นโยบาย EV ใหม่ หนุน E-Bike แค่ไหน? สรุปสิทธิประโยชน์
- ประเด็นสำคัญของนโยบาย EV ล่าสุดต่อ E-Bike
- ภาพรวมมาตรการ EV 3.5: จุดเน้นและขอบเขต
- วิเคราะห์สิทธิประโยชน์ที่ E-Bike อาจได้รับ
- ข้อจำกัดและความท้าทายสำหรับตลาด E-Bike
- อนาคต EV ไทย: สิ่งที่ต้องจับตามองสำหรับจักรยานไฟฟ้าปี 2568
- บทสรุป: นโยบาย EV ใหม่กับทิศทางของ E-Bike ในไทย
- ค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ
ทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าเฟสสอง หรือ EV 3.5 ซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จของมาตรการ EV 3.0 ที่ผ่านมา คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภคคือ นโยบายเหล่านี้จะครอบคลุมและส่งผลต่อยานยนต์ไฟฟ้าสองล้ออย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มากน้อยเพียงใด บทความนี้จะทำการวิเคราะห์ในเชิงลึกถึงขอบเขตของนโยบายดังกล่าว เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่ามาตรการเหล่านี้สร้างโอกาสหรือข้อจำกัดต่อตลาด E-Bike ในประเทศไทย
ประเด็นสำคัญของนโยบาย EV ล่าสุดต่อ E-Bike
- จุดเน้นหลักอยู่ที่รถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อ: นโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5 ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการผลิตและจำหน่ายรถยนต์นั่งไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานการผลิตในประเทศ ทำให้สิทธิประโยชน์โดยตรง เช่น เงินอุดหนุน ยังไม่ครอบคลุมถึงจักรยานไฟฟ้าอย่างชัดเจน
- ประโยชน์ทางอ้อมมีความสำคัญ: แม้จะไม่มีมาตรการสนับสนุนโดยตรง แต่การส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ในภาพรวมจะช่วยพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิต E-Bike ลดลงในระยะกลางถึงระยะยาว
- ความหวังอยู่ที่การขยายขอบเขตนโยบาย: อนาคตของ E-Bike ขึ้นอยู่กับการปรับปรุงและขยายขอบเขตของมาตรการในอนาคต โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ซึ่งต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาเพื่อยืนยันรายละเอียด
- การรับรู้ของตลาดเป็นปัจจัยบวก: การรณรงค์และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ช่วยสร้างความตระหนักรู้และทัศนคติที่ดีต่อ EV ในหมู่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดจักรยานไฟฟ้าที่ถือเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การวิเคราะห์คำถามที่ว่า นโยบาย EV ใหม่ หนุน E-Bike แค่ไหน? สรุปสิทธิประโยชน์ ชี้ให้เห็นว่ามาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ EV 3.5 ยังคงมีจุดมุ่งหมายหลักในการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์โดยตรงแก่กลุ่มจักรยานไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม แต่ผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทาน อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด E-Bike ได้ในอนาคต การทำความเข้าใจขอบเขตของนโยบายจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในการประเมินทิศทางของตลาดได้อย่างแม่นยำ
นโยบายเหล่านี้เริ่มต้นจากมาตรการ EV 3.0 และพัฒนามาสู่ EV 3.5 โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุน สร้างเสถียรภาพให้กับตลาด และป้องกันภาวะอุปทานล้นตลาดสำหรับรถยนต์นำเข้า การกำหนดเงื่อนไขการผลิตชดเชย (Local Production Offset) เป็นกลไกสำคัญที่สะท้อนถึงความตั้งใจของภาครัฐในการสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการ E-Bike จึงจำเป็นต้องติดตามความคืบหน้าและการตีความนโยบายเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาโอกาสและเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผลกระทบของนโยบายจะปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น
ภาพรวมมาตรการ EV 3.5: จุดเน้นและขอบเขต
มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 เป็นนโยบายต่อเนื่องที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาแรงผลักดันของตลาด EV ในประเทศไทย พร้อมกับส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างฐานการผลิตในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยแกนหลักของมาตรการนี้คือการให้เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ซื้อและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไขผูกพันกับการลงทุนและการผลิตในประเทศในระยะยาว
เหตุผลที่มาตรการมุ่งเน้นรถยนต์ 4 ล้อเป็นหลัก
เหตุผลสำคัญที่นโยบาย EV 3.5 ให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อเป็นหลัก มาจากเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค อุตสาหกรรมรถยนต์มีขนาดใหญ่และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งในแง่ของการจ้างงาน การลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยี นโยบายจึงถูกออกแบบมาเพื่อ:
- สร้างฐานการผลิตที่ยั่งยืน: มาตรการกำหนดเงื่อนไขให้ค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีการผลิตชดเชยในประเทศตามสัดส่วนและกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง
- ควบคุมอุปทานและป้องกันสงครามราคา: การปรับเงื่อนไขและกรอบเวลาในการผลิตชดเชย ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะอุปทานรถยนต์นำเข้าล้นตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคาและแผนการลงทุนของผู้ผลิตในระยะยาว
- ดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่: การสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าต้องอาศัยการลงทุนในโรงงานผลิตรถยนต์และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นเม็ดเงินลงทุนมหาศาล นโยบายที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
สถานะของ E-Bike ในนโยบายปัจจุบัน
ณ ปัจจุบัน มาตรการ EV 3.5 ยังไม่มีการระบุถึงสิทธิประโยชน์หรือเงินอุดหนุนที่มอบให้กับจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยตรง ขอบเขตของนโยบายยังคงจำกัดอยู่ที่รถยนต์นั่งไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนได้ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ซึ่งมักจะเป็นรุ่นที่มีสมรรถนะสูงและราคาแพงกว่า E-Bike ทั่วไป ดังนั้น ผู้ซื้อและผู้จำหน่าย E-Bike จึงยังไม่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการเงินอุดหนุนหรือการลดหย่อนภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตภายใต้กรอบของ EV 3.5 โดยตรง
แม้มาตรการ EV 3.5 จะยังไม่ครอบคลุมถึง E-Bike โดยตรง แต่การเติบโตของอุตสาหกรรม EV ในภาพรวมถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การขยายนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อในอนาคต
วิเคราะห์สิทธิประโยชน์ที่ E-Bike อาจได้รับ
ถึงแม้ว่ามาตรการ EV 3.5 จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนตลาด E-Bike โดยตรง แต่ก็มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลักดังนี้
สิทธิประโยชน์ทางตรง: ความหวังที่ต้องรอการยืนยัน
สิทธิประโยชน์ทางตรงที่ชัดเจนที่สุดสำหรับ E-Bike คือการได้รับเงินอุดหนุนหรือการลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดกำลังจับตามอง ประเด็นสำคัญคือการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอาจมีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าในอนาคต หากภาครัฐเล็งเห็นถึงศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อในการลดมลพิษและแก้ไขปัญหาการจราจรในเมือง การออกมาตรการเฉพาะทางสำหรับกลุ่มนี้ก็มีความเป็นไปได้สูง อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังคงขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจนต่อไป ดังนั้น คำถามเรื่อง “ลดหย่อนภาษี e-bike” ยังคงเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สิทธิประโยชน์ทางอ้อม: ผลกระทบเชิงบวกจากห่วงโซ่อุปทาน
นี่คือผลกระทบที่สำคัญและมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้จริงมากที่สุด การที่นโยบาย EV 3.5 ผลักดันให้เกิดการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ในประเทศ จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เกี่ยวข้องอย่างมหาศาล
- ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลง: แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนเป็นหัวใจและเป็นชิ้นส่วนที่มีต้นทุนสูงที่สุดใน E-Bike เมื่อมีการผลิตเซลล์และแพ็คแบตเตอรี่ในประเทศเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า จะทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ซึ่งจะส่งผลให้ราคาแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ถูกลงตามไปด้วย
- การเข้าถึงชิ้นส่วนง่ายขึ้น: ผู้ผลิต E-Bike ในประเทศจะสามารถเข้าถึงชิ้นส่วนและวัตถุดิบคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น ลดการพึ่งพาการนำเข้า และช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนและคุณภาพการผลิตได้ดียิ่งขึ้น
- การพัฒนาเทคโนโลยี: การลงทุนในอุตสาหกรรม EV ขนาดใหญ่จะกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งผู้ผลิต E-Bike สามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้มาปรับใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองได้
การรับรู้ของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
การที่ภาครัฐและเอกชนร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความคุ้นเคยและทัศนคติเชิงบวกต่อเทคโนโลยี EV ในวงกว้าง เมื่อผู้บริโภคเปิดใจยอมรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็มีแนวโน้มที่จะมองหาทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ที่เข้าถึงง่ายกว่า เช่น จักรยานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางในระยะใกล้หรือในชีวิตประจำวัน กระแสความนิยมนี้ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กับตลาด E-Bike โดยอัตโนมัติ ทำให้การทำตลาดและการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเป็นไปได้ง่ายขึ้น
| ปัจจัย | ผลกระทบต่อผู้ผลิต E-Bike | ผลกระทบต่อผู้บริโภค |
|---|---|---|
| เงินอุดหนุนโดยตรง | ยังไม่มีผลกระทบโดยตรง ผู้ผลิตยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ | ราคาสินค้ายังไม่ได้รับผลกระทบจากเงินอุดหนุนโดยตรง |
| การลดหย่อนภาษี | ยังไม่มีผลกระทบที่ชัดเจน ต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา | ยังไม่ได้รับประโยชน์ด้านราคาจากการลดหย่อนภาษีโดยตรง |
| ต้นทุนแบตเตอรี่/ชิ้นส่วน | มีแนวโน้มได้รับผลบวกในระยะกลาง-ยาว จากห่วงโซ่อุปทานในประเทศ | มีโอกาสซื้อ E-Bike ได้ในราคาที่ถูกลงในอนาคต |
| การรับรู้ของตลาด | ได้รับผลบวก สามารถทำการตลาดได้ง่ายขึ้นจากกระแสความนิยม EV | มีความเข้าใจและเปิดรับเทคโนโลยี E-Bike มากขึ้น |
