เจาะเทรนด์ Micro-Mobility คนเมืองหันใช้ E-Bike ลดค่าน้ำมัน
- บทสรุปสำหรับผู้บริหาร: Micro-Mobility ทางเลือกใหม่ของการเดินทางในเมือง
- ทำไม E-Bike ถึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายของการเดินทางในเมือง?
- ผลกระทบเชิงบวกต่อเมืองและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
- ภาพรวมตลาดและโอกาสการเติบโตที่น่าจับตา
- ข้อควรพิจารณาและความท้าทายของ Micro-Mobility
- อนาคตของ Micro-Mobility และการเดินทางยุคใหม่
- เลือก E-Bike ที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการเดินทางที่ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในเมืองจึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญของคนทำงานและนักศึกษา บทความนี้จะมาเจาะเทรนด์ Micro-Mobility คนเมืองหันใช้ E-Bike ลดค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นกระแสการเดินทางระยะสั้นด้วยยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพื่อเป็นทางออกที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหารถติดและค่าใช้จ่ายที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการประหยัด แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่ง GIANT Shopping Mall พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเดินทางยุคใหม่นี้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร: Micro-Mobility ทางเลือกใหม่ของการเดินทางในเมือง

Micro-Mobility หรือ “จุลยานยนต์” คือรูปแบบการเดินทางส่วนบุคคลที่ใช้ยานพาหนะขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมักใช้พลังงานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางในระยะทางสั้นๆ โดยเฉพาะการเดินทางช่วงต้นและปลายทาง (First-mile/Last-mile) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก ยานพาหนะในกลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่จักรยาน, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, ไปจนถึงจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนภูมิทัศน์การเดินทางของคนเมืองทั่วโลก
- ประหยัดและคุ้มค่า: E-Bike ช่วยลดภาระค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ ทำให้เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
- คล่องตัวและรวดเร็ว: ขนาดที่กะทัดรัดของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กช่วยให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่ติดขัดในเมืองใหญ่ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระส่วนตัว
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจกในเขตเมืองโดยตรง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น
- ตอบโจทย์การเดินทางระยะสั้น: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางที่ไม่ไกลเกินไป เช่น การเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้า, ร้านค้าใกล้บ้าน, หรือที่ทำงานในละแวกเดียวกัน ซึ่งการใช้รถยนต์อาจไม่คุ้มค่า
เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้ในวันที่ 2 ตุลาคม 2026 เวลา 18:30 น. จะเห็นได้ว่ากระแส Micro-Mobility ไม่ใช่เพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นวิวัฒนาการที่จำเป็นของการเดินทางในเมืองสมัยใหม่ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความหนาแน่นของประชากร การเลือกใช้ E-Bike จึงไม่ใช่แค่การตามเทรนด์ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและชาญฉลาดกว่า
ทำไม E-Bike ถึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายของการเดินทางในเมือง?
ข้อมูลจากการวิเคราะห์เชิงลึกเผยให้เห็นว่าแรงจูงใจหลักที่ทำให้คนเมืองตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ E-Bike ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากความต้องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการเงิน เวลา และความสะดวกสบาย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้คัดสรรยานพาหนะไฟฟ้าที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ
ประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัด สวนกระแสราคาน้ำมัน
ข้อมูลวิจัยชี้ชัดว่า E-Bike มีต้นทุนเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษาต่ำกว่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์อย่างมหาศาล เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันและมีชิ้นส่วนทางกลที่ซับซ้อนน้อยกว่า ในขณะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและแนวโน้มสูงขึ้นตลอดเวลา ค่าไฟฟ้ากลับมีเสถียรภาพมากกว่าและต้นทุนต่อกิโลเมตรถูกกว่าหลายเท่าตัว การเปลี่ยนมาใช้ จักรยานไฟฟ้า จาก GIANT Shopping Mall จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดทางการเงินโดยแท้จริง เพราะเรามีโมเดลที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียงไม่กี่หมื่นบาท แต่ให้ผลตอบแทนคือการประหยัดค่าเดินทางได้หลายพันบาทต่อเดือน ทำให้จุดคุ้มทุนเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด การลงทุนครั้งเดียวสามารถลดรายจ่ายผันแปรในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
| รายการ | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | มอเตอร์ไซค์ (125cc) | รถยนต์ (ECO Car) |
|---|---|---|---|
| ค่าพลังงาน/เชื้อเพลิง | ~100 – 200 บาท (ค่าไฟฟ้า) | ~900 – 1,200 บาท | ~2,500 – 3,500 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา (เฉลี่ย) | ~100 – 300 บาท | ~500 – 800 บาท | ~1,000 – 2,000 บาท |
