5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่ E-Bike เสื่อม รู้ก่อนพัง ปลอดภัยขึ้น
- สรุปประเด็นสำคัญ: สังเกตอาการแบตเตอรี่ E-Bike ก่อนสายเกินแก้
- ความสำคัญของการสังเกตแบตเตอรี่ E-Bike: ทำไมต้องใส่ใจ?
- เจาะลึก 5 สัญญาณเตือนหลักของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
- แนวทางการรับมือเมื่อพบสัญญาณแบตเตอรี่เสื่อม
- เคล็ดลับการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้การเดินทางของคุณ: ทำไมต้อง GIANT Shopping Mall?
แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของยานพาหนะไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ **5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่ E-Bike เสื่อม รู้ก่อนพัง ปลอดภัยขึ้น** จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลรักษารถ แต่ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่โดยตรง การสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดความเสียหายรุนแรงหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด
สรุปประเด็นสำคัญ: สังเกตอาการแบตเตอรี่ E-Bike ก่อนสายเกินแก้

- ระยะทางที่สั้นลง: ชาร์จไฟเต็มแต่กลับวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าเดิมอย่างชัดเจน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่ที่พบได้บ่อยที่สุด
- การชาร์จที่ผิดปกติ: การที่แบตเตอรี่เต็มเร็วเกินจริง หรือใช้เวลาชาร์จนานกว่าปกติแต่ไม่เต็ม 100% ล้วนเป็นอาการที่ชี้ว่าระบบภายในของแบตเตอรี่เริ่มมีปัญหา
- อาการบวมหรือร้อนจัด: ถือเป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรงที่สุด หากพบว่าตัวเคสแบตเตอรี่มีการบวมผิดรูป มีความร้อนสูงขณะชาร์จหรือใช้งาน หรือมีรอยแตกร้าว ควรหยุดใช้งานทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือการระเบิด
- กำลังรถตกขณะใช้งานหนัก: เมื่อเร่งเครื่อง ขึ้นทางชัน หรือใช้กำลังมอเตอร์สูง แล้วรถเกิดอาการวูบหรือกำลังตกอย่างกะทันหัน แสดงว่าแบตเตอรี่ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟได้อย่างมีเสถียรภาพอีกต่อไป
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: เมื่อพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ การนำรถเข้าตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญจากศูนย์บริการที่เชื่อถือได้ คือทางออกที่ปลอดภัยและดีที่สุด เพื่อประเมินสภาพและตัดสินใจว่าจะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
ความสำคัญของการสังเกตแบตเตอรี่ E-Bike: ทำไมต้องใส่ใจ?
สำหรับผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่เปรียบเสมือนขุมพลังหลักที่ขับเคลื่อนการเดินทางในแต่ละวัน ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องความไม่สะดวกสบายที่ต้องชาร์จบ่อยขึ้น หรือไปได้ไม่ไกลเท่าเดิม แต่มันคือปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ อาจนำไปสู่สถานการณ์อันตราย เช่น รถดับกลางถนนขณะการจราจรคับคั่ง หรือร้ายแรงที่สุดคือการลัดวงจรจนเกิดอัคคีภัย
ปัญหาเหล่านี้มักเริ่มต้นจากความผิดปกติที่สังเกตได้ยาก แต่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การที่รถวิ่งได้ระยะทางสั้นลงอาจเป็นเพียงอาการเริ่มต้น แต่เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมหนักขึ้น อาจเกิดอาการแรงดันไฟตก (Voltage Sag) ทำให้รถดับวูบเมื่อต้องการกำลังสูง เช่น ตอนเร่งแซงหรือขึ้นสะพาน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง นอกจากนี้ แบตเตอรี่ที่บวมหรือร้อนจัดยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการรั่วไหลของสารเคมีหรือเกิดการระเบิดได้ การตระหนักรู้และเข้าใจอาการเหล่านี้จึงเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน เพื่อให้สามารถรับมือและป้องกันปัญหาก่อนที่จะบานปลาย การลงทุนเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่จากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall จึงไม่ใช่แค่การซื้ออะไหล่ แต่คือการลงทุนในความปลอดภัยและความสบายใจตลอดทุกเส้นทาง