ข้อจำกัดและความท้าทายสำหรับตลาด E-Bike
แม้จะมีโอกาสจากผลกระทบทางอ้อม แต่นโยบาย EV ที่มุ่งเน้นรถยนต์ 4 ล้อเป็นหลัก ก็สร้างข้อจำกัดและความท้าทายหลายประการให้กับตลาดจักรยานไฟฟ้า ซึ่งผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
การขาดมาตรการสนับสนุนโดยตรงที่ชัดเจน
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการที่ E-Bike ไม่ได้ถูกระบุไว้ในมาตรการสนับสนุนหลัก ทำให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าไม่สามารถวางแผนธุรกิจโดยอ้างอิงกับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้ การขาดเงินอุดหนุนทำให้ราคาจำหน่าย E-Bike ต่อผู้บริโภคยังคงสูงกว่าจักรยานทั่วไปพอสมควร ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในวงกว้าง เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับเงินอุดหนุนหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ทำให้ E-Bike เสียเปรียบในแง่ของแรงจูงใจทางการเงิน
ความไม่แน่นอนของนโยบายในอนาคต
การที่นโยบายถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้ที่ต้องการลงทุนในตลาด E-Bike เช่น หากในอนาคตมีการออกมาตรการที่จำกัดการนำเข้าหรือกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดโดยไม่ได้มีการปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการในตลาดสองล้อ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนและการดำเนินธุรกิจได้ ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่หวังจะพึ่งพานโยบายภาครัฐต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงขึ้น และอาจชะลอการตัดสินใจลงทุนออกไป
ความสำคัญของการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ดังที่กล่าวไปข้างต้น รายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตและขอบเขตของมาตรการส่งเสริม EV จะต้องได้รับการยืนยันผ่านการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น จนกว่าจะถึงวันนั้น ทุกอย่างยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ ซึ่งสร้างภาวะสุญญากาศในการวางแผนระยะยาว ทั้งสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการคำนวณต้นทุน และผู้บริโภคที่รอความชัดเจนด้านราคาสุดท้าย การรอคอยประกาศฉบับนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาด E-Bike ในระยะต่อไป
อนาคต EV ไทย: สิ่งที่ต้องจับตามองสำหรับจักรยานไฟฟ้าปี 2568
เพื่อประเมินแนวโน้มและโอกาสของตลาด E-Bike ในประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่คาดว่าจะเห็นผลกระทบของนโยบาย EV 3.5 ชัดเจนขึ้น มีประเด็นสำคัญที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิดดังนี้:
- เนื้อหาในราชกิจจานุเบกษา: การประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องจับตาดูว่าจะมีการขยายขอบเขตของยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าหรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไร
- นโยบายเสริมจากคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ: นอกเหนือจากมาตรการหลัก อาจมีการออกมาตรการย่อยหรือโครงการเฉพาะทางเพื่อสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อโดยเฉพาะ เช่น โครงการเงินอุดหนุน, การให้เครดิตภาษีสำหรับผู้ประกอบการ, หรือการออกมาตรฐานกลางสำหรับแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน (Battery Swapping)
- การลงทุนของผู้ผลิตแบตเตอรี่และซัพพลายเออร์ในประเทศ: การติดตามข่าวสารการลงทุนและการขยายกำลังการผลิตของบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ในไทย จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงแนวโน้มต้นทุนแบตเตอรี่ในอนาคต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกของ E-Bike
- ท่าทีของค่ายผู้ผลิต E-Bike รายใหญ่: การตัดสินใจลงทุนหรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด จะเป็นสัญญาณสะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายและศักยภาพการเติบโตของตลาดในประเทศ
บทสรุป: นโยบาย EV ใหม่กับทิศทางของ E-Bike ในไทย
โดยสรุปแล้ว นโยบาย EV ใหม่ของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการ EV 3.5 ยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อเป็นหลัก เพื่อเป้าหมายในการเป็นฐานการผลิต EV ของภูมิภาค ส่งผลให้จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์โดยตรง เช่น เงินอุดหนุน หรือการลดหย่อนภาษีที่ชัดเจนเหมือนกับกลุ่มรถยนต์
อย่างไรก็ตาม นโยบายเหล่านี้ได้สร้างประโยชน์ทางอ้อมที่สำคัญต่อตลาด E-Bike อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้ต้นทุนการผลิต E-Bike ลดต่ำลงในอนาคต นอกจากนี้ การรณรงค์ส่งเสริม EV ในภาพรวมยังช่วยสร้างการรับรู้และทัศนคติที่ดีของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของตลาด E-Bike ในระยะยาว อนาคต EV ไทย สำหรับกลุ่มสองล้อจึงมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากการขยายนโยบายและการประกาศรายละเอียดด้านภาษีในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
ค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ดีไซน์ทันสมัย เรามีจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำ
เยี่ยมชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshoppingmall
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