| ค่าที่จอดรถ/ค่าทางด่วน | 0 บาท | อาจมีค่าที่จอด | ~500 – 3,000 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ | ~200 – 500 บาท | ~1,400 – 2,000 บาท | ~4,000 – 8,500 บาท |
คล่องตัวกว่า หลีกหนีรถติด คืนเวลาให้ชีวิต
งานศึกษาการจำลองระบบเมืองพบว่า Micro-Mobility ช่วยลดเวลาเดินทางเฉลี่ยได้ถึง 17.7% ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์จริงของผู้ใช้ในเมืองใหญ่ที่ต้องเสียเวลาไปกับรถติดวันละหลายชั่วโมง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความคล่องตัวเป็นหลัก ด้วยดีไซน์ที่เพรียวบาง น้ำหนักเบา และวงเลี้ยวแคบ ทำให้สามารถลัดเลาะไปตามช่องทางต่างๆ หรือใช้เส้นทางลัดที่รถยนต์เข้าไม่ถึงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา หรือการทำธุระเร่งด่วน การเลือกใช้ยานพาหนะของเราหมายถึงการควบคุมตารางเวลาชีวิตได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นชั่วโมงอีกต่อไป นอกจากนี้ยังหาที่จอดได้ง่ายกว่ามาก ช่วยลดความเครียดและเพิ่มเวลาว่างให้กับชีวิตประจำวัน
เดินทางสะดวก ไม่ต้องออกแรง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ E-Bike ได้รับความนิยมเหนือกว่าจักรยานทั่วไปคือ “มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง” เทคโนโลยีนี้ช่วยขจัดอุปสรรคสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเหนื่อยล้าจากการปั่น หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสมรรถภาพร่างกาย E-Bike รุ่นใหม่ๆ ที่ GIANT Shopping Mall นำเสนอมาพร้อมมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน สามารถปรับระดับการช่วยปั่นได้หลายระดับ ตั้งแต่การออกกำลังกายเบาๆ ไปจนถึงการเดินทางแบบสบายๆ เหมือนขี่มอเตอร์ไซค์ ทำให้การเดินทางขึ้นสะพานหรือเนินสูงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ไม่ว่าจะใส่ชุดทำงานหรือชุดลำลอง ก็สามารถเดินทางถึงที่หมายได้อย่างสดชื่น ไม่เหนื่อยหอบ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และเปลี่ยนการเดินทางที่น่าเบื่อให้กลายเป็นการขับขี่ที่สนุกสนาน
การลงทุนกับ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall วันนี้ ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการซื้อเวลา ความประหยัด และอิสรภาพในการเดินทางกลับคืนมา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในทุกๆ วัน
ผลกระทบเชิงบวกต่อเมืองและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การเติบโตของเทรนด์ Micro-Mobility ไม่เพียงส่งผลดีต่อผู้ใช้งานส่วนบุคคล แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างต่อเมืองและสิ่งแวดล้อม งานศึกษาหลายชิ้นประเมินว่ายานพาหนะขนาดเล็กเหล่านี้มีศักยภาพในการทดแทนการใช้รถยนต์สำหรับการเดินทางระยะสั้นได้สูงถึง 30% ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาการจราจรติดขัดได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะไมโครโมบิลิตี เช่น E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ปราศจากมลพิษจากท่อไอเสีย (Zero tailpipe emissions) ซึ่งช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในเขตเมืองได้อย่างมาก โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และก๊าซพิษต่างๆ นอกจากนี้ ด้วยน้ำหนักที่เบาและการเสียดสีกับพื้นถนนที่น้อยกว่า ทำให้เกิดการสึกหรอของยางและเบรกน้อยกว่ารถยนต์ ซึ่งช่วยลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กอีกทางหนึ่ง รายงานจาก OECD ยืนยันว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment) ของไมโครโมบิลิตีโดยทั่วไปต่ำกว่ารถยนต์ แม้จะมีการใช้พลังงานในการผลิตแบตเตอรี่และมอเตอร์ก็ตาม โดยเฉพาะ E-Bike ที่เป็นของส่วนบุคคลและมีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ มักจะมีผลกระทบด้านพลังงานและก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุด เนื่องจากลดความจำเป็นในการใช้รถบริการเพื่อรวบรวมและกระจายยานพาหนะเหมือนในระบบเช่า
ภาพรวมตลาดและโอกาสการเติบโตที่น่าจับตา
ตลาด Micro-Mobility ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการประเมินมูลค่าไว้ที่ 46.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 126.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่น่าทึ่งถึง 13.3% ในช่วงปี 2026–2033
ในตลาดที่กำลังขยายตัวนี้ E-Bike ถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุด โดยครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 89.1% ในปี 2025 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากความอเนกประสงค์ของตัวผลิตภัณฑ์ ความสะดวกสบายในการขับขี่ ระยะทางที่ไปได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารถยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก เทรนด์นี้สอดคล้องกับความนิยมของสินค้ารุ่นต่างๆ ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเราพบว่าลูกค้าให้ความสนใจ E-Bike สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน (Commuter E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับความคล่องตัวสูงเป็นพิเศษ การเติบโตของตลาดสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคกำลังมองหายานพาหนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มีความคุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง
ข้อควรพิจารณาและความท้าทายของ Micro-Mobility
แม้ว่า Micro-Mobility จะมีข้อดีมากมาย แต่การเติบโตอย่างยั่งยืนยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการที่ทั้งผู้ใช้งานและผู้กำหนดนโยบายต้องร่วมกันแก้ไข เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งานอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องพัฒนา