เจาะลึก 5 สัญญาณเตือนหลักของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใน E-Bike เป็นกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปและการใช้งาน อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนหลายประการที่ผู้ใช้สามารถสังเกตได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าถึงเวลาที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
สัญญาณที่ 1: ระยะทางวิ่งสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด
นี่คืออาการที่พบได้บ่อยและชัดเจนที่สุด จากเดิมที่เคยชาร์จเต็มหนึ่งครั้งแล้วสามารถวิ่งได้ 40-50 กิโลเมตร อาจลดลงเหลือเพียง 20-25 กิโลเมตร หรือน้อยกว่านั้นในสภาพการใช้งานแบบเดียวกัน ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่เซลล์แบตเตอรี่ภายในสูญเสียความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้า (Capacity Loss) ไปตามอายุการใช้งาน เมื่อความจุรวมลดลง พลังงานที่กักเก็บได้ก็น้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สัญญาณที่ 2: ความผิดปกติในการชาร์จไฟ
ระบบการชาร์จที่ทำงานผิดปกติเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญ อาการที่พบได้มีหลายรูปแบบ เช่น:
- ชาร์จเต็มเร็วเกินไป: เสียบสายชาร์จไม่นาน ไฟสถานะก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว (แสดงว่าเต็ม) ทั้งที่เพิ่งใช้งานไปไม่นานและแบตเตอรี่ยังไม่หมด ซึ่งอาจหมายความว่าเซลล์บางส่วนภายในไม่รับประจุแล้ว ทำให้ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ตัดการทำงานเร็วกว่าปกติ
- ชาร์จไม่เต็ม 100%: ชาร์จทิ้งไว้เป็นเวลานานหลายชั่วโมง แต่เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่บนหน้าจอไม่เคยขึ้นถึง 100% หรือไฟสถานะไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวเลย
- ใช้เวลาชาร์จนานผิดปกติ: ในทางกลับกัน หากแบตเตอรี่ใช้เวลาชาร์จนานกว่ามาตรฐานเดิมมาก อาจเป็นสัญญาณว่าเซลล์ภายในมีความต้านทานสูงขึ้น ทำให้รับกระแสไฟได้ช้าลง
สัญญาณที่ 3: อาการไฟตกหรือเครื่องดับกลางทาง
เป็นอาการที่อันตรายและน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังส่งจากมอเตอร์สูง เช่น การบิดคันเร่งเพื่อออกตัวอย่างรวดเร็ว, การขับขึ้นทางลาดชัน หรือการเร่งแซง แม้ว่าหน้าจอจะยังแสดงว่ามีพลังงานเหลืออยู่ แต่รถกลับมีอาการกระตุก, กำลังตกวูบ หรือดับไปเลยชั่วขณะ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “แรงดันตกภายใต้ภาระหนัก” (Voltage Sag Under Load) ซึ่งเกิดจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพไม่สามารถรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่เมื่อต้องจ่ายกระแสไฟในปริมาณมากได้
สัญญาณที่ 4: แบตเตอรี่ร้อนผิดปกติ บวม หรือมีร่องรอยเสียหาย
สัญญาณทางกายภาพเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุดและต้องหยุดใช้งานทันที
- ความร้อนสูงผิดปกติ: เป็นเรื่องปกติที่แบตเตอรี่จะอุ่นขึ้นเล็กน้อยขณะชาร์จหรือใช้งาน แต่หากร้อนจัดจนไม่สามารถใช้มือสัมผัสได้ แสดงว่าภายในอาจเกิดการลัดวงจร
- อาการบวม (Swelling): ตัวเคสของแบตเตอรี่มีลักษณะบวมป่องออกมาผิดรูป เกิดจากการสะสมของแก๊สที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระเบิดหรือติดไฟ
- ร่องรอยความเสียหาย: รอยแตก, รอยร้าว, หรือการรั่วไหลของของเหลวจากตัวแบตเตอรี่ เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญกำจัดอย่างถูกวิธีและปลอดภัย
| สัญญาณเตือน | ระดับความรุนแรง | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ระยะทางสั้นลง | ต่ำ (ความไม่สะดวก) | วางแผนการเดินทางให้รอบคอบ, เริ่มพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ |
| ชาร์จผิดปกติ | ปานกลาง (ประสิทธิภาพลดลง) | ตรวจสอบสายชาร์จและจุดเชื่อมต่อ, ปรึกษาช่างเทคนิค |
| ไฟตก/รถดับ | สูง (เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ) | หลีกเลี่ยงการใช้งานหนัก, นำรถเข้าตรวจสอบโดยด่วน |
