E-Bike มือสอง: คุ้มจริงหรือเสี่ยง? วิเคราะห์ตลาดก่อนซื้อ
- ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ทำความเข้าใจตลาดจักรยานไฟฟ้ามือสอง
- ข้อดีของการเลือกซื้อ E-Bike มือสอง
- ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ต้องตระหนัก
- เปรียบเทียบข้อดีและข้อควรระวังของ E-Bike มือสอง
- ภาพรวมตลาด E-Bike มือสองในประเทศไทย
- คู่มือตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
- สรุป: การตัดสินใจที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
- ค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ของคุณ
การพิจารณาซื้อยานพาหนะไฟฟ้ามือสองกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ซึ่งมอบความคล่องตัวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อ E-Bike มือสอง: คุ้มจริงหรือเสี่ยง? วิเคราะห์ตลาดก่อนซื้อ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้สินค้าที่คุ้มค่าและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง บทความนี้จะวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อดีด้านราคา ความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ และแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบสภาพก่อนตัดสินใจซื้อ
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- ความคุ้มค่าด้านราคา: E-Bike มือสองมีราคาต่ำกว่าของใหม่มาก ช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ง่ายขึ้น แต่ต้องประเมินค่าซ่อมบำรุงในอนาคตประกอบด้วย
- ความเสี่ยงหลัก: แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงและเสื่อมสภาพตามกาลเวลา การตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
- การตรวจสอบสภาพ: นอกจากแบตเตอรี่แล้ว ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น มอเตอร์ โครงสร้างรถ และระบบเบรก จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาการสึกหรอหรือความเสียหายที่ซ่อนอยู่
- ตลาดในประเทศไทย: การศึกษาข้อมูลจากแหล่งผู้ใช้งานจริงและทำความเข้าใจแนวโน้มตลาด จะช่วยให้สามารถต่อรองราคาและประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ขายได้ดียิ่งขึ้น
- การไม่มีประกัน: จักรยานไฟฟ้ามือสองส่วนใหญ่มักไม่มีการรับประกันจากผู้ผลิต ทำให้ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยตนเอง
ทำความเข้าใจตลาดจักรยานไฟฟ้ามือสอง
กระแสความนิยมยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย เนื่องจากเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ถึงปานกลางในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น เมื่อมี E-Bike ใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ก็ย่อมเกิดตลาดมือสองตามมาเป็นเรื่องปกติ การตัดสินใจเลือก E-Bike มือสอง: คุ้มจริงหรือเสี่ยง? วิเคราะห์ตลาดก่อนซื้อ จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจ
กลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับ E-Bike มือสองคือผู้ที่ต้องการทดลองใช้งานจักรยานไฟฟ้าเป็นครั้งแรกแต่มีงบประมาณจำกัด นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการยานพาหนะเสริมสำหรับเดินทางในระยะสั้นๆ เช่น ไปตลาด ไปทำงานใกล้บ้าน หรือใช้ในหมู่บ้าน ความน่าสนใจของตลาดนี้อยู่ที่ราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายในการประเมินสภาพและคุณภาพของสินค้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจในส่วนประกอบหลักและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าในระยะยาว
ข้อดีของการเลือกซื้อ E-Bike มือสอง
แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้ามือสองก็มีข้อได้เปรียบที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะในด้านราคาและความเหมาะสมกับการใช้งานบางประเภท
ความคุ้มค่าด้านราคาที่เหนือกว่า