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ การขาดเลนจักรยานที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ, ทางแยกที่อันตราย, และพื้นผิวถนนที่ชำรุด ล้วนเป็นปัจจัยที่ลดความมั่นใจของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ การขาดแคลนพื้นที่จอดรถที่ปลอดภัยและจุดชาร์จสาธารณะก็เป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดที่ต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนยานพาหนะ
ความปลอดภัยที่ต้องมาเป็นอันดับแรก
เนื่องจาก E-Bike มีความเร็วและน้ำหนักมากกว่าจักรยานทั่วไป ประเด็นด้านความปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จำเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสวมหมวกกันน็อก, การจำกัดความเร็วในบางพื้นที่, และการออกแบบถนนที่คำนึงถึงผู้ใช้ยานพาหนะขนาดเล็ก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร่วมกับรถยนต์หรือคนเดินเท้า
การจัดการแบตเตอรี่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและมอเตอร์ไฟฟ้ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการผลิตจักรยานธรรมดา ดังนั้น เพื่อให้ Micro-Mobility เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องมีระบบการจัดการและรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการออกมาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัคคีภัย
ความท้าทายด้านการเข้าถึง
แม้จะมีราคาถูกกว่ารถยนต์ แต่ราคาของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพดี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุง ยังอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้มีรายได้น้อย การส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงอย่างทั่วถึงอาจต้องอาศัยมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือการพัฒนาระบบเช่าใช้ (Sharing System) ที่มีราคาเหมาะสม
| ประเภท | การใช้งานที่เหมาะสมที่สุด | ระยะทางต่อชาร์จ | ความคล่องตัว |
|---|---|---|---|
| E-Bike (จักรยานไฟฟ้า) | เดินทางไปทำงาน, เดินทางระยะกลาง (5-15 กม.), ออกกำลังกายเบาๆ | 40 – 80 กม. | สูง (เหมาะกับถนนทั่วไป) |
| E-Scooter (สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า) | เดินทางระยะสั้น (1-5 กม.), เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ, พกพาสะดวก | 20 – 40 กม. | สูงสุด (เหมาะกับทางเท้าและพื้นที่จำกัด) |
| Cargo E-Bike (จักรยานไฟฟ้าบรรทุก) | ขนส่งสินค้าย่อย, จ่ายตลาด, รับ-ส่งบุตรหลาน | 30 – 60 กม. | ปานกลาง (เน้นความจุ) |
อนาคตของ Micro-Mobility และการเดินทางยุคใหม่
แนวโน้มในอนาคตของ Micro-Mobility ชี้ไปในทิศทางของการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบเข้ากับระบบนิเวศการเดินทางของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมีหัวใจสำคัญคือการผสาน E-Bike เข้ากับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น รถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง ผ่านแอปพลิเคชันที่สามารถวางแผนการเดินทาง, จอง, และชำระเงินได้ในที่เดียว นอกจากนี้ บริการเช่าใช้แบบไร้สถานีจอด (Dockless Sharing) จะมีความซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลเพื่อกระจายยานพาหนะไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูงโดยอัตโนมัติ
อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจคือการเติบโตของจักรยานบรรทุกไฟฟ้า (Cargo E-Bike) สำหรับการขนส่งสินค้าในเมือง (Urban Logistics) ซึ่งช่วยลดการใช้รถกระบะและลดปัญหามลพิษในเขตเมืองชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยล่าสุดยังพบว่าปัจจัยด้านการยอมรับเทคโนโลยี, พฤติกรรมการเดินทาง, และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) กำลังมีความสำคัญมากกว่าแค่การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่าการออกแบบยานพาหนะและบริการที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้จริงจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคต
เลือก E-Bike ที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการเดินทางที่ GIANT Shopping Mall
จากการวิเคราะห์ทั้งหมด จะเห็นได้ว่า E-Bike ได้เปลี่ยนสถานะจากยานพาหนะเพื่อการพักผ่อนมาเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมืองอย่างเต็มตัว ด้วยจุดเด่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทั้งในด้านการประหยัดค่าน้ำมันและค่าเดินทาง, การลดระยะเวลาเดินทาง, และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้ E-Bike ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว
GIANT Shopping Mall เข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลายของคนเมือง เราจึงได้รวบรวมยานพาหนะไฟฟ้าคุณภาพสูง ทั้งจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-Bike หลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ไปทำงาน, การเดินทางในระยะสั้น, หรือการใช้งานอเนกประสงค์ ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคัดสรรด้านคุณภาพ ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ และประสิทธิภาพของมอเตอร์ พร้อมบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือและบริการจัดส่งทั่วประเทศ
เริ่มต้นการเดินทางที่ประหยัดและชาญฉลาดกว่าเดิมตั้งแต่วันนี้
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @giantshoppingmall
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