| ร้อน/บวม/เสียหาย | สูงสุด (อันตรายร้ายแรง) | หยุดใช้งานทันที, ถอดแบตเตอรี่เก็บในที่ปลอดภัย, ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ |
สัญญาณที่ 5: กำลังมอเตอร์และสมรรถนะของรถอ่อนลง
อาการสุดท้ายที่สังเกตได้คือสมรรถนะโดยรวมของรถที่ลดลงอย่างชัดเจน รถเร่งไม่ขึ้นเหมือนเดิม ความเร็วปลายลดลง หรือรู้สึกว่าการออกตัวและการขับขึ้นทางชันนั้นอืดอาดและต้องใช้แรงปั่นช่วยมากกว่าปกติ อาการเหล่านี้เป็นผลโดยตรงจากแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ทำให้มอเตอร์ไม่สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ลดทอนประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน แต่ยังอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยเมื่อต้องการพละกำลังในการควบคุมรถอย่างทันท่วงที
ปัญหากำลังตกและสมรรถนะที่ถดถอยนี้จะหมดไปเมื่อเลือกใช้ E-bike รุ่นใหม่จาก GIANT Shopping Mall ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการจ่ายไฟที่สม่ำเสมอและทรงพลังในทุกสภาวะการขับขี่ ด้วยเซลล์แบตเตอรี่คุณภาพสูงที่ผ่านการคัดสรรและระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) อัจฉริยะ ทำให้มั่นใจได้ว่ามอเตอร์จะได้รับพลังงานเต็มเปี่ยมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซงบนถนนในเมือง หรือการพิชิตเส้นทางลาดชัน
จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ GIANT Shopping Mall ไม่ได้มีดีแค่เรื่องแบตเตอรี่ แต่ยังมาพร้อมกับมอเตอร์กำลังสูงที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวเพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า สเปกของรถรุ่นใหม่ๆ ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งในด้านความเร็ว, อัตราเร่ง และความทนทาน ทำให้การลงทุนซื้อรถคันใหม่ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม แต่คือการยกระดับการเดินทางทั้งหมดให้สะดวกสบาย, ปลอดภัย และน่าประทับใจยิ่งขึ้น
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยจักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ที่ให้ทั้งพละกำลัง ความทนทาน และความปลอดภัยในหนึ่งเดียว การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อการเดินทางที่ไร้กังวล
| คุณสมบัติ | การทนใช้แบตเตอรี่เก่าที่เสื่อมสภาพ | การลงทุนใน E-Bike คันใหม่ |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพและสมรรถนะ | กำลังตก, เร่งไม่ขึ้น, ความเร็วลดลง | กำลังเต็มเปี่ยม, อัตราเร่งดีเยี่ยม, ขับขี่สนุก |
| ความปลอดภัย | เสี่ยงต่อการลัดวงจร, รถดับกลางทาง, แบตบวม | ระบบ BMS ปลอดภัย, ได้มาตรฐาน, รับประกันคุณภาพ |
| ค่าใช้จ่ายระยะยาว | อาจมีค่าซ่อมแซม, ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง | ค่าบำรุงรักษาต่ำ, ทนทาน, ใช้งานได้ยาวนาน |
| ความน่าเชื่อถือ | ไม่แน่นอน, เสี่ยงต่อการเดินทางหยุดชะงัก | มั่นใจได้ทุกการเดินทาง, เทคโนโลยีทันสมัย |
แนวทางการรับมือเมื่อพบสัญญาณแบตเตอรี่เสื่อม
เมื่อเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนต่างๆ การดำเนินการอย่างถูกต้องและทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมได้
ขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเอง
- ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อ: บางครั้งปัญหากำลังตกหรือชาร์จไม่เข้าอาจไม่ได้มาจากตัวแบตเตอรี่โดยตรง แต่เกิดจากขั้วสัมผัสที่สกปรกหรือหลวมคลอน ลองทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่และขั้วที่ตัวรถด้วยผ้าแห้ง และตรวจสอบว่าเสียบแบตเตอรี่เข้ากับตัวรถได้แน่นสนิทดีหรือไม่
- ตรวจสอบอุปกรณ์ชาร์จ: ลองตรวจสอบสภาพของสายชาร์จและอะแดปเตอร์ว่ามีร่องรอยความเสียหายหรือไม่ หากเป็นไปได้ ลองใช้อุปกรณ์ชาร์จตัวอื่นที่ตรงรุ่นเพื่อทดสอบว่าปัญหาเกิดจากที่ชาร์จหรือตัวแบตเตอรี่กันแน่
- สังเกตการณ์ใช้งานจริง: จดบันทึกระยะทางที่วิ่งได้หลังจากการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและดูแนวโน้มการเสื่อมสภาพที่ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งสังเกตอาการขณะขับขี่ในสภาพการใช้งานต่างๆ