ปัจจัยที่โดดเด่นที่สุดคือการประหยัดต้นทุน E-Bike มือสองมีราคาต่ำกว่าจักรยานไฟฟ้าใหม่ในรุ่นเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ที่มีงบประมาณจำกัดสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น การลงทุนใน E-Bike มือสองสภาพดีอาจให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการซื้อจักรยานใหม่ในราคาเทียบเท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น E-Bike ใหม่ที่มีราคาหลายหมื่นบาท อาจหาซื้อมือสองได้ในราคาหลักพันถึงหมื่นต้นๆ เท่านั้น นอกจากนี้ การซื้อสินค้ามือสองยังเป็นการช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง
ประโยชน์ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้ที่ต้องการยานพาหนะเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันในระยะทางที่ไม่ไกลนัก E-Bike มือสองถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง เหมาะสำหรับการเดินทางไปซื้อของที่ตลาด, เดินทางไปทำงานในระยะใกล้ หรือใช้ขี่ในบริเวณที่พักอาศัย จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาดมือสองมักมีความเร็วประมาณ 25-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีกำลังมอเตอร์ประมาณ 400 วัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม ทำให้สามารถซ้อนท้ายได้ และยังช่วยผ่อนแรงในการปั่นขึ้นทางลาดชันหรือสะพานได้เป็นอย่างดี
ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ต้องตระหนัก
การซื้อ E-Bike มือสองเปรียบเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งคือราคาที่น่าดึงดูดใจ แต่อีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงจากสภาพการใช้งานที่ผ่านมาซึ่งผู้ซื้อต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
หัวใจสำคัญ: การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่คือส่วนประกอบที่สำคัญและมีราคาแพงที่สุดใน E-Bike และเป็นจุดเสี่ยงอันดับหนึ่งของการซื้อรถมือสอง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กันทั่วไปมีอายุการใช้งานจำกัดตาม “รอบการชาร์จ” (Charge Cycles) เมื่อเวลาผ่านไปและความถี่ในการใช้งานเพิ่มขึ้น ความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
แบตเตอรี่ E-Bike ใหม่ อาจวิ่งได้ระยะทาง 40 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่สำหรับรถมือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ระยะทางอาจลดลงเหลือเพียง 20 กิโลเมตร หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสะดวกในการใช้งาน
ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่นั้นค่อนข้างสูง อาจมีราคาตั้งแต่หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหลายหมื่นบาท (เทียบเท่า 300-800 ดอลลาร์สหรัฐ) ขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดความจุ ดังนั้น ก่อนซื้อจึงจำเป็นต้องสอบถามผู้ขายเกี่ยวกับอายุของแบตเตอรี่และประวัติการใช้งาน หากเป็นไปได้ ควรทำการทดสอบวิ่งจริงเพื่อประเมินระยะทางที่สามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง
ปัญหาการสึกหรอที่ซ่อนอยู่ภายใน
ความเสียหายบางอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า E-Bike มือสองอาจมีปัญหาซ่อนอยู่ภายในที่เกิดจากการใช้งานหนักหรืออุบัติเหตุที่ไม่ได้รับการเปิดเผย เช่น:
- มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์ที่ถูกใช้งานอย่างหนักหรือถูกดัดแปลงให้มีกำลังเกินมาตรฐานอาจเกิดความเสียหายภายใน ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราเร่งและอายุการใช้งาน
- โครงสร้างตัวถัง: รอยร้าวเล็กๆ บริเวณจุดเชื่อมต่อหรือส่วนรับน้ำหนัก อาจเป็นสัญญาณของความเสียหายจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการขับขี่
- ระบบเบรกและยาง: ผ้าเบรกที่หมดอายุหรือยางที่เสื่อมสภาพเป็นชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยน แต่ผู้ขายบางรายอาจละเลยการบำรุงรักษาส่วนนี้เพื่อลดต้นทุน
การตรวจสอบอย่างละเอียดและการทดลองขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลายจะช่วยให้สามารถค้นพบปัญหาเหล่านี้ได้เบื้องต้น
ข้อจำกัดทั่วไปที่อาจพบได้ใน E-Bike มือสอง
นอกจากปัญหาเฉพาะจุดแล้ว E-Bike โดยทั่วไปก็มีข้อจำกัดบางประการที่ผู้ซื้อต้องยอมรับ โดยเฉพาะในรถมือสองที่อาจไม่มีเทคโนโลยีป้องกันล่าสุด:
- ความทนทานต่อน้ำและความชื้น: จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัด ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อฝนตกหนักหรือการลุยน้ำขัง เนื่องจากมอเตอร์ แบตเตอรี่ และสายไฟอาจเกิดการลัดวงจรและเสียหายได้
- ความชัดเจนในการใช้งาน: ผู้ซื้อควรกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน เช่น หากต้องการใช้เดินทางไกล ควรเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่ความจุสูง แต่หากใช้ในระยะใกล้ รุ่นมาตรฐานก็เพียงพอ การซื้อรถที่ไม่ตรงกับความต้องการจะทำให้เกิดความไม่คุ้มค่า
- การขาดการรับประกันและบริการหลังการขาย: การซื้อขายส่วนตัวมักไม่มีการรับประกันใดๆ หากเกิดปัญหาขึ้นหลังการซื้อ ผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเองทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากการซื้อรถใหม่ที่มีการรับประกันจากผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่าย
เปรียบเทียบข้อดีและข้อควรระวังของ E-Bike มือสอง
| ปัจจัยในการพิจารณา | ข้อดี (Pro) | ข้อควรระวัง (Con) |
|---|---|---|
| ราคา | ประหยัดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นได้อย่างมาก มีราคาต่ำกว่าของใหม่อย่างเห็นได้ชัด | อาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนอะไหล่ที่สูงในอนาคต โดยเฉพาะแบตเตอรี่ |
| แบตเตอรี่ | หากได้รถที่แบตเตอรี่สภาพดี จะถือว่าคุ้มค่ามาก | ความเสี่ยงสูงที่แบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพ ทำให้ระยะทางวิ่งสั้นลง และมีค่าเปลี่ยนสูง |
| สภาพตัวรถ | มีโอกาสได้รถรุ่นสูงในราคาที่ต่ำกว่า หากผู้ขายเดิมดูแลรักษาเป็นอย่างดี | อาจมีความเสียหายซ่อนอยู่ เช่น โครงร้าว มอเตอร์มีปัญหา ซึ่งมองไม่เห็นจากภายนอก |
| การรับประกัน | – | ส่วนใหญ่ไม่มีการรับประกัน ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยตนเอง |
| ความเหมาะสม | เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานระยะใกล้ หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้ E-Bike | ไม่เหมาะกับการเดินทางไกล หรือผู้ที่ต้องการความมั่นใจและประสิทธิภาพสูงสุด |
ภาพรวมตลาด E-Bike มือสองในประเทศไทย
การทำความเข้าใจภูมิทัศน์ของตลาดในประเทศจะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและรู้เท่าทันสถานการณ์
แหล่งข้อมูลและช่องทางการซื้อขายยอดนิยม
ในประเทศไทย แหล่งข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับ E-Bike มือสองสามารถหาได้จากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ Pantip ซึ่งมักจะมีกระทู้รีวิวจากผู้ใช้งานจริง แบ่งปันประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดี โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะแสดงความพึงพอใจกับรุ่นราคาไม่แพงที่สามารถใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็มีการเปรียบเทียบระหว่างรุ่นราคาหลักพันกับรุ่นราคาหลักหมื่น เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของคุณภาพและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอย่าง YouTube ก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ดี โดยมีช่องต่างๆ ที่ทำการไลฟ์สดพูดคุยหรือรีวิวเกี่ยวกับความคุ้มค่าของ E-Bike มือสอง เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย
สำหรับช่องทางการซื้อขาย แพลตฟอร์มออน์ไลน์อย่าง Kaidee, Shopee หรือกลุ่มซื้อขายใน Facebook ถือเป็นตลาดหลักที่ผู้คนนิยมลงประกาศขาย อย่างไรก็ตาม การซื้อขายผ่านช่องทางเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการตรวจสอบผู้ขายและตัวสินค้า
แนวโน้มตลาดและมุมมองจากผู้ใช้งานจริง
แนวโน้มตลาด E-Bike ในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ด้วยข้อดีเรื่องความคล่องตัวและในบางรุ่นไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจริงหลายรายมักจะเตือนให้ระมัดระวังแบรนด์ที่ไม่เป็นที่รู้จักหรือมีราคาถูกจนเกินไป เพราะมักใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพและเสี่ยงต่อการพังเสียหายได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเป็นสินค้ามือสอง ความเสี่ยงเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
