบริการมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
- หลักฐานสำคัญ: ต้องได้รับใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) จากร้านค้าที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว หากบุคคลใดซื้อ E-Bike ในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด จากร้านค้าที่สามารถออก e-Tax Invoice ได้ ก็จะสามารถนำค่าใช้จ่ายนั้นไปใช้เป็นสิทธิลดหย่อนในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2568 (ซึ่งจะยื่นในช่วงต้นปี 2569) ได้ นี่จึงเป็นช่องทางที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับผู้ซื้อ E-Bike ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ มาตรการลักษณะนี้เป็นมาตรการชั่วคราวและไม่มีการรับประกันว่าจะมีการประกาศใช้อีกครั้งในปี 2569 หรือไม่ ดังนั้น ผู้ที่วางแผนจะซื้อ E-Bike ในปี 2569 จึงไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะมีโครงการลักษณะเดียวกันมารองรับอย่างแน่นอน
วิเคราะห์แนวโน้มมาตรการภาษีปี 2026 (พ.ศ. 2569)
เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2569 แนวโน้มของนโยบายภาษีดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปในทิศทางที่แตกต่างออกไปจากการกระตุ้นการบริโภคผ่านการซื้อสินค้า
แนวคิดการปรับโครงสร้างการลดหย่อนภาษีใหม่
มีข้อเสนอและแนวคิดจากภาครัฐเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างการลดหย่อนภาษีครั้งใหญ่ โดยคาดว่าอาจมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ แทนที่จะเน้นการใช้จ่ายระยะสั้น โดยข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือ การปรับเกณฑ์การลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) โดยอาจให้สิทธิลดหย่อนสูงสุดถึง 800,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของผู้เสียภาษี
ในข้อเสนอเบื้องต้นนี้ ไม่มีการกล่าวถึงการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าหรือบริการทั่วไป ซึ่งหมายความว่าหากแนวคิดนี้ถูกนำมาบังคับใช้จริง โอกาสที่จะมีโครงการ “ช้อปช่วยชาติ” ในรูปแบบเดิมอาจลดน้อยลง และแน่นอนว่าการซื้อ E-Bike ก็จะไม่ถูกรวมอยู่ในเกณฑ์การลดหย่อนภาษีภายใต้โครงสร้างใหม่นี้
ความเป็นไปได้ที่จะมีมาตรการสำหรับ E-Bike ในอนาคต
แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในระยะสั้นอาจไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจพิจารณาออกมาตรการส่งเสริม E-Bike และยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กในอนาคต ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น การเป็นทางเลือกในการเดินทางที่ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในเมือง การลดความแออัดของการจราจร และการตอบสนองต่อเทรนด์การเดินทางในระยะทางสั้นๆ (Micro-mobility) ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก
หากภาครัฐเล็งเห็นถึงประโยชน์เหล่านี้ ก็อาจมีการออกมาตรการเฉพาะทางในรูปแบบของเงินอุดหนุนหรือการลดหย่อนภาษีสำหรับ E-Bike ในอนาคตได้ แต่ ณ ปลายปี 2568 ยังไม่มีสัญญาณหรือแผนงานที่ชัดเจนในเรื่องนี้ การคาดการณ์ใดๆ จึงยังเป็นเพียงการวิเคราะห์ตามแนวโน้มเท่านั้น
ตารางสรุปมาตรการที่เกี่ยวข้อง
| มาตรการ | ปีที่บังคับใช้ | สิทธิสำหรับ E-Bike/EV | วงเงินสูงสุด | เงื่อนไขหลัก |
|---|---|---|---|---|
| EV 3.5 (เงินอุดหนุน) | 2568 | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (ไม่ครอบคลุม E-Bike) | 10,000 บาท/คัน | ราคา ≤150,000 บาท, แบตเตอรี่ ≥3 kWh |
| ช้อปดีมีคืน | 2566 | สินค้าจากร้าน VAT (รวม E-Bike ได้) | 30,000 บาท | ซื้อในช่วงเวลาที่กำหนด, มีใบกำกับภาษีเต็มรูป |
| Easy E-Receipt 2.0 | 2568 | สินค้า/บริการทั่วไป (รวม E-Bike ได้) | 50,000 บาท | ต้องมี e-Tax Invoice, ซื้อ 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 68 |
| ลดหย่อนภาษีจากการลงทุน (แนวคิด) | 2569 (ยังไม่ยืนยัน) | ไม่เกี่ยวข้องกับ E-Bike | 800,000 บาท | เป็นการลงทุนใน RMF, Thai ESG เป็นหลัก |
คำแนะนำสำหรับผู้ที่วางแผนซื้อ E-Bike ในปี 2026
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อจักรยานไฟฟ้าในปี 2569 และต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานใด?
แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดเกี่ยวกับนโยบายภาษีและมาตรการส่งเสริมต่างๆ คือหน่วยงานภาครัฐโดยตรง ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก:
- กรมสรรพากร: เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการจัดเก็บภาษีและประกาศหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เว็บไซต์ของกรมสรรพากรจะเป็นแหล่งแรกที่ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI): สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม เช่น นโยบาย EV 4.0 หรือมาตรการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- กระทรวงการคลัง: เป็นหน่วยงานกำกับดูแลนโยบายการคลังของประเทศ การแถลงข่าวจากกระทรวงการคลังมักจะให้ทิศทางของนโยบายภาษีในภาพรวม
การเตรียมตัวเพื่อรับสิทธิประโยชน์ (หากมีประกาศ)
หากในปี 2569 มีการประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าอีกครั้ง การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่พลาดโอกาสในการใช้สิทธิ:
- เลือกร้านค้าที่น่าเชื่อถือ: วางแผนซื้อ E-Bike จากผู้จำหน่ายที่เป็นบริษัทจดทะเบียนและสามารถออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบได้
- สอบถามเรื่อง e-Tax Invoice: เนื่องจากมาตรการในระยะหลังเน้นการใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ควรสอบถามกับร้านค้าล่วงหน้าว่าสามารถออก e-Tax Invoice & e-Receipt ได้หรือไม่
- เก็บหลักฐานการซื้อขาย: เก็บใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีไว้เป็นอย่างดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีประจำปี
- วางแผนช่วงเวลาซื้อ: หากมีประกาศมาตรการ มักจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ควรวางแผนการซื้อให้อยู่ภายในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์
บทสรุปและแนวทางปฏิบัติ
โดยสรุปแล้ว คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “ซื้อ E-Bike ปี 2026 ลดหย่อนภาษีได้ไหม?” คือ ณ ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษีโดยตรงที่ยืนยันสำหรับปี 2569 มาตรการ EV 3.5 ที่มีอยู่มุ่งเน้นการให้เงินอุดหนุนแก่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจะสิ้นสุดในปี 2568 ความหวังเดียวสำหรับผู้ซื้อ E-Bike ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีคือการรอประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในรูปแบบเดิม
ดังนั้น ผู้ที่สนใจซื้อจักรยานไฟฟ้าควรตัดสินใจโดยพิจารณาจากความจำเป็นในการใช้งานและประโยชน์ด้านอื่นๆ เป็นหลัก เช่น ความประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนสิทธิประโยชน์ทางภาษีควรถูกมองเป็นเพียงผลพลอยได้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คุณภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางยุคใหม่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายประเภท พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา
สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าและทดลองขับได้ที่ร้าน เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 9.00 – 18.00 น. หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ FACEBOOK PAGE และ LINE
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