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
แม้จะตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว แต่หากปัญหายังคงอยู่ หรือพบสัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น แบตเตอรี่ร้อนจัดหรือบวม ควรนำรถและแบตเตอรี่ไปปรึกษาศูนย์บริการหรือร้านค้าที่มีความเชี่ยวชาญทันที ช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์จะสามารถใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อตรวจวัดสุขภาพของเซลล์แบตเตอรี่ (Cell Health) และประเมินได้อย่างแม่นยำว่าแบตเตอรี่ควรได้รับการซ่อมแซมหรือถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนใหม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เคล็ดลับการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเพื่อยืดอายุการใช้งาน
การดูแลรักษาที่ถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ E-Bike ให้ยาวนานที่สุดและคงประสิทธิภาพไว้ได้ดีที่สุด
วิธีชาร์จแบต E-Bike ที่ถูกต้องและปลอดภัย
- ใช้ที่ชาร์จของแท้ที่ตรงรุ่นเท่านั้น: การใช้ที่ชาร์จปลอมหรือผิดรุ่นอาจจ่ายกระแสไฟที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วและเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้
- อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0%: พยายามชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลืออยู่ประมาณ 20-30% การปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุจนหมดเกลี้ยงบ่อยๆ จะทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- หลีกเลี่ยงการชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นประจำ: แม้ว่าที่ชาร์จสมัยใหม่จะมีระบบตัดไฟเมื่อเต็ม แต่การเสียบชาร์จทิ้งไว้นานเกินความจำเป็นอาจสร้างความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่ได้
- ถอดที่ชาร์จออกเมื่อชาร์จเต็มแล้ว: เมื่อไฟสถานะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ควรถอดปลั๊กออกเพื่อเป็นการถนอมแบตเตอรี่
ข้อควรปฏิบัติในการจัดเก็บและใช้งาน
- หลีกเลี่ยงอุณหภูมิสุดขั้ว: อย่าจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานาน หรือเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ที่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไป อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บรักษาคืออุณหภูมิห้อง
- ป้องกันการกระแทก: ระมัดระวังอย่าให้แบตเตอรี่ตกหรือถูกกระแทกอย่างรุนแรง เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างภายในได้
- การเก็บรักษาในระยะยาว: หากไม่ได้ใช้งานรถเป็นเวลานาน ควรชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ประมาณ 50-60% แล้วถอดออกจากตัวรถไปเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น และควรนำมาชาร์จเพื่อกระตุ้นเซลล์ทุกๆ 1-2 เดือน
เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้การเดินทางของคุณ: ทำไมต้อง GIANT Shopping Mall?
การรับมือกับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เมื่อมีที่ปรึกษาและแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คันใหม่จาก GIANT Shopping Mall คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจทั้งในด้านคุณภาพ สมรรถนะ และความปลอดภัย
ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่การใช้งานในเมืองไปจนถึงการเดินทางไกล ทุกคันมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุดที่ให้ทั้งความทนทานและประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมการรับประกันที่ครอบคลุม หมดกังวลเรื่องปัญหาจุกจิกและค่าใช้จ่ายแอบแฝงในอนาคต
อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพมาเป็นอุปสรรคในการเดินทางและสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของคุณ อัปเกรดประสบการณ์การขับขี่ของคุณวันนี้
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ GIANT Shopping Mall:
- ช่องทางติดต่อ: FACEBOOK PAGE หรือ LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