คำแนะนำสำคัญจากผู้มีประสบการณ์คือ “การต่อรองราคา” หากตรวจสอบพบว่าแบตเตอรี่เริ่มอ่อนหรือมีร่องรอยการสึกหรอที่ต้องซ่อมแซม ควรใช้เป็นเหตุผลในการต่อรองราคาให้ลดลง แต่หากพบความเสี่ยงร้ายแรง เช่น โครงสร้างเสียหาย หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนใช้งานแทบไม่ได้ การตัดสินใจไม่ซื้ออาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
คู่มือตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ผู้ซื้อควรมีเช็กลิสต์ในการตรวจสอบอย่างเป็นระบบก่อนที่จะจ่ายเงิน
การตั้งคำถามที่จำเป็นกับผู้ขาย
ข้อมูลจากผู้ขายเป็นส่วนสำคัญในการประเมินสภาพรถเบื้องต้น คำถามที่ควรถามได้แก่:
- อายุของแบตเตอรี่เท่าไหร่ และผ่านการชาร์จมากี่ครั้งแล้ว? (แม้ผู้ขายอาจไม่ทราบจำนวนครั้งที่แน่ชัด แต่อายุของแบตเตอรี่ก็เป็นตัวบ่งชี้ที่ดี)
- สาเหตุที่ขายคืออะไร? (เพื่อประเมินว่ามีปัญหาซ่อนอยู่หรือไม่)
- เคยผ่านการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นสำคัญหรือไม่? (เช่น มอเตอร์, แบตเตอรี่, กล่องควบคุม)
- เคยประสบอุบัติเหตุหรือไม่?
- มีเอกสารหรือคู่มือการใช้งานเดิมอยู่หรือไม่?
ขั้นตอนการตรวจสอบเชิงเทคนิคและการทดลองขับขี่
การตรวจสอบด้วยตนเองเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้:
- ตรวจสภาพภายนอก: มองหารอยร้าวตามโครงสร้าง โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อม คอแฮนด์ และจุดยึดต่างๆ ตรวจสอบสภาพยางและวงล้อ
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ลองเปิด-ปิดระบบ สังเกตการทำงานของหน้าจอแสดงผล (ถ้ามี) ทดลองเปิดไฟหน้า-ไฟท้าย และฟังเสียงการทำงานของมอเตอร์ว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่
- ตรวจสอบแบตเตอรี่: ดูสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ว่ามีรอยบวม แตก หรือรั่วซึมหรือไม่
- ทดลองขับขี่: ควรขอทดลองขับขี่เป็นระยะเวลานานพอสมควร (อย่างน้อย 10-15 นาที) เพื่อทดสอบอัตราเร่ง, การตอบสนองของระบบช่วยปั่น, ประสิทธิภาพของเบรกทั้งหน้าและหลัง และทดลองขับขี่ขึ้นทางลาดชันเพื่อดูพละกำลังของมอเตอร์และแบตเตอรี่
การพิจารณาบริการหลังการขายและการรับประกัน
แม้การซื้อขายส่วนตัวจะไม่มีประกัน แต่หากเลือกซื้อจากร้านค้าที่จำหน่ายรถมือสอง ควรเลือกร้านที่มีบริการหลังการขายหรือมีการรับประกันสภาพสินค้าในระยะสั้นๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ การมีช่างที่สามารถให้คำปรึกษาหรือซ่อมบำรุงได้ในอนาคตถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ
สรุป: การตัดสินใจที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
การซื้อ E-Bike มือสองเป็นการตัดสินใจที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความคุ้มค่าด้านราคากับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากผู้ซื้อมีงบประมาณจำกัดและยอมรับความเสี่ยงได้ โดยมีความรู้ในการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้ามือสองอาจเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก อย่างไรก็ตาม หากพบว่ารถคันดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงเกินไป โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือโครงสร้าง การเพิ่มงบประมาณเพื่อซื้อจักรยานไฟฟ้ารุ่นใหม่ราคาประหยัดที่มีรีวิวดีและมีการรับประกัน อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสบายใจกว่าในระยะยาว ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับการประเมินความต้องการ งบประมาณ และความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
ค้นหาจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ของคุณ
ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้ามือหนึ่งหรือมือสอง การเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีบริการครบวงจรคือสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและการดูแลหลังการขายที่ดี
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมและขอคำปรึกษาได้ที่ GIANT Shopping Mall
ช่องทางการติดต่อ:
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
